กำไล กำไลหัวนะโม ของขลังโบราณ งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระองค์ภา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี

เรื่องน่ารู้ กำไลหัวนะโม ของขลังโบราณ ที่พระองค์ภาทรงสวมใส่

Home / ทีนวาไรตี้ / เรื่องน่ารู้ กำไลหัวนะโม ของขลังโบราณ ที่พระองค์ภาทรงสวมใส่

หากใครได้ทันสังเกต ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี หรือ พระองค์ภา ทรงสวมพระกำไลที่ข้อพระหัตถ์ด้านขวานั้น มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะกำไลนี้ เรียกว่า “กำไลหัวนะโม” เป็นของขลังมาตั้งแต่สมัยโบราณ

กำไลหัวนะโม ของขลังโบราณ
ที่พระองค์ภาทรงสวมใส่

โดยมีผู้ใช้ทวิสเตอร์ ใช้ชื่อว่า @ppqkknns ได้โพสต์ข้อความว่า พระกำไลที่พระองค์ภา ทรงสวมเป็น “หัวนะโม” เป็นเม็ดเงิน หรือโลหะ ซึ่งเป็นของขลัง ที่สร้างในสมัยโบราณ ใช้หว่านตามรั้วมุมกำแพงเมืองเพื่อป้องกันสิ่งไม่ดี ในยุคปัจุบัน มักนำมาทำเป็นเครื่องประดับเพื่อป้องกันและเสริมสิริมงคล

โดยกล่าวกันว่า สมัยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชกษัตยิ์ผู้ทรงสถาปนา อาณาจักรนครศรีธรรมราชขึ้น เมื่อประมาณ 700 ปีก่อน และทรงเป็นพระเชษฐาของพระเจ้าจันทรภานุ หรือ องค์ “จตุคามรามเทพ “ พระองค์ทรงให้สร้างหัวนะโมไว้ โดยอัญเชิญเทพเจ้าทั้งสามคือ พระศิวะ พระวิษณุ และพระพรหม มาสถิตในหัวนะโม เป็นอักขระแทนองค์เทพเจ้า ทั้งสามโลก เพื่อเอาไปฝังหว่านรอบๆ เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อป้องกันโรคห่าระบาด( อหิวาตกโรค ) ปรากฏว่าโรคห่าได้หายไปจากอณาจักรนครศรีธรรมราชจนสิ้น…ปัจจุบันหัวนะโม ถือเป็นเครื่องรางของขลัง หรือวัตถุมงคลชื้นเอกของนครศรีธรรมราช พุทธคุณครอบจักรวาล เมตตามหานิยม โชคลาภ แคล้วคลาด ปลอดภัยแก่ผู้ที่อาราธนาบูชาติดตัว

สำหรับอักขระ “นะโม” เป็นอักษรปารวะของอินเดียโบราณ ตามหลักฐานทางโบราณคดีก่อนสมัยพระศรีธรรมโศกราช (ราชวงศ์ปัทมวงศ์) คือก่อนพุทธศตวรรษที่ 18 เม็ดโลหะที่เรียกกันว่า “หัวนะโม” อยู่ในฐานะเงินตรา ใช้แลกเปลี่ยนแทนสินค้าในอาณาจักร ต่อมาสมัยพระเจ้าศรีธรรมโศกราช (พุทธศตวรรษที่ 18) เปลี่ยนฐานะเป็น “เครื่องรางของขลัง” ประกอบพิธีตามคัมภีร์ไสยเวทหรืออาถรรพเวทเพื่อป้องกันภยันตรายทั้งปวงในราชอาณาจักร อักขระนะโม จึงเป็นอักขระศักดิ์สิทธิ์แห่งอาณาจักรทะเลใต้ นะโม อาจหมายถึง “ความนอบน้อม” หรืออาจหมายถึง “หัวใจ” ของคาถาพุทธศาสนาที่ว่า “นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมา สมฺพุทธสฺส”

ที่มาข้อมูลและภาพจาก lptuad.org, @ppqkknns