ชาลส์ ฟรานซิส ริกเตอร์ ริกเตอร์ เกร็ดความรู้ เบโน กูเทนเบิร์ก แผ่นดินไหว

ทำไมแผ่นดินไหวต้องใช้คำว่า ริกเตอร์

Home / ทีนวาไรตี้ / ทำไมแผ่นดินไหวต้องใช้คำว่า ริกเตอร์

เพื่อนๆ สงสัยไหมว่าทำไมต้องใช้หน่วยมาตราว่า ริกเตอร์เรียกการเกิดของแผ่นดินไหว แน่นอนว่าเป็นชื่อของผู้ค้นพบนั่นเองคะ ชาลส์ ฟรานซิส ริกเตอร์ (Charles Francis Richter) เป็นคนที่ชอบค้นคว้าด้านดาราศาสตร์ ชอบการดูดาวเป็นชีวิตจิตใจ และอยากมีอาชีพทางด้านดาราศาสตร์ แต่โชคชะตาพลิกผันจากฟ้าจากอวกาศมาสู่ดิน เรื่องราวจะเป็นอย่างไรติดตามกันเลย

ทำไมแผ่นดินไหว
ต้องใช้คำว่า ริกเตอร์

ทำไมแผ่นดินไหวต้องใช้คำว่า ริกเตอร์
เบโน กูเทนเบิร์ก (Beno Gutenbrg)
และ ชาลส์ ฟรานซิส ริกเตอร์ (Charles Francis Richter)

คำว่า ริกเตอร์ ที่คนไทยใช้คำเรียกผิดกันบ่อยๆ

ริกเตอร์ นั้นเป็น Scale ไม่ใช่ Unit ไม่ควรตัดคำว่า “ตามมาตรา” ออกไป ต้องพูดเต็มๆว่าขนาด 6 .0 ตามมาตราริกเตอร์ ไม่ใช่ 6 ริกเตอร์ และถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นแมกนิจูดไหนก็ไม่ต้องระบุ แค่บอกว่าแผ่นดินไหวขนาด 6.0 หรือ แมกนิจูด 6.0 ก็ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าตามบริษัทที่ใช้หน่วยวัด เขาวัดด้วย scale อะไร อาจเป็น mb MS Mw ฯลฯ ^^

ริกเตอร์ เป็นมาตราที่ใช้กำหนดขนาด (magnitude) ของแผ่นดินไหว เรียกว่า มาตราริกเตอร์ (Richter Scale) เสนอขึ้นเมื่อ ค.ศ.1935 โดยนักวิทยาแผ่นดินไหวสองคน คือ เบโน กูเทนเบิร์ก (Beno Gutenbrg) และ ชาลส์ ฟรานซิส ริกเตอร์ (Charles Francis Richter)

เดิมนั้นมีการกำหนดมาตรานี้เพื่อใช้วัดขนาดของแผ่นดินไหวในท้องถิ่นทางใต้ของแคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐอเมริกา ที่บันทึกได้ด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า เครื่องวัดความไหวสะเทือน (seismograph)

แผ่นดินไหวที่มีขนาดน้อยที่สุดในเวลานั้น ถือเป็นค่าใกล้เคียงศูนย์ มาตราดังกล่าวแบ่งเป็นระดับ โดยมีขนาดต่างกันละดับละสิบเท่า มาตราริกเตอร์นั้นไม่มีขีดจำกัดว่ามีค่าสูงสุดเท่าใด แต่โดยทั่วไป กำหนดไว้ในช่วง 0 – 9 ในภายหลัง เมื่อเครื่องวัดความไหวสะเทือนมีความละเอียดมากขึ้น สามารถวัดขนาดของแผ่นดินไหวได้ละเอียด ทั้งในระดับที่ต่ำกว่า 0 (สำหรับค่าที่ได้น้อยกว่า 0 ถือเป็นค่าติดลบ)และที่สูงกว่า 9

ทำไมแผ่นดินไหวต้องใช้คำว่า ริกเตอร์
ชาลส์ ฟรานซิส ริกเตอร์ (Charles Francis Richter)

ประวัติ ที่มาของ ชาลส์ ฟรานซิส ริกเตอร์

อย่างที่กล่าวในข้างต้นว่า ชาลส์ ฟรานซิส ริกเตอร์ เป็นคนที่ชอบค้นคว้าด้านดาราศาสตร์ และอยากมีอาชีพทางด้านดาราศาสตร์ แต่โชคชะตาทำให้ต้องเปลี่ยนจากการดูดาวมาดูพื้นดินแทน ซึ่งอาจารย์ที่ปรึกษาของริดเตอร์ โรเบอร์ต มิลลิแกน ขอให้เขาเป็นผู้ช่วยนักวิจัยที่ห้องปฏิบัติการด้านแผ่นดินไหว ณ สถาบันที่เขาเรียนอยู่ (ริกเตอร์เรียนระดับดุษฎีบัณฑิต สาขาฟิสิกส์ อยู่ในสถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย)

