10 เรื่องจริงชีวิตนักเรียนแพทย์

Home / ทีนวาไรตี้ / 10 เรื่องจริงชีวิตนักเรียนแพทย์

10 เรื่องจริงชีวิตนักเรียนแพทย์ นี้เป็นข้อมูลจากนักเรียนแพทย์ปีที่ 3 ที่ได้บรรยายให้เราได้ฟังกันว่า การเป็นแพทย์นั้นมันไม่ได้ง่ายเลย ต้องผ่านอะไรตั้งมากมาย หลายคนคิดว่า แพทย์นั้นต้องเป็นเหมือนในละคร บ้าเรียน มีแต่โลกส่วนตัว เงียบๆ แต่จริงๆแล้ว!สิ่งที่เราคิดอาจจะมีอะไรถูกหรือผิดก็ได้นะ ลองตาม teen.mthai ไปดู 10 เรื่องจริงชีวิตนักเรียนแพทย์ กันดีกว่าคะ โดยเรื่องที่เล่ามานี้เฉพาะปี 1-3 หรือชั้น pre-clinic นะคะ^^

10 เรื่องจริงชีวิตนักเรียนแพทย์ teen.mthai13278213621327821585l

10 เรื่องจริงชีวิตนักเรียนแพทย์

1. นักเรียนแพทย์ปี 1 เป็นปีที่มีความใกล้เคียงกับเด็กมหา’ลัยมากที่สุด

  • ที่พูดอย่างนี้เพราะตั้งแต่ปี 2 เป็นต้นไป นักเรียนแพทย์จะไม่ค่อยใช้ชีวิตเหมือนเด็กมหา’ลัยทั่วๆไป เรียกว่าเป็นปีที่ต้องเก็บเกี่ยวชีวิตนิสิตนักศึกษา(ปกติ)ให้ได้มากที่สุด ชั้นปีนี้จะได้เรียนวิชานอกคณะ ได้เจอเพื่อนๆต่างคณะ (คือถ้าใครตั้งใจจะคิดคบสนมสนิทกับเพื่อนต่างเพศนอกคณะ ก็รีบๆคว้าไว้ตั้งแต่ปีนี้ 55)
  • ถ้าอยู่จุฬาฯจะรู้ว่า คณะแพทย์ฯอยู่นอกรั้วจุฬาฯใหญ่ (นั่นคือ ถูกตัดขาดจากคณะอื่น)?… ซึ่งปี 1 เป็นปีเดียวที่ได้เดินเพ่นพาน และใช้ชีวิตนอกคณะมากกว่าในคณะตัวเอง จนบางทีก็เกือบลืมไปแล้วว่า “กุเรียนหมอ”

2. อาจารย์ใหญ่ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

  • เมื่อก่อน ถ้าถามถึงการเรียนหมอ สิ่งแรกที่นึกถึงคือ “อาจารย์ใหญ่” ซึ่งพอได้เข้ามาเรียนจริง ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารายวิชากายวิภาคฯ หรือ Anatomy เป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนหมอ แต่ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่ง ยังมีอะไรอีกมากมายก่ายหน้าผากให้ต้องศึกษา และแน่นอนเมื่อพูดถึงอาจารย์ใหญ่ คนส่วนใหญ่มักจะกลัวกัน ในครั้งแรกที่ได้เรียน สารภาพด้วยเกียรติของยุวกาชาดว่า “กลัว” แต่พอเวลาผ่านไป ความกลัวเปลี่ยนเป็นความเคารพ?จนตอนนี้ก็ตอบไม่ได้ว่าถ้าไม่มีอาจารย์ใหญ่ ในแต่ละปี จะสามารถผลิตแพทย์ที่มีคุณภาพออกมาได้สักคนรึปล่าว ถ้าจะพูดกันจริงๆ อาจารย์ใหญ่ ไม่ได้มีพระคุณเฉพาะกับพวกเรานักเรียนแพทย์ แต่มีพระคุณต่อทุกคนที่นั่งๆนอนๆอยู่บนโลกร้อนๆใบนี้ หรือจะปฏิเสธว่าชีวิตนี้ไม่เคยไปหาหมอ

3. ความหลากหลายในคณะ

  • คณะแพทย์ฯ ก็เป็นสังคมๆ หนึ่ง ย่อมมีความหลากหลายทั้งด้านกายภาพ ชีวภาพ เคมี สังคม ภาษาไทย (ไม่ใช่แระ) ใครที่คิดว่านักเรียนแพทย์มีแต่พวกเนิร์ดๆ หน้าตาประหนึ่งว่ากุเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ความเป็นหมอมันฝังตัวอยู่ในพันธุกรรม และแสดง phenotype ออกมาให้เห็นผ่านใบหน้า คุณคิดผิด!ถ้าไม่เชื่อ ว่างๆลองเข้ามาเดินเล่นในคณะแพทย์ฯ จะพบตั้งแต่ นางฟ้า ยัน …….. เพื่อนนางฟ้า 555 (ก็เป็นเพื่อนมันจริงๆหนิ)
  • อีกเรื่องที่คนทั่วไปมองนักเรียนแพทย์คือ เรื่องความฉลาด จริงๆแล้ว ใช่ว่านักเรียนแพทย์ทุกคนจะเก่งเว่อกว่าชาวบ้าน (อย่างเราอาจจะต่ำกว่ามาตรฐานมนุษย์ทั่วไปด้วยซ้ำ เหอะๆ) อย่างในคณะแพทย์ฯ จุฬาฯก็มีการแบ่งชนชั้นวรรณะในเรื่องนี้ไว้ 3 ชนชั้น คือ เทพ (กลุ่มหัวกะทิของคณะ), ชนชั้นกลาง (สามัญชนทั้วไปในคณะ ใช้ชีวิตเยี่ยงคนปกติทุกประการ), และแกะ?เป็นชนชั้นที่ต้องดิ้นรนมากในช่วงใกล้สอบ เพราะถ้าไม่ใกล้สอบแกะจะไม่มีจิตใจฝักใฝ่ทางบุ๊นสักเท่าไหร่ (ที่มาของแกะคือการนอนนับแกะในเวลาเรียน)?อย่างไรก็ตามแกะก็ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของคณะเลยทีเดียว (พูดง่ายๆคือเป็นพื้นให้เหยียบตลอด)

10 เรื่องจริงชีวิตนักเรียนแพทย์ teen.mthai13278213621327821585l4. แกะในใบจาม

  • คล้าย “กบในกะลา” นี่แหละหนา ด้วยการเรียนที่หนัก(โคตร) ทำให้นักเรียนแพทย์ค่อยๆถูกตัดขาดจากโลกภายนอกทีละน้อยๆ ตั้งแต่ปี2ขึ้นไป นักเรียนแพทย์จะต้องเรียนแต่วิชาคณะ ตั้งแต่เช้ายันเย็น หรือ โคตรเช้ายันตะวันตกดินในบางวัน แม้แกะบางตัวจะสังคมขนาดไหน แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักเรียนแพทย์แล้ว ยังไง๊ ยังไง ก็ปฏิเสธข้อนี้ไม่ได้ แต่ละวันก็จะเจอแต่เพื่อน พี่ น้อง ในคณะ เรียกว่าเวลาที่จะไปพบปะกับเพื่อนต่างคณะน้อยลงทุกทีตามชั้นปีที่สูงขึ้น …. ฉะนั้น นักเรียนแพทย์อาจโดนเพื่อนต่างคณะเลิกคบได้ทุกเมื่อ

เพื่อนต่างคณะ : เอ้ย วันจันทร์เลี้ยงน้องจังหวัดนะ 4โมงเย็น มาให้ได้นะแก

นักเรียนแพทย์ : เออน่า เด๋วเราไปก่อนเวลาสักครึ่งช.ม.เลยเป็นไง ฮ่าๆๆ

 วันจันทร์ 16:00 น.

เพื่อนต่างคณะ : ไหนว่าจะมาก่อนเวลาไง?

นักเรียนแพทย์ : เดี๋ยวแปบนึงนะ เรายังผ่าอาจารย์ใหญ่ไม่เสร็จเลยอะ

16:30 น.

