Missa พระสันตะปาปา พิธีมิสซา ศาสนาคริสต์ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เรื่องน่ารู้

เรื่องน่ารู้ พิธีมิสซา คืออะไร? และจอกกาลิกส์ สมบัติเก่าแก่ในพิธี

Home / ทีนวาไรตี้ / เรื่องน่ารู้ พิธีมิสซา คืออะไร? และจอกกาลิกส์ สมบัติเก่าแก่ในพิธี

เรื่องน่ารู้ ของ พิธีมิสซา พิธีสำคัญทางศาสนาคริสต์ เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่รู้ว่า พิธีมิสซาคืออะไร มีประวัติอย่างไร และพิธีการอย่างไรบ้าง วันนี้เราจะมาติดตามพร้อมกัน

เรื่องน่ารู้ พิธีมิสซา

พิธีมิสซา คือ พิธีบูชาขอบพระคุณ ในความเป็นหนึ่งเดียวกันของคริสตชน โดยมีองค์พระเยซูเจ้าเอง เป็นเครื่องบูชา เพื่อไถ่บาปแทนเรามนุษย์ อาศัยพระกายและพระโลหิตที่ยอมสละและพลีชีวิตเพื่อเรา ดังนั้น พิธีมิสซา จึงเป็นพิธีของส่วนรวมในความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ที่คริสตชนจะขอบพระคุณพระเจ้า

ในพิธีมิสซา คริสตชนเชื่อว่า องค์พระเยซูเจ้าประทับอยู่อย่างแท้จริงใน 3 วิธีการ คือ

1. จากพระวาจาของพระองค์ในบทอ่านจากพระคัมภีร์

2. ระหว่างการเสกปัง และเหล้าองุ่น เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการที่พระเยซูเจ้าจะสถิตอยู่ในพิธีมิสซาฯ เพราะเป็นการรื้อฟื้นการเลี้ยงอาหารค่ำมื้อสุดท้ายของพระเยซูเจ้า

3. การรับศีลมหาสนิท ซึ่งเป็น “ปังทรงชีวิต”

พิธีการต่าง ๆ ของพิธีมิสซา ประกอบด้วยดังนี้

1. ภาคเริ่มพิธี

เริ่มจากเพลงแห่เข้า – คำทักทาย – การสารภาพความผิด – บทกีรีเอ – (พัฒนามาจากบทลีตานีอาในยุคแรกเริ่ม) – บทกลอรีอา และจบที่บทภาวนาของประธาน จุดประสงค์เพื่อเริ่มต้นนำ และเตรียมให้บรรดาสัตบุรุษที่ชุมนุมอยู่ด้วยกัน มีความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน และเป็นการโน้มน้าวจิตใจให้พร้อมที่จะฟังพระวาจาของพระเจ้าอย่างถูกต้อง และให้เฉลิมฉลองศีลมหาสนิทอย่างสมควร

2. ภาควจนพิธีกรรม เป็นส่วนหนึ่งของพิธีที่ปฏิบัติกันมาแต่เดิมก่อนยุคของพระเยซูคริสตเจ้า โดยในพิธีมิสซา จะจัดให้มี “โต๊ะพระวาจา” หรือธรรมาสน์ เพื่อใช้อ่านพระวาจาของพระเป็นเจ้า แยกออกจาก “โต๊ะศีลมหาสนิท” หรือพระแท่นอันเป็นจุดสำคัญที่สุดของพิธีกรรม

3. ภาคศีลมหาสนิท เริ่มจากภาคถวายเครื่องบูชา จนถึงบทภาวนาหลังรับศีล คือการเตรียมเครื่องบูชา – การเสกศีลฯ และการรับศีลฯ เป็นต้น

การเตรียมเครื่องบูชา

โดยต้องเตรียมพระแท่น ซึ่งเป็นศูนย์กลางของพิธีกรรมศีลมหาสนิททั้งมวล โดยปูผ้ารองจอกกาลิกส์และจานศีล นำผ้าเช็ดจอกกาลิกส์ (Purificator) และหนังสือมิสซาวางบนพระแท่น นำแผ่นปังและเหล้าองุ่นมาเตรียมไว้ รวมทั้งมีการบริจาคใส่ถุงทานสำหรับคนยากไร้ หรือทางวัดด้วย

คำภาวนาแห่งศีลมหาสนิท

หรือการเสกปังและเหล้าองุ่น ให้เป็นพระกายและพระโลหิตของพระเยซูเจ้า ถือเป็นหัวใจสำคัญของพิธีมิสซา ประกอบด้วยการเสกศีล เพื่อระลึกถึง และรื้อฟื้นถึงการตั้งศีลมหาสนิทของพระเยซูเจ้า ในอาหารค่ำมื้อสุดท้ายก่อนทรงรับทรมาน และสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน การขับร้องเพลงศักดิ์สิทธิ์ บทข้าแต่พระบิดา การบิปัง และการรับศีลมหาสนิทของสัตบุรุษ ซึ่งการรับศีลมหาสนิท นับว่าเป็นส่วนสำคัญยิ่งในพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณพระเจ้า

จอกกาลิกส์ สมบัติเก่าแก่ในพิธี

การเสด็จเยือนประเทศไทย ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระประมุขศาสนจักรโรมันคาทอลิก และพระประมุขแห่งนครรัฐวาติกัน ตามคำเชิญของรัฐบาลไทย และสภาประมุขแห่งบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ในช่วงวันที่ 20-23 พฤศจิกายน 2562 และจะมีพิธีมิสซา ในวันที่ 21 พ.ย. 2562 เวลา 18.00 น. ณ สนามศุภชลาศัย

ในงานพิธีมิสซา จะได้เห็น “จอกกาลิกส์ อายุ 173 ปี” มรดกที่มิชชันนารีมอบให้กับสังคมไทยจนถึงปัจจุบัน อยู่ที่อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก ซอย เจริญกรุง 40  ซึ่งถูกผลิตขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1846 โดยนักประวัติศาสตร์คาทอลิกเชื่อว่าจอกใบนี้เป็นสมบัติของ พระสังฆราช ฌอง บัปติสต์ ปัลเลอกัว ซึ่งผลิตมาจากเงินแท้ และใช้กรรมวิธีอะไหล่ทอง โดยศิลปะที่ใช้ในการออกแบบเป็นศิลปะยุคบาโรค

รูปปั้นพระแม่มารีย์ อายุ  100 ปี

ในทุกพิธีมิสซาของพระสันตะปาปาในแต่ละประเทศ ข้างพระแท่นต้องมีรูปพระแม่มารีย์อยู่เสมอ และรูปที่ประเทศไทยจะใช้ในวันที่ 21 พ.ย. 2019 คือ รูปปั้นพระแม่มารีย์ที่มีอายุเก่าแก่ถึง 100 ปี สั่งผลิตเข้ามาจากประเทศฝรั่งเศส โดยโรงงานผลิตรูปพระขนาดใหญ่ที่แคว้นนอร์มังดี โดยคุณพ่อเอมิล กอลมเบย์ ได้สั่งเข้ามาในช่วงที่อาสนวิหารอัสสัมชัญสร้างเสร็จในปี ค.ศ.1919 สำหรับแม่พระรูปนี้จะถูกตั้งอยู่บริเวณพระแท่นในพิธีบูชาขอบพระคุณ ณ สนามศุภชลาศัย ในวันที่ 21 พฤศจิกายน โดยความสำคัญของแม่พระรูปนี้ คือ แม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ เป็นองค์อุปถัมภ์ของพระศาสนจักรในประเทศไทย ดังนั้นจึงถูกคัดเลือกนำมาใช้ในเหตุการณ์สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น

ที่มาข้อมูลและภาพจาก Pope Visit Thailand, thailocalwisdom


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง