สำรวจ ค่าใช้จ่ายงานรับปริญญา เสียตังค์กันไปเท่าไร?

Home / ทีนวาไรตี้ / สำรวจ ค่าใช้จ่ายงานรับปริญญา เสียตังค์กันไปเท่าไร?

งานรับปริญญา วันแห่งความสำเร็จ วันแห่งความภาคภูมิใจ ของเหล่านักศึกษาจบใหม่และครอบครัวที่ต้องยกขบวนปิดหมู่บ้านแห่แหนมาฉลอง ถ่ายรูปรับปริญญาล้นมหาวิทยาลัย (บางที่ก็สวนอัมพร) อากาศก็ร้อนของขายก็แพง แต่ทำไงได้? เพื่อลูกหลานของเรา อนาคตของชาติ ผู้ปกครองก็ต้องยอมเสียสละขั้นตอนสุดท้าย ค่าใช่จ่ายงานรับปริญญา ที่คำนวนออกมาแล้วว่า เกินงบชัวร์!! เอาละ teen.mthai จะพาไปคำนวน ค่าใช่จ่ายงานรับปริญญา ที่งอกออกมาแบบไม่ได้ตั้งใจ

เรียบเรียง teen.mthai.com อ้างอิง matichon.co.th ภาพ facebook.com/natgallery

ค่าใช่จ่ายงานรับปริญญา
ค่าใช่จ่ายงานรับปริญญา

ทีนี้ เราลองมาจำแนก ค่าใช่จ่ายงานรับปริญญา ที่ต้องควักกระเป๋าสตางค์ หรือบางรายก็เทแทบหมดหน้าตัก เพื่อให้ ” วันแห่งความสำเร็จ ” ภายใต้อาภรณ์ที่เรียกว่า ชุดครุยบัณฑิต มีรูปถ่ายแห่งความภาคภูมิใจ ระหว่างการรับพระราชทานปริญญาบัตร หรือพิธีประสาทปริญญา เอาไว้ติดฝาบ้าน หรือภาพรวมหมู่กับเพื่อนๆ สมัยเมื่อยังเป็นนักศึกษา ที่อุตสาหะร่ำเรียนจนจบวิชาจนได้ขึ้นชื่อว่า เป็นบัณฑิต มหาบัณฑิต ดุษฎีบัณฑิต อย่างพร้อมเพรียง ว่าในงานรับปริญญางานๆ หนึ่ง เราต้องเสียสตางค์ไปค่าอะไรบ้าง เพื่อให้เป๊ะ ! ทั้งเสื้อ ผ้า หน้าผม ลงตัวเก๋ไก๋ภายใต้ข้อกำหนดอย่างถูกระเบียบตามของแต่ละสถาบัน

เริ่มก่อนเลยที่ ค่าขึ้นทะเบียนบัณฑิต

ซึ่งถ้าเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาล ก็อาจจะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายบางอย่างมาตั้งแต่ตอนเข้าปี 1 แล้วมาเก็บเพิ่มอีกราวๆ ไม่เกิน 1 พันบาทในการดำเนินการต่างๆ แต่ถ้าเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนก็จะมีการเรียกเก็บราวๆ 1,000-4,000 บาท ซึ่งนั่นหมายถึงอาจรวมไปกับค่าสั่งตัด-เช่าชุดครุย ที่ตามมหาวิทยาลัยบังคับหรือขอความร่วมมือให้สั่งเช่ากับของตนเองเลย

ถ้าจำแนกชุดครุยบัณฑิต รวมถึงชุดนักศึกษา ในส่วนของผู้หญิงและผู้ชายเรามาดูที่ รายการของบัณฑิตผู้หญิงกันก่อน ไม่ว่าจะระดับไหน อย่างชุดครุยตามที่บอกไปแล้วขึ้นอยู่กับสถาบันอุดมศึกษานั้นๆ ถ้าเป็นระดับมหาวิทยาลัยของรัฐบาลการเช่าชุดครุย หรือจะสั่งตัดใหม่ไปอยู่ที่ราวๆ 350-1,000 บาท รวมพวกอุปกรณ์เข็ม หรือแถบต่างๆตามแต่ละสาขาคณะ ส่วนมากแหล่งเช่าใหญ่ที่มีทุกสถาบันจะอยู่ทีท่าพระจันทร์ รับรองถุกระเบียบทุกกระเบียดนิ่ว

แต่ถ้าเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนส่วนใหญ่จะบังคับ ให้เช่าไปเลยโดยรวมกับค่าวางมัดจำรวมถึงบวกค่าเช่าสถานที่ต่างๆ ราวๆ 1,200-3,000 บาท

ส่วนพวกเสื้อนักศึกษา กระโปรง เข็มขัด เข็มสถาบัน ติ้ง รองเท้าคัทชู ก็ต้องซื้อใหม่กันหมด

บางรายถ้าอยากประหยัดก็จะไปหาซื้อเสื้อผ้าต่างๆ ที่บางลำภูซึ่งเป็นย่านขายเสื้อผ้านักศึกษาแหล่งใหญ่ ขณะที่บางมหาวิทยาลัยก็จะดิวมาตั้งซุ้มอำนวยความสะดวกให้กับว่าที่บัณฑิตได้เช่าซื้อ วัดตัว จดขนาดไซส์ ชุดรับปริญญากันถึงที่เลยซึ่งราคาก็จะย่อมเยาว์ และเป็นไปตามราคานักศึกษาทั่วไปที่อาจถูกกว่าของข้างนอก

ขณะที่บัณฑิตชาย ค่าใช้จ่ายจะหมดไปกับการตัด-เช่าชุทสูท ที่สวมทับชุดนักศึกษาอีกทีหนึ่ง บางที่ ก็จะมีข้อกำหนดในการใส่สูทสีนั้นสีนี้ โดยคิดราคารวมเช่ากับชุดครุยไปเลย อยู่ที่ราวๆ 2,000-3,000 บาท ไม่รวมค่ารองเท้าหุ้มส้นของผู้ชายที่สนนราคาอยู่ที่ 300 บาทขึ้นไป ตามแต่ความพึงใจของหนุ่มนนั้นๆ ส่วนพวกเสื้อนักศึกษา กางเกงแสลค เข็มขัด รวมถึงเข็มสถาบัน ก็จะคิดราคาซื้อแยกไปตามคล้ายๆ กับของบัณฑิตผู้หญิง

ค่าใช่จ่ายงานรับปริญญา
ค่าใช่จ่ายงานรับปริญญา

มาถึงส่วนสำคัญของผู้หญิงคือ ผมและหน้า

ซึ่งกลายเป็นข้อบังคับไปแล้วว่า บัณฑิตผู้หญิงต้องมีการแต่งหน้าและทำผม แน่นอน การแต่งหน้า ส่าวๆส่วนใหญ่ที่อยากสวยแต่ไม่สันทัดในการแต่งแต้มสีสันบนใบหน้าก็ต้องพึ่งพาบรรดาช่างแต่งหน้าซึ่งแอดวานซ์รวมไปถึงช่างทำผมเบ็ดเสร็จไปในตัว ซึ่งราคาที่คิดก็จะมีแบบทั้งกันเองและอลังการงานสร้างให้สาสมกับเป็นวันแห่งความสำเร็จ

เอาเฉพาะค่าแต่งหน้ากับทำผมเบ็ดเสร็จต่อวันก็อยู่ที่ราวๆ 1,000 – 3,000 บาท ตามแต่คุณภาพของเครื่องสำอางค์ และออฟชั่นเสริมของการแต่งหน้าทำผม ให้เริ่ด เกิดกันไป อาทิ ขนตาปลอม บริการทาเล็บ หรือมวยผม ปาดผม ทรงนั้นทรงนี้ให้ดูชิคและแนวไปตามสไตล์

แต่ถ้ารวมเพื่อนๆ กันมามากๆ พวกช่างเหล่านี้ ที่มีเป็นกองทัพเขาก็จะคิดราคาลดหลั่นไปตามความสนิทและลูกเล่นคุ้นเคยของลูกค้า จะแบบเหมาทั้งวันซ้อม วันรับจริงไปก็ตามแต่ตกลง ว่าจ้าง

ถ้าแบบเอาประหยัดเลย สาวๆบัณฑิตหลายๆ คนสมัยนี้ ซึ่งล้วนช่ำชองในการแต่งหน้ากันอยู่แล้วส่วนใหญ่ก็ไม่ใช้บริการช่างเดลิเวอร์รี่เท่าไหร่ แต่พวกเธอจะแต่งกันเองหรือใช้บริการเพื่อนๆกันนี่ล่ะแต่งเสริมเติมความงามเพิ่มความใสให้

ใช่ว่าจะมีแต่สาวๆบัณฑิต ที่ใช้บริการแต่งหน้า ทำผมหนุ่มๆ เจ้าสำอางค์บางคนก็ใช่น้อยหน้า เพื่อความหล่อ ความเท่ห์ ถ่ายรูปออกมาให้ดูดี บางรายก็มีโบ๊ะหน้า เซ็ตผมกันบ้าง ให้พอดูดี หรือจะอยากแอบสวย ก็ตามแต่ สนนราคาสำหรับผู้อยากใช้บริการก็มีตั้งแต่ 100-1,000 บาทขึ้นไป