เมื่อมาทำงานที่ห้องปฏิบัติการด้านแผ่นดินไหว ริกเตอร์ได้พบกับทีมงานของ แฮรี วูด ผู้ปฏิบัติงานอยู่ก่อนแล้ว ทีมของวูดกำลังทำโครงการวิจัยด้านแผ่นดินไหวบริเวณแคลิฟอร์เนียใต้ โดยใช้เครื่องตรวจแผ่นดินไหวแบบบิดของวูด-แอนเดอร์สัน (สูตรของริกเตอร์ต่อๆ มาก็อ้างอิงจากเครื่องมือตัวนี้)

ทำไมแผ่นดินไหวต้องใช้คำว่า ริกเตอร์
ทำไมแผ่นดินไหวต้องใช้คำว่า ริกเตอร์

การวัดขนาดแผ่นดินไหวเป็น มิลิเมตร

เมื่อมาทำงานที่ห้องปฏิบัติการด้านแผ่นดินไหว ริกเตอร์ได้พบกับทีมงานของ แฮรี วูด ผู้ปฏิบัติงานอยู่ก่อนแล้ว ทีมของวูดกำลังทำโครงการวิจัยด้านแผ่นดินไหวบริเวณแคลิฟอร์เนียใต้ โดยใช้เครื่องตรวจแผ่นดินไหวแบบบิดของวูด-แอนเดอร์สัน (สูตรของริกเตอร์ต่อๆมาก็อ้างอิงจากเครื่องมือตัวนี้)

ซึ่ง การวัดขนาดแผ่นดินไหวในสมัยนั้น วัดเป็น มิลิเมตร ของปากกาที่ขีดไปบนกระดาษ ปากกานี้ต่อมาจากเครื่องวัดแผ่นดินไหว ถ้าแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ปากกาก็ขีดเส้นสูงเรียกว่าแอมปริจูดสูง ถ้าเบาๆ เส้นก็จะเตี้ยๆ คือแอมปริจูดต่ำ (เคยเห็นในภาพยนตร์กันบ่อยๆ) ตอนนั้น มีเครื่องวัดแบบวูด-แอนเดอร์สันอยู่ 7 เครื่อง วางอยู่กระจายกันในแคลิฟอรเนี่ยร์

ทำไมแผ่นดินไหวต้องใช้คำว่า ริกเตอร์
ทำไมแผ่นดินไหวต้องใช้คำว่า ริกเตอร์

ริกเตอร์เสนอว่า ขนาดแผ่นดินไหวที่วัดได้แต่ละเครื่อง มันเป็นเส้นสูงไม่เท่ากัน เพราะห่างจากจุดแผ่นดินไหวไม่เท่ากัน อย่างนั้น ควรหาทางจัดการให้ทราบขนาดจริงๆ โดยหักลบระยะทางจากเครื่องวัด (ริกเตอร์เอาผลวิจัยของ ดร.วาดาติ แห่งประเทศญี่ปุ่น ที่กล่าวถึงการเปรียบเทียบแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ โดยอาศัยค่าการเคลื่อนที่ของพื้นดินตามระยะทาง มาประยุกต์ใช้) แต่ก็มาติดที่บางครั้ง ขนาดของแผ่นดินไหวใหญ่เกินจะวาดในกระดาษ เนื่องจากมีค่าตั้งแต่ 1 ถึง พันล้าน

ปัญหาเรื่องนี้ ริกเตอร์นำไปปรึกษา ดร.กูเตนเบอร์ก และก็ได้คำแนะนำ ให้ใช้ค่าแบบล็อกการิธึม (Logarithms) ซึ่งจะสามารถทำฝันให้เป็นจริงได้ เพราะค่าตัวเลช 1 พันเมื่อเท็กล็อกก็จะได้แค่ 3 หนึ่งล้านก็แค่ 6 ร้อยล้าน ก็แค่ 8 กลายเป็นเลขหน่วยน้อยๆในการพูดและอ้างอิง

ทำไมแผ่นดินไหวต้องใช้คำว่า ริกเตอร์
ชาลส์ ฟรานซิส ริกเตอร์ (Charles Francis Richter)

ชื่อเรียกขนาดของแผ่นดินไหวชื่อแรกที่ถูกตั้งขึ้น

เป็นอันว่า ริกเตอร์สามารถสรุปวิธีการหาขนาดของแผ่นดินไหว วู้ดก็แนะนำต่อว่าควรมีชื่อเรียกขนาดของแผ่นดินไหวที่คิดขึ้นได้นี้ (แตกต่างจาก ความรุนแรง ของแผ่นดินไหว ขนาดคือขนาด อย่าสับสน) ริกเตอร์ก็เห็นด้วย

ด้วยความที่เป็นคนรักด้านดาราศาสตร์ ริกเตอร์เสนอให้ใช้คำว่า แมกนิจูด แบบเดียวกับความสว่างของดวงดาว มาเรียกขนาดของแผ่นดินไหว ที่คิดคำนวนขึ้นมาได้นี้ เป็นอันว่าในที่สุดก็เกิดการวัดขนาดแผ่นดินไหวก็เกิดขึ้นมา ในปี 1993 นั่นเอง

แต่ผลงานแรกของริกเตอร์นี้ เป็นผลมาจากการตรวจแผ่นดินไหวเฉพาะในแคลิฟอร์เนียใต้ (ระยะไม่เกิน 600 กิโลเมตร) และได้จากการตรวจวัดของเครื่องตรวจแผ่นดินไหวแบบบิดของวูด-แอนเดอร์สัน ถ้าเอาไปวัดที่อื่น ค่าก็จะใช้ไม่ได้ หรือใช้เครื่องมืออื่น ก็ใช้ไม่ได้อีก จึงเรียกค่าขนาดแผ่นดินไหวของที่ริกเตอร์คิดค้นได้เป็นสูตรแรกนี้ว่า ขนาดแผ่นดินไหวแบบท้องถิ่น หรือ Local Magnitude หรือย่อว่า ML

ทำไมแผ่นดินไหวต้องใช้คำว่า ริกเตอร์
ทำไมแผ่นดินไหวต้องใช้คำว่า ริกเตอร์

สูตรที่ใช้วัดได้ทั่วโลก ชื่อ Surface Wave Magnitude

ปีต่อมาคือ 1996 ริกเตอร์ได้พยายามหาวิธีวัดขนาดแผ่นดินไหวที่เอาไปใช้ได้ทั่วโลก และจากความร่วมมือของ ดร. กูเตนเบอร์ก ก็ได้พบวิธีการใหม่ สูตรใหม่ คือ ใช้ค่าแอมปลิจูดของคลื่นพื้นผิว (Surface Wave หรือ S-Wave) ที่มีช่วงคลื่นประมาณ 20?วินาที มาสร้างสูตร และก็ได้วิธีวัดขนาดแบบใหม่ที่ชื่อ Surface Wave Magnitude หรือย่อว่า MS ขึ้นมาอีก 1 สูตร

แต่หลังจากปีนั้น ริกเตอร์ก็ไม่ค่อยได้เข้าไปร่วมหาวิธีการวัดขนาดเพิ่มเติมกับ ดร. กูเตนเบอร์กอีก แต่ทางกูเตนเบอร์ก ไม่ได้หยุดแค่นั้น เขายังพยายามนำคลื่นแผ่นดินไหวแบบอื่นๆ เฟสอื่นๆ เช่น คลื่น P-Wave คลื่น pp มาพัฒนาหาทางวัดขนาดแผ่นดินไหวให้หลากหลายมากขึ้น

ตารางมาตราริกเตอร์

ตัวเลขริกเตอร์

จัดอยู่ในระดับ

ผลกระทบ

อัตราการเกิดทั่วโลก

1.9?ลงไป

ไม่รู้สึก (Micro)

ไม่มี

8,000?ครั้ง/วัน

2.0-2.9

เบามาก (Minor)

คนทั่วไปมักไม่รู้สึก แต่ก็สามารถรู้สึกได้บ้าง และตรวจจับได้ง่าย

1,000?ครั้ง/วัน

3.0-3.9

เบามาก (Minor)

คนส่วนใหญ่รู้สึกได้ และบางครั้งสามารถสร้างความเสียหายได้บ้าง

49,000?ครั้ง/ปี

4.0-4.9

เบา (Light)

ข้าวของในบ้านสั่นไหวชัดเจน สามารถสร้างความเสียหายได้ปานกลาง

6,200?ครั้ง/ปี

5.0-5.9

ปานกลาง (Moderate)

สร้างความเสียหายยับเยินได้กับสิ่งก่อสร้างที่ไม่มั่นคง แต่กับสิ่งก่อสร้างที่มั่นคงนั้นไม่มีปัญหา

800?ครั้ง/ปี

6.0-6.9

แรง (Strong)

สร้างความเสียหายที่ค่อนข้างรุนแรงได้ในรัศมีประมาณ?80?กิโลเมตร

120?ครั้ง/ปี

7.0-7.9

รุนแรง (Major)

สามารถสร้างความเสียหายรุนแรงในบริเวณกว้างกว่า

18?ครั้ง/ปี

8.0-8.9

รุนแรงมาก (Great)

สร้างความเสียหายรุนแรงได้ในรัศมีเป็นร้อยกิโลเมตร

1?ครั้ง/ปี

9.0-9.9

รุนแรงมาก (Great)

ล้างผลาญ‘?ทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีเป็นพันกิโลเมตร

1?ครั้ง/20?ปี

10.0?ขึ้นไป

ทำลายล้าง (Epic)

ไม่เคยเกิด จึงไม่มีบันทึกความเสียหายไว้

0

เรียบเรียงโดย teen.mthai.com

ขอบคุณข้อมูล Mr.Vop’s Blog, http://www.oknation.net/, http://knowledge.truelife.com


อัพเดทข่าวแผ่นดินไหวโอซาก้า และคำแนะนำเบื้องต้นสำหรับนักท่องเที่ยว

เมื่อเช้าวันที่ 18 มิถุนายน 2561 เวลา 7:58 เกิดแผ่นดินไหวความแรงระดับ 6 (จาก 10) ที่โอซาก้า รถไฟ ชินคันเซ็นหลายสายหยุดวิ่ง ไฟฟ้าดับ ไฟไหม้ น้ำประปาหยุดไหลหลายจุดทั่วเมือง มีผลกระทบไปถึงเมืองท่องเที่ยวข้างเคียงอย่างเกียวโต โกเบ นาราด้วย

จากประสบการณ์ของการเคยเป็นผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวและสึนามิใหญ่ญี่ปุ่นปี 2011 ขอแนะนำตามนี้

ถ้าไม่ไกลที่พักเกินไป และเช็คแล้วว่าสายรถไฟที่เราจะขึ้นหยุดทำการแน่ๆ อย่าเสียเวลารอรถไฟหรือบัสเลยค่ะ เพราะตัวเองเคยรอ 3-4 ชม. มาแล้ว แล้วก็ไม่วิ่ง ไม่มา สุดท้ายเดินเท้ากลับบ้าน 4 ชั่วโมงค่ะ

-เมื่อติดต่อบอกสถานการณ์ความปลอดภัยให้พ่อแม่ทราบเรียบร้อยแล้ว ให้เซฟแบทมือถือไว้สำหรับการดูแผนที่เพื่อเดินกลับที่พักและสำหรับการติดตามข่าวที่จำเป็นค่ะ เพราะเราไม่รู้เลยว่า ที่พักเราจะน้ำไหลหรือไฟดับเมื่อไหร่

– ถ้าอยู่ในที่ๆสะดวกซื้อของได้ ให้ซื้อของกิน น้ำดื่ม ไว้ประมาณหนึ่ง อื่นๆที่แนะนำคือมาสก์ปิดปากค่ะ *แต่ถ้าโรงแรมจัดเตรียมให้ก็ไม่ต้องค่ะ

– สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่พาลูกเล็กมา หาซื้อทิชชู่เปียก และผ้าอ้อมสำเร็จรูปไว้ประมาณหนึ่งค่ะ ถ้าน้องยังเล็กมากเพิ่งหัดทานข้าว ในร้านสะดวกซื้อมีข้าวต้มขายค่ะ เปิดถุงแล้วตักกินได้เลย (เดี๋ยวจะแปะรูปไว้ในคอมเม้นท์แรกนะคะ)

– ถ้ามีกระเป๋าถุงหรือเป้ ให้แยกของใช้ที่จำเป็นจริงๆอย่างพาสปอร์ต / เอกสารที่พักและการเดินทาง / กระเป๋าเงิน / น้ำดื่ม / อาหารลูก / นมผง (เตรียมน้ำร้อนจากเครื่องต้มในที่พักเทใส่กระบอกน้ำร้อนเตรียมไว้เลยค่ะ) เผื่อกรณีที่อาจจะต้องวิ่งหรือโดนอพยพไปไหนกระทันหัน ไม่สามารถลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปด้วยได้ ถ้าปลอดภัยดี ไม่มีอะไร ก็แค่ยัดกลับลงไปกับกระเป๋าใหญ่เท่านั้นเอง

ย้ำอีกที โปรดใช้วิจารณญาณตามสถานการณ์ที่ตัวเองอยู่นะคะ อะไรคิดว่าไม่จำเป็นก็ไม่ต้อง ไม่ได้อยากให้ตื่นตกใจ แต่อยากให้เฝ้าระวังอย่างรอบคอบค่ะ ความปลอดภัยสำคัญที่สุด ขอให้ทุกคนปลอดภัยนะคะ ทั้งผู้ที่อยู่อาศัยอยู่แล้วและผู้ที่เดินทางมาเที่ยว ถึงจะทำให้ทริปสะดุดลง แต่สิ่งที่เรายังรักษาไว้ได้ คือชีวิตของเราค่ะ

เครดิตที่มา : แม่บ้านญี่ปุ่นเลี้ยงลูก

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง