มากาเร็ต ลิน เซเวียร์ วันสำคัญ แพทย์หญิง

รำลึกวันครบรอบ 122 ปี มากาเร็ต ลิน เซเวียร์ แพทย์หญิงคนแรกของไทย

Home / ทีนวาไรตี้ / รำลึกวันครบรอบ 122 ปี มากาเร็ต ลิน เซเวียร์ แพทย์หญิงคนแรกของไทย

29 พ.ค.63 วันนี้ GoogleDoodle  ร่วมรำลึกถึงวันครบรอบ 122 ปี ของคุณหมอ มากาเร็ต ลิน เซเวียร์ หรือ คุณหมอลิน แพทย์หญิงคนแรกของเมืองไทยที่ได้ปริญญาแพทยศาสตร์ ในอดีตเธอได้ทำหน้าที่ของหมอด้วยหัวใจจริง ๆ รักษาฟรีไม่มีการแบ่งชนชั้น และหลายคนอาจจะไม่ค่อยรู้จักกันมากนัก Teen.mthai ขอนำประวัติมาให้ได้อ่านกัน

ประวัติ มากาเร็ต ลิน เซเวียร์ แพทย์หญิงคนแรกของไทย

ลูกสาวปลัดทูลฉลองกระทรวงการต่างประเทศในสมัย ร.5-ร.6

มาร์กาเร็ต ลิน เซเวียร์ (Magaret Lin Xavier) หรือ คุณหญิงลิน ศรีวิสารวาจา (หรือหลายคนเรียกกันติดปากว่า หมอลิน)  เธอเกิดวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2441 ที่บ้านเชิงสะพานพิทยเสถียร ทางฝั่งตะวันออกของคลองผดุงกรุงเกษม ตำบลมหาพฤฒาราม อำเภอบางรัก จังหวัดพระนคร

เป็นบุตรีของพระยาพิพัฒน์โกษา (เซเลสติโน ซาเวียร์ หรือ C.M. Xavier) ปลัดทูลฉลองกระทรวงการต่างประเทศในสมัยรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ซึ่งต่อมาดำรงตำแหน่งอัครราชทูตไทยประจำประเทศอิตาลี ส่วนมารดาชื่อ กิมกี

ประวัติด้านการศึกษา แพทย์หญิงชาวไทยคนแรกที่ได้ปริญญาแพทยศาสตร์

  • บิดาส่งไปเรียนที่ Convent of the Sacred Heart ที่ปีนัง
  • ต่อมาย้ายมาเข้าศึกษาที่ Clark’s Commercial College ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ (เพราะย้ายตามบิดาที่ต้องไปรับราชการในยุโรป)
  • เข้าเรียนต่อ Matriculation Course หรือหลักสูตรสำหรับเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย
  • จากนั้นสอบติดที่ London School of Medicine for Women และที่โรงพยาบาล Royal Free ตามลำดับ จนได้รับปริญญา M.B., B.S., M.R.C.S. และ L.R.C.P.

ปี 2467 กลับไทย สมัครเป็นแพทย์หญิงในสภากาชาดไทย

มากาเร็ต ลิน เซเวียร์วัย หรือ หมอลิน ในวัย 26 ปี ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเพราะในช่วงเวลานั้นการมีแพทย์หญิงผู้สำเร็จวิชาการรักษาโรคแบบสมัยใหม่นับว่าเธอเป็นคนแรกของไทยเลยทีเดียว และการที่จะไปเรียนแพทย์ในช่วงเวลานั้นที่เมืองไทยยังหาเรียนไม่ได้ คนที่จะไปเรียนจะต้องเดินทางไปที่ทวีปยุโรปหรือสหรัฐอเมริกาเท่านั้น!

หมอลิน เมื่อเรียนจบแพทย์แล้วได้กลับมาสยามเมื่อปี พ.ศ. 2467 สมัครเข้าเป็นแพทย์หญิงในสภากาชาดไทย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และได้ทำงานที่แผนกความผาสุกของเด็กและทารก ในกองกลางหน่วยที่ 1 สภากาชาดไทย รวมถึงปฏิบัติหน้าที่ประจำสุขศาลาบางรัก นอกจากนี้เธอยังได้รับอนุญาตจากสภากาชาดไทยให้ประกอบโรคศิลป์โดยกิจการส่วนตัวได้ หรือการเปิดคลินิก โดยเธอใช้ชื่อคลินิกว่า อุณากรรณ ตั้งอยู่บนถนนสี่พระยา หมอลินเรียกได้ว่าฮอตมาก ๆ ทั้งในหมู่สตรี (เพราะเชี่ยวชาญด้านสูตินารีโดยเฉพาะเรื่องทำคลอด และในหมู่ชายหนุ่มที่หมายปองเพราะเธอนั้นเป็นคนเก่งมีความสามารถ)

ชีวิตสมรส

อย่างไรก็ตามต่อมา หมอลิน ได้สมรสกับพันเอกพระยาศรีวิสารวาจา (เทียนเลี้ยง ฮุนตระกูล) ซึ่งเป็นบุตรชายของนายอุ่นตุ้ยและนางทองคำ เจ้าของตึกซุยโห บริเวณเชิงสะพานพิทยเสถียร  ความสามารถของสามีเธอก็ไม่ธรรมดาเคยผ่านการศึกษาจากประเทศอังกฤษ โรงเรียนอินเตอร์เนชัลแนล คอลเลช (The International College) และโรงเรียนดัลลิช (Dulwich College)ที่นี่ได้จารึกนาม ‘T.L. Hoon’ ของเขาไว้ในหอประชุมเพราะเป็นนักเรียนผู้สอบได้ที่ 1 ตลอด อีกทั้งในระดับมหาลัยยังได้เกียรตินิยมปริญญาตรี วิชากฎหมายในมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (Oxford University) และปริญญาโทรวมถึงสอบผ่านเนติบัณฑิตอังกฤษด้วย

ทั้งสองมีบุตรธิดาด้วยกัน 3 คน ได้แก่

  • นายกิตติรัต ศรีวิสารวาจา
  • ท่านผู้หญิงมนัสนิตย์ วณิกกุล
  • คุณหญิงสาวิตรี โอสถานุเคราะห์

รักษาคนไข้  / คนยากจนไม่คิดค่าตอบแทน

หมอลิน รักษาคนไข้ในทุกชนชั้น ไม่ใช่เพียงเฉพาะชนชั้นสูง คนไข้จำนวนมากของเธอเป็นโสเภณีที่ยากจนที่เธอให้การรักษาโดยไม่คิดค่าตอบแทน แม้หมอลินจะอยู่ในช่วงให้นมบุตร ก็ยังคงทำงาน เธอให้นมบุตรด้วยตนเอง ซึ่งในยุคนั้นมารดามักไม่ได้ให้นมบุตรด้วยตัวเองแต่จะจ้างแม่นมให้นมแทน

ป่วยหนักด้วยโรคมันสมองอักเสบรวมถึงไข้หวัดใหญ่เข้าแทรก

คุณหมอลินป่วยหนักด้วยโรคมันสมองอักเสบรวมถึงไข้หวัดใหญ่เข้าแทรก ถึงแม้จะมีหมอมีชื่อเสียหลายคนมาช่วยกันรักษาแต่ก็เกินเยียวยา เธอได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2475 ด้วยวัย 34 ปี