Cherry Blossom Sakura ซากุระ ดอกซากุระ ดอกพ็อตโกต ที่มาชื่อ ซากุระ ประวัติ ซากุระ ฮานามิ เทพธิดา เทพปกรณัมของญี่ปุ่น โคโนฮานาซากูยาฮิเม

ที่มาและความหมายของชื่อ “ดอกซากุระ”

Home / ทีนวาไรตี้ / ที่มาและความหมายของชื่อ “ดอกซากุระ”

ในช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนของทุกปี จะเป็นช่วงของดอกซากุระ ดอกไม้สีชมพูสวยหวาน หรือ ที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Cherry Blossom ถือได้ว่าเป็นดอกไม้ที่เป็นที่รักมากที่สุด ซึ่งจะบานเป็นเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น ทำให้หลายคนนิยมเดินทางไปดูที่ญี่ปุ่น แล้วทราบหรือไม่คะว่า ที่มาของชื่อ และความหมายของ ซากุระ นี้มากจากไหน วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบพร้อมๆ กันค่ะ

ที่มาและความหมาย
ของชื่อ “ดอกซากุระ”

ดอกซากุระ จะบานในช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน ว่ากันว่าเหล่าเทพจะมาเยือนญี่ปุ่นในช่วงนี้ของปี ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ อุณหภูมิเริ่มอุ่นขึ้นจากฤดูหนาวที่หมดไป และซากุระยังเป็นต้นไม้ที่มีอยู่ทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น ในยามที่ดอกไม้บาน ก็จะบานสะพรั่งพร้อมกันทั้งต้น และก็จะร่วงโรยลาในเวลาเพียง 1-2 สัปดาห์

คำว่า “ซากุระ” ในภาษาญี่ปุ่นนั้นเชื่อกันว่ามาจากคำว่า “ซากุยะ” หมายถึง ผลิบาน และเป็นชื่อของเทพธิดา “โคโนฮานาซากูยาฮิเม” ในเทพปกรณัมของญี่ปุ่น มีศาลบูชาของพระองค์อยู่บนยอดเขาฟูจิด้วย สำหรับพระนามของเทพธิดาองค์ดังกล่าวนั้น มีความหมายว่า “เจ้าหญิงดอกไม้บาน” มีเรื่องเล่ามาว่าทรงตกจากสวรรค์มาบนต้นซากุระ ดังนั้น ดอกซากุระจึงถือเป็นตัวแทนของดอกไม้ญี่ปุ่น

ซากุระ เดิมทีแล้วมีถิ่นกำเนิดในจีนตอนใต้, เกาะไต้หวัน, หมู่เกาะโอกินาวะ และหมู่เกาะญี่ปุ่น

ความหมายของดอกซากุระในภาษาดอกไม้ คือ ความสำเร็จ การประสบผลสำเร็จ และหัวใจที่เข้มแข็ง ซากุระจึงเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นทหารและวิถีความเป็นบูชิโดของญี่ปุ่น

ดอกซากุระยังมีในเกาหลี หรือที่เรียกว่า ดอกพ็อตโกต , สหรัฐ, แคนาดา หรือที่อื่น ๆ แต่ไม่มีกลิ่น ขณะที่ในญี่ปุ่นนั้นผู้คนจำนวนมากยกย่องชื่นชมกลิ่นซากุระ

ดอกพ็อตโกต

เทศกาลชมดอกซากุระของญี่ปุ่น เรียกว่า “ฮานามิ” หมายถึง การชมความงามของดอกไม้ เป็นประเพณีดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่นมายาวนาน ไม่ต่ำกว่า 1,400 ปี คือตั้งแต่ยุคสมัยนารา (คศ.710-784)  และยังคงเป็นที่นิยมในญี่ปุ่นจนถึงทุกวันนี้

ซากุระในประเทศญี่ปุ่น มีทั้งสิ้นมากกว่า 600 ชนิด นอกจากจะออกดอกสีชมพูแล้ว ยังมีพันธุ์ที่ออกดอกสีขาว สีแดงอ่อน สีแดงเข้ม นานาชนิดอีกด้วย การชมซากุระในสมัยโบราณ มักจะเป็นพันธุ์ higan sakura ซึ่งมีสีแดงอ่อน ซึ่งจะเริ่มบานในช่วงปลายเดือนมีนาคม แต่ในปลายสมัยเอโดะได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ ที่มีความสวยงามมากยิ่งขึ้น เรียกว่าพันธุ์ somei yoshino (โซเมอิโยชิโนะ) ซึ่งมีสีชมพู ค่อนข้างออกไปทางสีขาว ซึ่งจะเริ่มบานในช่วงต้นเดือนเมษายน โดยโชกุน Tokugawa Yoshimune ได้สั่งให้ปลูกต้นซากุระ เพื่อจัดผังเมือง และป้องกันภัยทางน้ำในเมืองเอโดะ

กำหนดวันที่ดอกซากุระจะบานครั้งแรwikipediaกของสำนักงานอุตุนิยมวิทยา ก็จะเอาสายพันธุ์นี้ซึ่งสามารถดูได้ทั่วไปในประเทศญี่ปุ่นเป็นหลักในการคำนวณนั่นเอง (วันดอกซากุระบานครั้งแรก จะมีหลักเกณฑ์ในการวัดคือ ถือเอาวันที่มีการบานของดอกซากุระมากกว่า 5-6 ช่อต่อต้นเป็นวันแรก)

กลีบของซากุระสายพันธุ์โซเมอิโยชิโนะจะมี 5 กลีบ ตัวดอกจะบานสะพรั่งก่อนที่ใบจะเริ่มงอก ส่วนกำหนดการในการบานนั้น ถ้าเป็นแถบคิวชูจะเริ่มบานประมาณช่วงปลายเดือนมีนาคม สีของดอกในตอนที่เริ่มบานช่วงแรกจะเป็นสีชมพู แต่เมื่อบานสะพรั่งเต็มที่จะมีสีใกล้เคียงสีขาวมากกว่าและเนื่องจากเป็นพันธุ์ที่พบได้มาก จึงเป็นซากุระพันธุ์ที่เหมาะสำหรับ การชมดอกไม้ (Hanami) ที่สุดนั่นเอง

สถานที่ที่ขึ้นชื่อในเรื่องดอกซากุระ

  1. ภูเขาโยชิโนะ (เขตโยชิโนะ จังหวัดนาระ)
  2. ปราสาทฮิโระซากิ (เขตฮิโระซากิ จังหวัดอาโอโมริ)
  3. สวนสาธารณะปราสาททะกะโตะ (เขตอินะ จังหวัด นางาโนะ)

นอกจากนี้ ซากุระยังถูกนำไปใช้ในเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย เช่น สัญลักษณ์ตำรวจ ป้ายสัญลักษณ์ของทหาร หรือแม้แต่ในเหรียญกษาปณ์ อีกทั้งพวกชื่อคน ชื่อเมืองต่างๆ หรือชื่อขนมก็ยังมีการนำคำว่าซากุระไปใช้อย่างแพร่หลายอีกด้วย

ที่มาข้อมูลจาก wikipediaฮานามิjatschoolj-campus


เรื่องที่เกี่ยวข้อง