เพื่อนต่างคณะ : เสร็จยังวะ อย่าบอกนะว่าไม่มา ปีที่แล้วก็ชิ่งทีนึงแล้ว

นักเรียนแพทย์ : เออ บอกว่าไปก็ไปดิ แค่นี้ก่อนนะเว้ย คุยลำบาก ต้องถอดถุงมือ

17:00 น.

เพื่อนต่างคณะ : เฮ้ย เค้ารอเมิงคนเดียวเนี่ย จะมามั้ย จะได้ให้น้องเค้ากินๆกันก่อน

นักเรียนแพทย์ : เออๆ เมิงให้เค้ากินกันเลย กุน่าจะสาย (ได้ข่าวว่าสายอยู่แล้ว) เสร็จแล้วเดี๋ยวกุโทรไป

19:00 น.

เพื่อนต่างคณะ : โทษทีที่กุโทรมาก่อน คือเค้าเสร็จกันแล้ว เมิงจะมาเจอพวกกุป่ะ

นักเรียนแพทย์ : เออเมิง โทษทีว่ะ อาจารย์เพิ่งบอกว่าพรุ่งนี้quiz กุคงต้องอ่านหนังสือ

เพื่อนต่างคณะ : ไอ้…..

อย่างไรก็ตาม วันว่างๆหลังสอบ หรือช่วงที่ไฟไม่ลนก้นก็สามารถไป hang out กับเพื่อนๆได้บ้างนะ 555

5. มักไม่ค่อยเสียดุลให้เด็กต่างคณะ

  • จากผลพวงของข้อที่แล้ว นักเรียนแพทย์ส่วนใหญ่มักใช้เวลาอยู่ในคณะตัวเอง ไม่ค่อยมีเวลาออกไปพบปะผู้คนสักเท่าไหร่ จากเดิมที่เคยเสียดุลให้ต่างคณะก็เปลี่ยนไป โดยเฉพาะสาวๆที่มีแฟนอยู่คณะอื่น พอเริ่มไม่มีเวลาให้ หนุ่มๆก็จะเริ่มหายหน้าไปอย่างช้าๆ ถ้าไม่รักหนักแน่นเหมือนเพลงพี่เบิร์ดก็เป็นอันต้องลงท้ายด้วย “เราเป็นเพื่อนกันเถอะ” ทุกครั้งไป และสุดท้าย พอเริ่มเรียนไปเรื่อยๆ เจอคนหน้าเดิมๆซ้ำๆ ทุกวันๆ ก็เกิดอาการ “เพื่อน กุรักมึงว่ะ” (อันนี้ใช้ได้กับทุกเพศ) เพราะนอกจากจะไม่มีใครให้มองแล้ว คนในคณะยังเข้าใจกันดีอีกด้วย แต่ทุกเรื่องย่อมมีข้อยกเว้น ปัจจุบัน ยังมีคู่รักหนักแน่นหลายคู่ที่แม้จะเป็นเด็กต่างคณะแต่ก็ยังอยู่ทนอยู่นานมาจนถึงทุกวันนี้ และจากสถิติ พบว่านักเรียนแพทย์ชาย ยังคงเป็นที่สนใจของสาวๆ (และหนุ่มๆ) คณะอื่นอยู่พอสมควร (ช่างต่างกับนักเรียนแพทย์หญิง)

10 เรื่องจริงชีวิตนักเรียนแพทย์ teen.mthai

6. สายรหัสผูกพัน สายสัมพันธ์ชั้นปี

  • ไม่แน่ใจว่าทุกมหา’ลัยจะเหมือนกันรึเปล่า แต่เท่าที่รู้มา ทั้งจากที่จุฬาฯเองและจากเพื่อนนักเรียนแพทย์ ม.อื่นๆ พบว่า คณะแพทย์ฯ เป็นคณะที่มีความผูกพันกันในสายรหัสมากที่สุดคณะหนึ่ง โดยไม่ได้สนิทกันเฉพาะชั้นปีที่ติดๆกันเท่านั้น แต่นักเรียนแพทย์ทุกคนจะถูกปลูกฝังให้รักน้องพี่ในสายรหัสเป็นอย่างมาก จะมีการช่วยเหลือเกื้อกูล และปรึกษาหาเรื่อง เอ้ย หารือ(มันจะเล่นทำไมเนี่ยมุกนี้) กันตลอดเวลา น้องๆชั้นปี 1-5 ก็จะได้รับมรดกตกทอดจากพี่ๆปีสูงกว่าจากรุ่นสู่รุ่น ประหนึ่งเป็นทายาทอสูร ไม่เว้นแม้กระทั่งพี่ปี 6 ที่จะจบแหลไม่จบแหล?(ฟังดูแปลกๆ เหอะๆ)?ในบางสายรหัสก็จะมีพี่สายที่จบไปแล้วค่อยฝากของมาให้อยู่เนืองๆ
  • รวมทั้งเทศกาลล้มทับพี่รหัส?หรือการเลี้ยงสายก็จะต้องจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี น้องเล็กของสายก็จะอิ่มหนำสำราญเป็นพิเศษ ถ้าเป็นที่จุฬาฯ น้องปี1ในคณะจะได้รับการเลี้ยงจากพี่ๆในสายอย่างเป็นทางการรวม 8 ครั้ง (บวกลบ 2 แล้วแต่สายรหัส) นอกจากนี้อาจมีการเลี้ยงจากอาจารย์ที่ปรึกษาสายรหัสอีก 1 หรือ 2 ครั้ง นี่ยังไม่รวมการเลี้ยงอย่างไม่เป็นทางการในกรณีที่พี่คนไหนกระเป๋าหนักเป็นพิเศษ หรือถ้าโชคดีก็อาจมีพี่สายที่จบไปแล้ว นึกอยากจ่ายตังค์ขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ก็ทำให้น้องๆลดค่าอาหารลงได้อีกหลายสตางค์เลยทีเดียว
  • สาเหตุที่ทำให้สายรหัสมีความผูกพันกันมากเป็นพิเศษ?(นอกจากการได้รับประโยชน์จากการกินแล้ว)ประเด็นสำคัญอาจมาจากเรื่องเรียนที่หลายครั้งต้องอาศัยความช่วยเหลือจากพี่ๆ รวมถึงการใช้ชีวิตวนเวียนในคณะก็ทำให้มีโอกาสเจอกันได้บ่อยๆ
  • นอกจากความผูกพันในสายรหัสแล้ว นักเรียนแพทย์ในแต่ละชั้นปียังมีความสนิทสนมกันมาก ด้วยจำนวนที่ไม่มาก(แต่ก็ไม่น้อย) ประกอบกับการเรียนในคณะที่จะแตกต่างจากคณะอื่นๆ คือจะเรียนไปพร้อมๆกันในทุกๆวิชา ตลอดวัน ตั้งแต่ต้นเทอมยันจบเทอม?(ยังกะเด็กประถม) ไม่มีการแยกไปเรียนที่นั่นที่นี่เหมือนคณะอื่นๆ (ยกเว้นชั้น clinic ที่ตองแยกตามวอร์ด) จึงทำให้นักเรียนแพทย์ชั้นปีเดียวกันอยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลา ทำให้รู้จักกันทั้งหมด?(หลายคนบอกว่า เป็นเพราะถูกเพื่อนกลุ่มอื่นเลิกคบไปแล้ว เลยจำเป็นต้องคบกันเอง)

7. นักเรียนแพทย์เป็นคนธรรมดา ที่เมื่อถึงเวลาเนิร์ดก็ (จำเป็นต้อง) เนิร์ดได้

  • แม้การเรียนจะหนักเพียงใด แต่นักเรียนแพทย์ก็คือคนปกติทั่วไป ที่ยังคงต้องเสพสิ่งบันเทิง และมีอารมณ์ขี้เกียจได้ (บ่อยๆ)ในบางรายก็จะชิวไปเรื่อยๆ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็กางเกงไหม้ไปครึ่งก้นแล้ว แต่ระดับความขี้เกียจในแต่ละคนก็ใช่ว่าจะเท่ากัน คำว่า “ยังไม่ได้อ่าน”ของนักเรียนแพทย์คนหนึ่ง อาจหมายถึงการ “อ่านอย่างตั้งใจ” ของนักเรียนแพทย์อีกคนหนึ่งก็เป็นได้ ฉะนั้นในหลายๆครั้ง นักเรียนแพทย์ควรใช้วิจารณญาณในการตีความคำพูดของเหล่าทวยเทพให้ดี เพราะถ้าเผลอตัว หรือตั้งใจคิดเข้าข้างตัวเอง อาจเกิดอาการ”ดินพอกหางแกะ”ได้
  • อย่างไรก็ตาม พบว่า นักเรียนแพทย์ทุกคนที่จบไปเป็นหมอได้ ต้องมีความรับผิดชอบต่อตัวเองสูงอยู่พอตัว คืออย่างน้อยๆจะต้องสามารถประมาณความสามารถตัวเอง และแบ่งเวลาในชีวิตได้ ไม่ใช่ว่าจะปล่อยตัวปล่อยใจจนเสียการเรียน

8. นักเรียนแพทย์หญิง มักจะหาเพื่อนรู้ใจยากกว่าสาวๆคณะอื่น

  • เมื่อเทียบคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกัน ทั้งรูปร่าง หน้าตา นิสัย ชาติตระกูล เศรษฐานะ ความแอ๊บแบ้ว หรืออะไรก็ตาม ระหว่างสาวคณะแพทย์ กับสาวคณะอื่นๆ พบว่า แม้จะมีลักษณะเหมือนๆกัน แต่นักเรียนแพทย์หญิงกลับมีเปอร์เซนต์การปลดระวางจากคานทองน้อยกว่าคนทั่วไปอย่างน่าใจหาย! เป็นที่น่าสลดใจที่สาวคณะแพทย์เหล่านี้แทบไม่ได้รับการตามจีบอย่างจริงๆจังๆจากหนุ่มๆเลย อาจเพราะส่วนใหญ่ถูกมองว่าเก่งเกินไป (มันไม่ใช่ความจริงทั้งหมด) ซึ่งถ้าฝ่ายชายไม่คิดว่าตัวเองมีดีระดับนึงก็จะไม่ค่อยกล้าเข้าหา หรือหนุ่มบางรายก็มองว่าสาวเจ้าไม่มีเวลาให้ตัวเองเลย
  • ความจริงข้อ8นี้ถ้าใครไม่เชื่อ ลองเดินถามผู้ชายแท้ๆสัก 10 คนว่า ถ้าจะให้จีบสาวสักคนมาเป็นแฟนอย่างจริงๆจังๆ คนนึงเรียนหมอ อีกคนนึงเรียนบัญชี, อักษร, นิเทศ แล้วลองนับดูว่าคนส่วนใหญ่จะเลือกจีบใคร

10 เรื่องจริงชีวิตนักเรียนแพทย์ teen.mthai

9. ไม่ควรถามเรื่องโรคภัยไข้เจ็บกับนักเรียนแพทย์ชั้น Pre-clinic

  • คนทั่วไปพอรู้ว่าเป็นนักเรียนแพทย์ เรื่องส่วนใหญ่ที่มักจะถามกัน หนีไม่พ้นเรื่องโรคภัยไข้เจ็บต่างๆนานา เพราะคาดหวังว่า มันเรียนหมอ ก็ต้องรู้สิวะ แต่จริงๆแล้ว นักเรียนแพทย์ในชั้น Pre-clinic เกือบทั้งหมดยังไม่มีความรู้มากพอที่จะแนะนำการรักษาได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ทำได้อย่างมาก็แค่วิธีเบื้องต้นเท่านั้น (บางรายอาจยังบอกอะไรไม่ได้เลย เพราะเรียนมาก็ลืมๆหมด) เพราะชั้นปี1-3เรียนแค่ทฤษฎี ยังไม่ลงลึก และยังไม่เคยรับเคสรักษาคนไข้มาก่อน

เพื่อนต่างคณะ : แม่ นี่เพื่อนหนูเอง เรียนหมออะ

แม่เพื่อน : เรียนหมอด้วยหรอลูก พอดีเลย เนี่ยคุณยายเค้าเป็นกรดไหลย้อน มันอันตรายมากมั้ยลูก

นักเรียนแพทย์ : (เอ๋อไปพักนึง ก่อนที่จะพยายามเคาะสนิม ดึงความรู้ที่มีทั้งหมดเกี่ยวกับกรดไหลย้อนออกมาพูด) …. เอ่อ…. คือ.. จากที่หนูเรียนมานะคะ อาจารย์เค้าบอกว่า…. กรดไหลย้อนเกิดจากการที่กรดในกระเพาะอาหาร มันไหลกลับขึ้นไปทางหลอดอาหาร …. เพราะว่า esophageal sphincter …. เอ่อ …. หมายถึง หูรูดที่หลอดอาหารกับกระเพาะอะคะ มันหลวมเกินไป (อาจมีการเผลอหลุดศัพท์ประหลาดออกมา อย่าคิดว่าต้องการโชว์ภูมิแต่อย่างใด จริงๆแล้วเกิดจากการท่องหนังสือไปสอบ)

แม่เพื่อน : (เริ่มรู้สึกว่ามันตอบไม่ตรงคำถาม แถมยังมาพ่นอะไรก็ไม่รู้ให้ฟังอีก)?เอ่อ…แล้วตกลงมันอันตรายมั้ยล่ะลูก

นักเรียนแพทย์ : คือมันก็อาจทำให้ เอ่อ…. … อ๋อ … ทำให้เกิดการแสบหรือเจ็บหน้าอก บางทีก็มีรสเปรี้ยวที่คออะค่ะ

แม่เพื่อน : (รู้สึกว่ามันก็ยังตอบไม่ตรงคำถามอยู่ดี เลยเริ่มเปลี่ยนคำถามใหม่)?แล้วลูกรู้มั้ยว่ารักษายังไงดี เนี่ยหมอเค้าให้ยาแล้วก็ก็ไม่ค่อยจะดีขึ้นเลย

นักเรียนแพทย์ : (หมอให้ยาไม่หาย แล้วหนูจะช่วยได้มั้ยเนี่ย) หนูก็ไม่แน่ใจนะคะ แต่เท่าทีรู้ การรักษาด้วยยาก็น่าจะช่วยลดกรดได้ ส่วนการรักษาอื่นๆเนี่ย อาจจะใช้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งหนูก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ว่าควรจะลดหรือเพิ่มอะไรยังไง  อ๋อ……… เหมือนจะมีการผ่าตัดด้วยนะคะ น่าจะช่วยบีบให้หูรูดกระชับขึ้น แต่หนูก็ไม่ค่อยแน่ใจอีกเหมือนกัน 

เพื่อนต่างคณะ : หนูว่าแม่ไปถามหมอดีกว่า 555

10. นักเรียนแพทย์ชั้น Pre-clinic ส่วนใหญ่ยังไม่รู้สึกว่าตัวเองใกล้เคียงกับความเป็นหมอ 

  • ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า นักเรียนแพทย์ส่วนใหญ่ในชั้น Pre-clinic ซึ่งแม้จะเป็นชั้นที่ผ่านการเรียนกายวิภาคฯกับร่างท่านอาจารย์ใหญ่มาแล้ว หรือผ่านการทำแลบมาแล้วมากมายก็ตาม แต่หลายคนก็ยังมองภาพตัวเองภายใต้คำนำหน้าชื่อว่านายแพทย์หรือแพทย์หญิงกันไม่ค่อยออก นักเรียนแพทย์หลายคนยังเกิดความครางแครงใจว่า อย่างกุ จะเป็นหมอได้จริงๆหรอ (รวมทั้งเราก็เกิดความคิดนี้ด้วย ฮ่าๆๆ)
  • แต่ช้าก่อนท่านทั่งหลาย อย่าได้กังวลกับอนาคตของแพทย์ไทย… เพราะถ้าพี่รหัสไม่หลอกเรา?ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เมื่อนักเรียนแพทย์เหล่านี้ขึ้นชั้น clinic ได้ใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาล พบกับผู้ป่วยจริงๆ เค้าเหล่านั้นก็จะรู้สึกถึงความเป็นหมอมากขึ้นๆเอง ..

ข้อมูลจาก?i-aeez.exteen.com/20090615/10-pre-clinic

ขอบคุณรูปภาพ Facebookสมาคมนิยมนิสิต นักศึกษาแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย