bully การบูลลี่ บูลลี่ ปัญหาเรื่องเพื่อน รังแก วิธีสอนเด็ก เรื่องน่ารู้ แก้ไขการบูลลี่

5 วิธีที่ผู้ปกครองสามารถสอนเด็ก ให้ต่อสู้กับการถูกบูลลี่ Bully หรือถูกรังแก

Home / ทีนวาไรตี้ / 5 วิธีที่ผู้ปกครองสามารถสอนเด็ก ให้ต่อสู้กับการถูกบูลลี่ Bully หรือถูกรังแก

“โอ๊ยยย แกล้งกันอยู่นั่นล่ะ เราไปทำอะไรให้ หยุดสักที อย่ามายุ่งจะได้มั้ย” เด็กๆ ที่เจอปัญหาถูกเพื่อนแกล้ง หรือถูกบูลลี่ Bully มักจะต้องพูดประโยคเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นเด็กที่มีเพื่อนน้อย หรือไม่มีเพื่อนเลย แล้วผู้ปกครองจะมีวิธีช่วยเหลือกับปัญหาใหญ่นี้อย่างไร สิ่งที่จะสอนให้พวกเขาไม่ถูกรังแกได้คืออะไร มาติดตาม

5 วิธีสอนเด็ก ให้ต่อสู้กับการถูก
บูลลี่ Bully หรือถูกรังแก

ผู้ปกครองไม่สามารถอยู่กับลูกๆ ได้ตลอดเวลา ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เด็กๆ อาจจะพบเจอปัญหาถูกเพื่อนแกล้ง จนรับมือไม่ไหว เพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้ ผู้ปกครองควรแนะวิธี และสอนให้พวกเขาได้รู้จักช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่นได้ แต่ต้องไม่ใช่แก้ไขด้วยการใช้ความรุนแรง หรือ ต่อสู้กลับนะคะ

วิธีที่ 1. ทำให้เขารู้ว่าเขาเก่งอะไร

พยายามทำให้เขารู้ว่า เขามีคุณค่า เมื่อเด็กรู้ว่าตัวเองมีคุณค่า บุคลิกเขาจะเปลี่ยนไป เขาจะเดินอย่างมั่นใจ ยืดหลังตรง บุคลิกเขาจะไม่น่าแกล้ง เสริมเรื่องความภาคภูมิใจในตัวเอง เช่น เรียนว่ายน้ำให้เก่ง เรียนวาดรูป หรือดนตรีที่ชอบให้เก่งไปเลย

วิธีที่ 2. เก่งแล้วต้องรู้จักแบ่งปัน

เก่งอย่างเดียว เดี๋ยวเพื่อนเกลียดได้ ต้องแนะเขาเรื่อง จะคุยกับเพื่อนยังไง แบ่งปันเพื่อนยังไง เช่น แบ่งขนมให้เพื่อนทานบ้าง ซื้อของฝากให้เพื่อนบ้าง

วิธีที่ 3. รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น

ควรสอนให้เข้ากล้าที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเพื่อนที่ถูกกลั่นแกล้งได้อย่างปลอดภัย

1. ช่วยเพื่อนด้วยการกล่าวด้วยคำพูดออกไปว่า ‘หยุดนะ!’ หรือ ‘มันไม่เจ๋งเลย ในสิ่งที่เธอกำลังทำหรือพูดอยู่’”

2. เมื่อพบเห็นคนถูกแกล้ง ให้สะกิดเพื่อนในกลุ่ม และชวนเพื่อนที่ถูกแกล้งเดินไปเรียนด้วยกัน

วิธีที่ 4. รู้จักปลอบใจคนอื่น

แม้ว่าในบางครั้งเด็กๆ อาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ แต่สามารถสอนให้เขารู้จักปลอบใจ ให้กำลังใจผู้อื่น เพื่อให้เพื่อนคนนั้นรู้ว่า เขาไม่ได้อยู่คนเดียว ยังมีใครบางคนสนใจอยู่

วิธีที่ 5. เปิดใจพูดคุยเหตุการณ์ในโรงเรียน

สอบถามลูกบ่อยๆ ว่ามีการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนหรือไม่ เปิดใจให้เด็กๆ ได้เล่าได้ระบาย และผู้ปกครองควรรับฟังและไตร่ตรอง ตรวจสอบว่าสิ่งที่ลูกพูดมาเป็นจริงไหม จากนั้นควรปรึกษากับครูประจำชั้น ช่วยกันแก้ไข โดยไม่ต้องระบุว่าใครเป็นผู้แจ้ง


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง