คำศัพท์ คำเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ เรื่องน่ารู้

คำน่ารู้เกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

Home / ทีนวาไรตี้ / คำน่ารู้เกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จะมีขึ้นในวันที่ 4-6 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ณ พระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เชื่อว่าน้องๆ วัยรุ่นหลายคน อาจไม่รู้จักคำเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกกันสักเท่าไหร่ บางคนได้ยินคำจากในโทรทัศน์ แต่ไม่ทราบถึงความหมายที่แท้จริง ว่าคืออะไร? งั้นอย่ารอช้า มาติดตามคำและความหมายเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกกันเลย

คำน่ารู้เกี่ยวกับ
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

เศวตฉัตร (สะ-เหวต-ตะ-ฉัด)

แปลว่า ฉัตรขาว ใช้เป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นต้น ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ ๙ นั้น โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญฉัตร ๙ ชั้น ไปปักกั้นเหนือพระที่นั่งภัทรบิฐ [พัด-ทฺระ-บิด] แทนฉัตร ๗ ชั้นที่มีมาแต่เดิม

ใบสมิต

เป็นใบไม้มงคลที่พราหมณ์จัดทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระมหากษัตริย์ในพระราชพิธีสำคัญ โดยพราหมณ์นำใบไม้แต่ละชนิดมัดเป็นช่อแล้วหุ้มโคนช่อด้วยผ้าขาว ทำพิธีตามลัทธิของพราหมณ์ แล้วนำไปทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระมหากษัตริย์ในพระราชพิธี โดยประธานพราหมณ์ถวายน้ำพระมหาสังข์ก่อน แล้วจึงถวายใบสมิต ทรงรับครั้งละช่อ แล้วใช้ปัดพระองค์จากเบื้องบนสู่เบื้องล่าง ทั้ง ๓ ช่อ ช่อละ ๓ ครั้ง แล้วพระราชทานคืนแก่พราหมณ์นำกลับไปทำพิธีโหมกูณฑ์ [โหมฺ-กูน] คือพิธีบูชาไฟ ณ เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ เสร็จแล้วนำเถ้าไปลอยน้ำเพื่อให้สิ่งไม่ดีทั้งหลายไปกับสายน้ำ

อุทุมพร

มาจากภาษาบาลีและสันสกฤต อุทุมพร ซึ่งแปลว่าไม้มะเดื่อ ตำนานทางฝ่ายฮินดูกล่าวว่า ไม้มะเดื่อเป็นที่ประทับของเทพตรีมูรติ ซึ่งหมายถึง พระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ ไทยเราใช้ไม้มะเดื่อทำแท่นที่ประทับในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มาตั้งแต่สมัยอยุธยา

ศิวาลัยไกลาส หรือ ศิวาลัยไกรลาส

มีความหมายว่า เขาไกลาสอันเป็นที่สถิตแห่งพระศิวะ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินจากพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ [อัด-ถะ-ทิด-อุ-ทุม-พอน-ราด-ชะ-อาด] ไปประทับยังพระที่นั่งภัทรบิฐ [พัด-ทฺระ-บิด] พระราชครูพราหมณ์จะกล่าวเวทสรรเสริญเปิดศิวาลัยไกลาส เพื่อเชิญพระศิวะให้เสด็จมาสถิตยังสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเนื่องด้วยคติความเชื่อสืบมาในสยามประเทศว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นสมมติเทพ

กองแก้วจินดา

เป็นหน่วยทหารโบราณ อยู่ในสังกัดทหารปืนใหญ่ มีหน้าที่ยิงปืนใหญ่ขนาดเล็กตามพระฤกษ์ที่โหรหลวงคำนวณ

พระเต้าเบญจคัพภ์ (พระ-เต้า-เบ็น-จะ-คับ)

เป็นเครื่องราชูปโภคสำหรับบรรจุน้ำพระพุทธมนต์และน้ำเทพมนตร์ [เทบ-พะ-มน] ถวายพระมหากษัตริย์สรงพระมุรธาภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และใช้บรรจุน้ำพระพุทธมนต์ถวายพระมหากษัตริย์ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาในแต่ละปี

พระชัยวัฒน์ (พระ-ไช-ยะ-วัด)
เป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์พระมหากษัตริย์ มีพุทธลักษณะและขนาดต่างกัน แต่ทุกองค์ถือตาลปัตร และส่วนมากบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อมีพระราชพิธีเกี่ยวกับรัชกาลใด ก็อัญเชิญพระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลนั้นมาเข้าพิธีด้วย ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกซึ่งเป็นพระราชพิธีสำคัญตั้งพระชัยวัฒน์ทุกรัชกาล บนพระแท่นมณฑลในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ

เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์

ได้แก่ พระมหาพิชัยมงกุฎ, พระแสงขรรค์ชัยศรี, ธารพระกร, วาลวิชนี (พัชนี,พระแส้จามรี), ฉลองพระบาทเชิงงอน สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญยิ่งเพราะเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นพระราชาธิบดี

 

พระมหาพิชัยมงกุฎ (พระ-มะ-หา-พิ-ไช-มง-กุด)

เดิมเรียกว่า พระมหามงกุฎเป็นเครื่องศิราภรณ์สำหรับพระมหากษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดให้สร้างขึ้นเป็นหนึ่งในเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ สำหรับการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ลักษณะเป็นมงกุฎทรงกระโจมปลายเรียวแหลม ทำด้วยทองคำจำหลักลวดลายลงยาราชาวดี ประดับด้วยเพชรและอัญมณีต่างสี

 

พระแสงขรรค์ชัยศรี (พฺระ-แสง-ขัน-ไช-สี)

หนึ่งในเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ เป็นพระขรรค์โบราณจมอยู่ในทะเลสาบ ณ เมืองเสียมราฐ (เสียม-ราด) ชาวบ้านไปหาปลาทอดแหได้พระขรรค์นี้มา จึงนำมาให้เจ้าพระยาอภัยภูเบศร [อะ-ไพ-พู-เบด] (แบน) ผู้สำเร็จราชการเมืองเขมรในสมัยนั้น เห็นเป็นสิ่งสำคัญจึงให้กรมการเมือง [กฺรม-มะ-กาน-เมือง]เชิญเข้ามาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงรับแล้วโปรดให้ทำด้ามและฝัก  พระราชทานชื่อว่า “พระแสงขรรค์ชัยศรี”

 

ธารพระกรชัยพฤกษ์ (ทาน-พระ-กอน-ไช-ยะ-พรึก)

ธารพระกรเป็นราชาศัพท์ของคำว่า ไม้เท้า ธารพระกรชัยพฤกษ์ เป็นหนึ่งใน ๕ ของเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์กลึงเป็นลำกลม หุ้มทองคำเกลี้ยงทั้งองค์ ส่วนหัวทำเป็นหัวเม็ดหุ้มทองคำ ส่วนส้นเป็นสามง่าม ทำด้วยเหล็ก ธารพระกรองค์นี้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อต้นแผ่นดิน แต่เดิมเรียกว่า “ธารพระกรง่าม” ชื่อนี้ปรากฏอยู่ในหมายรับสั่งว่าด้วยเครื่องราชูปโภคจะสร้างใหม่ในสมัยนั้น

 

วาลวิชนี (วา-ละ-วิด-ชะ-นี)

จัดเป็นหนึ่งในเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ หมายรวมทั้งพัชนีและพระแส้จามรี

พัชนี คือ พัดทำด้วยใบตาลรูปกลมรี ขอบเลี่ยมทองคำจำหลักลายลงยาราชาวดีนมพัดรูปอย่างพุ่มข้าวบิณฑ์ ทำด้วยทองคำจำหลักลวดลายลงยาราชาวดีทั้งสองข้างด้ามพัดทำด้วยทองคำเป็นคันกลมยาวจำหลักลวดลายลงยาราชาวดี ส้นทำเป็นหัวเม็ดพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อต้นแผ่นดิน เรียกว่า “พัชนีฝักมะขาม”

พระแส้จามรี คือแส้ทำด้วยขนหางจามรี เป็นพุ่มสีขาวนวลประกอบติดกับด้ามทำด้วยแก้ว ส่วนจงกลรับพู่ขนจามรีและส้นด้ามทำด้วยทองคำจำหลักลวดลายลงยาราชาวดี พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างขึ้นและให้ใช้คู่กับพัชนีฝักมะขามตั้งแต่การพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในแผ่นดินนั้นเป็นต้นมา

 

ฉลองพระบาทเชิงงอน

เป็นหนึ่งใน ๕ ของเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ (เบ็น-จะ-ราด-ชะ-กะ-กุด-ทะ-พัน) ลักษณะเป็นอย่างรองเท้าแตะ ปลายแหลมงอนขึ้นเล็กน้อย ส่วนหุ้มหลังพระบาททำด้วยทองคำจำหลักลายลงยาราชาวดี พื้นฉลองพระบาททำด้วยทองคำบุผ้ากำมะหยี่สีแดงพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดให้สร้างขึ้น

 

เครื่องขัตติยราชวราภรณ์ (เครื่อง-ขัด-ติ-ยะ-ราด-ชะ-วะ-รา-พอน)

หมายถึง เครื่องประดับอันเป็นมงคล หัวหน้าพราหมณ์นำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
เมื่อพระมหากษัตริย์ประทับที่พระที่นั่งภัทรบิฐ [พัด-ทฺระ-บิด] มี ๓ รายการ ได้แก่ ​
– พระสังวาลพราหมณ์ธุรำ เป็นสร้อยที่ทำจากฝ้าย พราหมณ์เป็นผู้จัดทำตามกรรมวิธีของพราหมณ์ ทรงรับแล้วทรงสวมพระองค์เฉียงพระอังสาซ้าย​
– พระสังวาลนพรัตนราชวราภรณ์ (พฺระ-สัง-วาน-นบ-พะ-รัด-ราด-ชะ-วะ-รา-พอน) เป็นสร้อยทองคำ ๒ เส้นคู่กัน มีดอกประจำยาม ๒๗ ดอก ทำด้วยทองคำฝังนพรัตน์ ๙ ชนิดได้แก่ เพชร ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน นิล มุกดา เพทาย ไพฑูรย์ ดอกละชนิดสลับกัน ทรงรับแล้วทรงสวมพระองค์เฉียงพระอังสาขวา​
– พระสังวาลพระนพ เป็นสร้อยอ่อนทำด้วยทองคำ ๓ เส้นเรียงกัน มีดอกประจำยามทำด้วยทองคำฝังนพรัตน์ ๙ ชนิด เชื่อมสร้อยทั้ง ๓ เส้นเข้าด้วยกัน ทรงรับแล้วทรงสวมพระองค์เฉียงพระอังสาขวา

พระธำมรงค์ (พระ-ทำ-มะ-รง)

คำว่า ธำมรงค์ หมายถึง แหวน มาจากภาษาเขมร ทมฺรง่ [โตม-ร็วง] ซึ่งแปลว่า ทรวดทรงและเครื่องทรงของกษัตริย์
ผู้รู้กล่าวว่า คำนี้ในภาษาเขมรโบราณแปลว่า เครื่องประดับนิ้ว แหวน อาวุธ หนังสือ “ราชูปโภคและพระราชฐาน” กล่าวถึงพระธำมรงค์ ๒ องค์ ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้แก่ พระธำมรงค์วิเชียรจินดา [วิ-เชียน-จิน-ดา] และ พระธำมรงค์รัตนวราวุธ [รัด-ตะ-นะ-วะ-รา-วุด]

พระแสงอัษฎาวุธ (พระ-แสง-อัด-สะ-ดา-วุด)

พระแสงเป็นราชาศัพท์ หมายถึง อาวุธ ส่วน อัษฎาวุธ หมายถึง อาวุธ ๘ อย่าง ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก (บอ-รม-มะ-รา-ชา-พิ-เสก) มีการถวายพระแสงอัษฎาวุธแด่พระมหากษัตริย์

ที่มาข้อมูลจาก พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒


เรื่องที่เกี่ยวข้อง