การเล่นน้ำ กิจกรรมวัยรุ่น คลายร้อน ปัญหาวัยรุ่น ปิดเทอม วิธีเอาตัวรอด วิธีเอาตัวรอดจมน้ำ สถานการณ์เด็กจมน้ำ ในประเทศไทย เด็กจมน้ำ เยาวชน

5 วิธีเอาตัวรอด ขณะลงเล่นน้ำหน้าร้อน

Home / ทีนวาไรตี้ / 5 วิธีเอาตัวรอด ขณะลงเล่นน้ำหน้าร้อน

ช่วงปิดเทอม มักได้ยินข่าวเยาวชนเรา คลายร้อนด้วยการลงไปเล่นน้ำ ตามแม่น้ำคูคลอง กันเยอะมากๆ และหลายครั้งก็จะมีเรื่องน่าเศร้าตามมา วันนี้เรามีวิธีป้องกันปัญหาเบื้องต้น กับ 5 วิธีเอาตัวรอด ขณะลงเล่นน้ำ มาฝากกันค่ะ

large (12)

5 วิธีเอาตัวรอด ขณะลงเล่นน้ำหน้าร้อน

1. รู้ว่าแหล่งน้ำไหนเสี่ยง พยายามหลีกเลี่ยงหรือไม่ควรไปวิ่งเล่นใกล้ๆ

โดยพาเดินสำรวจสิ่งแวดล้อมในชุมชน และพาเขาไปดูว่าจุดไหนที่อันตราย และจุดไหนที่ปลอดภัย

2. ฝึกลอยตัวในน้ำ 3 นาที เนื่องจากสาเหตุของการจมน้ำส่วนใหญ่ คือไม่สามารถลอยตัวขึ้นฝั่งได้

การที่เด็กมักจะเล่นกันใกล้ฝั่งและพลาดตกลงไปในน้ำ หรือการเล่นที่คึกคะนอง แข่งขันกระโดดลงน้ำแต่กลับไม่มีความสามารถที่จะลอยตัวขึ้นมาเพื่อจะเข้าฝั่งให้ได้ เพราะฉะนั้นถ้าลอยตัวได้ 3 นาที เด็กที่พลัดตกในจุดที่ไม่ไกลจากฝั่งก็จะสามารถช่วยตัวเองได้ ท่าลอยตัวที่ง่ายและใช้เพื่อตะกายเข้าฝั่ง เช่น ท่าปลาดาว ท่าแม่ชีลอยน้ำ ว่ายท่าลูกหมา เป็นต้น

3. ฝึกให้ว่ายน้ำได้ 15 เมตร เพื่อเป็นทักษะในการว่ายเข้าฝั่ง

นอกจากการลอยตัวให้ได้ 3 นาทีแล้ว เด็กยังต้องสามารถว่ายได้ไกลถึง 15 เมตร เพื่อเป็นทักษะในการว่ายเข้าฝั่งหากพลัดตกลงไปในน้ำ ตามมาตรการ 3 น 15 ม (3 นาที 15 เมตร) นั่นเอง

4. รู้อันตราย ไม่กระโดดลงไปช่วยเพื่อนที่กำลังจมน้ำ แต่ให้ทำตามหลัก “ตะโกน โยน ยื่น”

เด็กต้องรู้ว่า การกระโดดลงไปช่วยเพื่อนที่กำลังจมน้ำนั้นเป็นเรื่องที่อันตรายมาก แม้จะถูกฝึกมาอย่างดี ดังนั้นจึงมีหลัก 3 ข้อ คือ “ตะโกน โยน ยื่นไ ตะโกนให้ผู้ใหญ่มาช่วย, โยน สิ่งของที่อยู่รอบตัว เช่น ขวดน้ำ ถังน้ำ แกลลอน กะละมัง รองเท้าแตะ เพื่อให้เพื่อนเกาะและสามารถใช้ลอยตัวได้, ยื่น สิ่งยาวๆ ให้เพื่อนจับแล้วดึงเข้ามาใกล้ฝั่ง (ฝั่งที่เขายืนก็ต้องมั่นคงด้วย)

5. สอนการใช้ชูชีพ การลอยตัวเมื่อใส่ชูชีพ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางทางน้ำ

ไม่ว่าจะเรือพาย เรือแจว จะว่ายน้ำเป็นไม่เป็น ก็มีความเสี่ยงที่จะจมน้ำได้ทั้งนั้นหากเกิดอุบัติเหตุ ดังนั้นจึงต้องเคยฝึกที่จะใส่ – ถอดชูชีพให้ถูกวิธี และอย่างน้อยต้องหัดลอยตัวเมื่อใส่ชูชีพให้ได้ เพราะถ้าลอยตัวไม่เป็น หน้าคว่ำลงก็อาจจะเอาชีวิตไม่รอดได้เหมือนกัน

5 วิธีเอาตัวรอด ขณะลงเล่นน้ำ large (9)

สถานการณ์เด็กจมน้ำ ในประเทศไทย

การจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี โดย 10 ปีที่ผ่านมา (ระหว่างปี 2551-2560 โดยสำนักโรคไม่ติดต่อ การควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข) มีเด็กจมน้ำเสียชีวิต 9,574 คน ซึ่งกลุ่มเด็กอายุ 5-9 ปี เสียชีวิตสูงสุด ร้อยละ 40.5/ เด็ก 0-2 ปี ร้อยละ 20.0

8 ขั้นตอน CPR ช่วยเหลือเด็กจมน้ำ
ข้อมูลโดยโรงพยาบาลวิชัยยุทธ

  1. รีบนำเด็กออกจากที่เกิดเหตุให้อยู่ในที่ปลอดภัย แล้วปลุกด้วยเสียงที่ดัง พร้อมตบไหล่ทั้งสองข้าง
  2. โทรขอความช่วยเหลือที่สายด่วน 1669 หากท่านอยู่เพียงคนเดียว ให้ลงมือช่วยชีวิตเด็กก่อน 2 นาที แล้วจึงโทรขอความช่วยเหลือ
  3. กดหน้าอกลึก 5 เซนติเมตร ในอัตราเร็ว 100-120 ครั้งต่อนาที โดยให้กดหน้าอก 30 ครั้ง
  4. เปิดทางเดินหายใจให้โล่ง โดยวิธีดันหน้าผากและยกคาง โดยการเอาฝ่ามือข้างหนึ่งดันหน้าผากลง นิ้วชี้และนิ้วกลางของมืออีกข้างหนึ่งยกคางขึ้น ใช้นิ้วมือยกเฉพาะกระดูกขากรรไกรล่างโดยไม่กดเนื้ออ่อนใต้คาง ให้หน้าเด็กเงยขึ้น
  5. การช่วยหายใจแบบปากต่อปาก โดยบีบจมูกเด็กให้รูจมูกปิดสนิท สูดลมหายใจเข้าตามปกติแล้วครอบปากผู้ช่วยเหลือเข้ากับปากของเด็กที่หมดสติ ตาชำเลืองมองหน้าอกผู้หมดสติพร้อมกับเป่าลมเข้าไปจนหน้าอกของเด็กขยับขึ้น เป่านาน 1 วินาที แล้วถอนปากออก ให้ลมหายใจของเด็กผ่านกลับออกมาทางปาก เป่า 2 ครั้ง แล้วกลับไปกดหน้าอก
  6. หากมีเครื่องเออีดี ให้เปิดเครื่องทันทีที่เครื่องมาถึง ใช้งานตามคำแนะนำของเออีดี จนกว่าทีมกู้ชีพจะมาถึง
  7. ทำตามคำแนะนำของเครื่องเออีดี (AED) กดหน้าอก ทำ CPR อย่างต่อเนื่องจนกว่าทีมกู้ชีพจะมาถึง
  8. ส่งต่อผู้ป่วยให้กับทีมกู้ชีพ เพื่อนำส่งโรงพยาบาล

ข้อมูลและภาพจาก www.thaihealth.or.th, emptytrunkquotesfrenzy, www.vichaiyut.co.th