เครื่องบันทึกความภูมิใจคงหนีไม่พ้น การถ่ายรูป

แน่นอน วันแห่งความสำเร็จนี้ใครๆก็อยากจะให้รูปถ่ายของตัวเองและผองเพื่อน ออกมาดูดี เพื่อที่ว่าไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีก็ยังเป็นความทรงจำที่ดีอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นช่างภาพที่จะเสาะหามุมให้เราถ่ายลั้นลากับชุดครุยหรือชุดนักศึกษาจึงต้องสามารถเซ็ตองค์ประกอบให้มันลงตัวที่สุด และพร้อมจะส่งมอบรูปถ่ายสวยๆอาร์ตๆแนวๆ ให้กับเราแบบเสร็จสรรพ หลายๆ คนจึงพึ่งบริการช่างภาพส่วนตัว จะเป็นตั้งแต่มือสมัครเล่นจนถึงขั้นโปรเฟสชั่นนั่ลก็แล้วแต่

โดยสมัยนี้ก็มีพวกช่างภาพรับจ้างเยอะแยะที่เรียนหรือรู้เทคนิคการถ่ายรูปบุคคลให้ดูดีกว่าตัวจริงเยอะแยะไป สนนราคาตั้งแต่สนิทสนม พอถูไถไปจนถึงมือถ่ายขั้นเทพอุปกรณ์พร้อมสรรพ ตกวันละตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ต่อวัน ดีหน่อยตรงที่ปัจจุบันไม่ต้องไปเสียค่าฟิล์มแล้ว เพราะกล้องดิจิตอลพอถ่ายปุ๊บก็โหลดลงคอมฯ เก็บใส่ซีดีไปเปิดดูให้เลือกอัดทีละหลายๆรูปได้เลย

แต่ส่วนใหญ่ก็ใช้บริการเพื่อนๆกันนี่ล่ะถ่ายให้ ประหยัดค่าใช้จ่าย แถมยังสั่งได้ถูกใจอีกต่างหาก

 

ค่าใช่จ่ายงานรับปริญญา
ค่าใช่จ่ายงานรับปริญญา

มาถึงค่าใช้จ่ายพวกการอัดรูปขณะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร หรือระหว่างพิธีประสาทปริญญาบัตร

ซึ่งคือไฮไลท์ของการบ่งบอกสถานภาพว่า ฉันได้เป็นบัณฑิตจากที่นั่นที่นี่นะ โดยค่าอัดรูปจะไปแพลงตรงที่กรอบรูปที่เราเลือกใช้นี่ล่ะ ถ้าแพงสุดจะเป็นพวกกรอบรูป แบรนด์หลุยส์ วิตตอง บานโตมหึมา ที่ไว้ตั้งหรือแปะโชว์ฝาบ้านที่ห้องรับแขกประกาศให้ใครต่อใครรู้ว่าจบปริญญา นั้นนี่นู้นนั่นล่ะ เฉพาะกรอบรูปหลุยส์อยู่ที่ราคาราว 2,000-2,500 บาท แต่ถ้าเป็นกรอบรูปแบบอื่นๆจนถึงขั้นธรรมดาตามแต่ละไซส์ขนาดก็มีตั้งแต่ราคาประมาณ 350 บาทขึ้นไป

บางมหาวิทยาลัยเขาก็จะเหมารวมเป็นแพคเกจ ที่มีทั้งรูปขณะรับใบปริญญา รวมไปถึงรุปถ่ายหมู่รวมคณะ ราคาก็ราวๆ 2,000-3,000 บาท ทั้งนี้ทั้งนั้นขั้นตอนการจองก็อาจเป็นการวันรับปริญญา หรือระหว่างวันรับปริญญา ซึ่งรูปพวกนี้เขาจะอัดแล้วส่งกลับมาให้เราตามที่อยู่ที่ให้ไว้ แต่เงินน่ะจ่ายไปก่อนแล้วนะ

ระหว่างวันรับปริญญา หรือวันซ้อม

แน่นอนบัณฑิตอาจต้องเสียค่านี่นู่นอีกจิปาถะ ในบรรดาพวกอุปกรณ์เสริมทั้งหลายแหล่ ซึ่งบางมหาวิทยาลัยก็รับกันที่สถาบันของตนเองเลย บางมหาวิทยาลัยหรือสถาบันก็ไปเช่าตามสถานที่หลักใหญ่สำคัญๆอย่างเช่นในกรุงเทพฯ ก็จะเป็นพวกศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี สวนอัมพร เป็นต้น ซึ่งก็จะมีรุ่นน้อง รุ่นพี่ ในคณะ มาบูมให้กับบัณฑิต แน่นอน เราก็ต้องจ่ายพวกบัดเจ็ตต่างๆไปแล้วแต่กำลังบางคนเงินหนาก็ให้รุ่นน้องไปทำกิจกรรมสมทบให้กับคณะตัวเองมากหน่อยบางคนก็รวมๆกับเพื่อนในกลุ่มหารเฉลี่ยกันไป ไหนจะค่ากิน ค่าน้ำ ค่าเลี้ยง เพื่อนข้างนอกที่ไมได้รับปริญญาด้วยกันอีกรวมถึงใฝในวันรับปริญญาจริงๆ

เมื่อได้ใบปริญญาบัตรมาแล้วเราก็จะเห็นมีคนเดินมาเร่ขายพวกซองใส่ปริญญาบัตรอีกซึ่งนี่ก็อยู่ที่ราคาซองละ 20-30 บาท

ครั้นเสร็จสิ้นพิธีแล้วบัณฑิตหลายๆคนก็ต้องไปงานเลี้ยงฉลองต่อไม่ว่าจะกับญาติ กับเพื่อน กับคนในครอบครัวก็แล้วแต่ซึ่งอาจจะเป็นตัวบัณฑิตควักเงินเลี้ยงเองหรือพ่อแม่ฐาติพี่น้องช่วยกันเลี้ยงนี่ก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไป ซึ่งค่าอาหารต่างๆที่เลี้ยงไปก็สนนค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 1,000 บาทขึ้นไป

ปิดท้ายเมื่อรับปริญญาไปเสร็จสรรพแล้ว

ก็ใช่ว่า ค่าใช้จ่ายจะสิ้นซากบัณฑิตหมาดๆยังต้องมานั่งอัดรูปถ่ายที่เก็บไว้ดูเล่นยามเวลาผ่านมาอีก ซึ่งส่วนใหญ่กล้องที่ใช้ถ่ายรูปสมัยนี้ล้วนเป็นแบบดิจิตอลหมดแล้วก็ไม่ต้องไปเสียกับค่าล้างรูป แค่อัดอย่างเดียว ถ้าเอาถูก(สุด) หน่อยก็เฉลี่ยค่าอัดรูปละ 1.50 บาท อาจเป็นคุณภาพกระดาษพอถูไถแต่อัดไว้ใส่อัลบั้มได้ไม่อั้น จนไปถึงอัดกระดาษอย่างดี ก็เฉลี่ยใบละ 4-5บาท แล้วแต่บัณฑิตจะอัดกี่(ร้อย)รูปก็คูณไป(สิ)

เฮ้อ! เรียกว่า งานรับปริญญาทั้งที หมดสตางค์ไปไม่รู้เท่าไหร่(แล้วเนี่ย)ไม่รู้จะคุ้มกับงานที่หลายคนอาจเพิ่งได้ทำหรือหลายคนที่กำลังเตะฝุ่นต้องเข้าเนื้อหรือเปล่านะ(ฮา)

สำรวจ ค่าใช่จ่ายงานรับปริญญา เสียตังค์กันไปเท่าไร ?
สำรวจ ค่าใช่จ่ายงานรับปริญญา เสียตังค์กันไปเท่าไร ?

ทว่า หลายคนก็สุขใจ ดีใจที่บรรดาคนในครอบครัวเพื่อน พ้อง น้อง พี่ญาติโกโหติกา หอบเอาช่อดอกไม้ ของขวัญ ตุ๊กตา ต่างๆนานา มาแสดงความยินดีกันอย่างพร้อมหน้า รวมถึงเงินรับขวัญบัณฑิตใหม่มาแจกให้อุ่นใจหน้าบาน ประจานความสุขผ่านรูปถ่ายไปตามๆ กัน
งานรับปริญญา บ่งบอกความสำเร็จแห่งชีวิตทั้งที จะมัวนั่งก่ายหน้าผากกับการบวกเงินทองที่เสียไปทำไม ยิ้มกว้างๆให้โลกสดใสต้อนรับงานดีๆ ใหม่ๆ กับอนาคตก้าวไกลที่รออยู่ข้างหน้าดีกว่าเนอะ….! เพราะกำไรชีวิตเราก็เก็บเกี่ยวกันได้ในช่วงมหาวิทยาลัยนี่ล่ะ ขึ้นอยู่กับการต่อยอดสร้างสรรค์

ไม่ว่าจะจบจากสถาบันการศึกษาไหน เด่นดังอย่างไร ได้เกียรตินิยมหรือไม่ คุณค่าของผลงานมันอยู่ที่ กึ๋น มันสมอง ความสามารถและความขยัน ภายใต้ “ความอดทนสู้งาน” ของแต่ละบุคคลมากกว่า…

ค่าใช่จ่ายงานรับปริญญา
ค่าใช่จ่ายงานรับปริญญา