10 อันดับ ดาราศาสตร์ ดาราศาสตร์ ที่น่าจับตาในปี 2562 เรื่องน่ารู้

10 เรื่องเด่นดาราศาสตร์ ที่น่าจับตาในปี 2562

Home / ทีนวาไรตี้ / 10 เรื่องเด่นดาราศาสตร์ ที่น่าจับตาในปี 2562

ติดตามเรื่องน่ารู้ 10 เรื่องดาราศาสตร์ น่าติดตามในปี 2562 ที่ทีนเอ็มไทยนำมาฝาก จากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เขาได้รวบรวมเรื่องดาราศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตและเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นในปัจจุบันไว้ได้อย่างน่าสนใจ เรียกได้ว่าเป็นความรู้ดีๆ ให้กับน้องๆ รุ่นใหม่ ที่ไม่ควรพลาด!!!

10 เรื่องเด่นดาราศาสตร์
ที่น่าจับตาในปี 2562

1. ครบรอบ 50 ปี ยานอะพอลโล 11 นำมนุษย์เหยียบบนดวงจันทร์เป็นครั้งแรก (21 กรกฎาคม) 

นีล อาร์มสตรอง กล่าวว่า “That’s one small step for a man, one giant leap for mankind ก้าวเล็กๆ ของมนุษย์คนหนึ่ง แต่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ” หลังจากยานอะพอลโล 11 ลงจอดบนดวงจันทร์ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 “ดวงจันทร์” ยังคงเป็นสถานที่เดียวในอวกาศที่มนุษย์สามารถเดินทางไปถึงความสำเร็จนี้ก่อให้เกิดความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างมหาศาล อาทิ แผนที่ดวงจันทร์แบบละเอียด องค์ความรู้ใหม่จากตัวอย่างหินและดินบนดวงจันทร์ ระบบนำร่องการบินและอวกาศระบบจีพีเอส ระบบประมวลผลคอมพิวเตอร์ บรรจุภัณฑ์ และการเก็บรักษาอาหารแช่แข็งและเลนส์กล้องถ่ายภาพที่ทนต่อการขีดข่วน เป็นต้น

ปัจจุบันมนุษย์วางแผนเดินทางสู่ “ดาวอังคาร” เป็นเป้าหมายถัดไป แต่จะก่อให้เกิดการพัฒนาขนาดใหญ่แบบโครงการอะพอลโลหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป…

2. ครบรอบ 100 ปี สุริยุปราคาเต็มดวงพิสูจน์ทฤษฎีสัมพันธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ (29 พฤษภาคม)

 

“ทฤษฎีสัมพันธภาพทั่วไป” เป็นทฤษฎีที่นำมาอธิบาย “แรงโน้มถ่วงในเอกภพ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่มีความโน้มถ่วงสูงมากๆ ซึ่งอธิบายว่า มวลของวัตถุทำให้กาลอวกาศ (Spacetime) ในอวกาศโค้งงอ ยิ่งวัตถุมีมวลมากยิ่งทำให้กาลอวกาศโค้งงอมาก แสงที่เดินทางผ่านบริเวณดังกล่าวก็โค้งงอเช่นกัน ทฤษฎีนี้เกิดจากการครุ่นคิดอย่างลึกซึ้งและการลองผิดลองถูกของนักฟิสิกส์ชื่อ “อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์”

เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีดังกล่าว เซอร์ อาร์เธอร์ เอ็ดดิงตัน นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ จึงออกแบบการทดลองจากการสังเกตการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2462 พบว่า เมื่อดวงจันทร์เคลื่อนมาบังหน้าดวงอาทิตย์จนมืดสนิท แสงจากดาวฤกษ์ด้านหลังดวงอาทิตย์จะเดินทางโค้งผ่านกาลอวกาศรอบๆ ดวงอาทิตย์ ทำให้ตำแหน่งปรากฎเปลี่ยนไปตามที่ไอน์สไตน์ทำนายไว้ นับเป็นข้อพิสูจน์ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปครั้งแรก ที่ทำให้มุมมองของมนุษย์ต่อเอกภพเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

3. หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแห่งชาติ

อีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานทางดาราศาสตร์สำคัญของไทย ภายใต้โครงการพัฒนาเครือข่ายดาราศาสตร์วิทยุและยีออเดซี ติดตั้ง “กล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติ” ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 เมตร แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับสังเกตการณ์ดาราศาสตร์ในช่วงวิทยุคลื่นวิทยุ รวมถึงการวิจัยด้านธรณีวิทยาและวิทยาศาสตร์บรรยากาศ เช่นการเกิดแผ่นดินไหว หรือสึนามิ เป็นต้น สามารถร่วมสังเกตการณ์กับกล้องโทรทรรศน์วิทยุทั่วโลกในเครือข่ายการแทรกสอดระยะไกล (VLBI) มีแผนดำเนินการระหว่างปี 2560-2563 คาดว่าจะเริ่มใช้งาน ประมานปลายปี 2564

4. “ดาวเทียมวิจัย” ของคนไทย โดยคนไทยเพื่อคนไทย

โครงการภาคีความร่วมมือพัฒนาความสามารภเทคโนโลยีอวกาศไทย มีเป้าหมาย ใช้ดาวเทียมเป็นโจทย์พัฒนาขีดความสามารถของประเทศด้านเทคโนโลยีอวกาศ บูรณาการความรู้ ความเชี่ยวชาญของบุคลากรในหลายด้าน ภารกิจของโครงการฯ จึงเน้นการพัฒนาคน ทั้งนักวิจัย วิศวกรจาก 3 สถาบัน ได้แก่ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ผู้เชี่ยวชาญในประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีและสร้าง “ดาวเทียมวิจัย” ดวงแรกฝีมือคนไทย นับเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมอวกาศและดาวเทียมของไทย

5. เปิด “หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา” (25 กรกฎาคม)

หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 พระชนมพรรษา สงขลา ศูนย์การเรียนรู้ดาราศาสตร์ที่สำคัญในภาคใต้ มีภารกิจหลักคือ สนับสนุนงานบริการวิชาการดาราศาสตร์แก่ชุมชน งานวิจัยดาราศาสตร์ สำหรับนักเรียน นักศึกษา สถาบันการศึกษา และยังเป็นศูนย์เรียนรู้ดาราศาสตร์มุสลิมอย่างครบวงจร

ที่ตั้งหอดูดาวอยู่บริเวณละติจูด 7 องศาเหนือ จึงสังเกตวัตถุท้องฟ้า ในซีกฟ้าใต้ได้ดีกว่าภูมิภาคอื่น สภาพท้องฟ้ายังเอื้อต่อการสังเกตปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ได้ดีในช่วงฤดูฝนของไทย มีทิวทัศน์โดยรอบสวยงาม มองเห็นทั้งทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทย

หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ สงขลา จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวิชาการที่สำคัญของภูมิภาคและเป็นหอดูดาวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ

6. จันทรุปราคาบางส่วนและสุริยุปราคาบางส่วนเหนือฟ้าเมืองไทย  

ปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน 17 กรกฎาคม สังเกตได้ทุกภูมิภาคของไทย ตั้งแต่เวลาประมาณ 03:02 – 06:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เกิดจากดวงจันทร์เคลื่อนผ่านเข้าไปในเงามืดของโลกบางส่วน ทำให้มองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงมีลักษณะเว้าแหว่ง ดวงจันทร์จะเข้าไปในเงามืดของโลกมากที่สุดประมาณร้อยละ 65 ในเวลาประมาณ 04.31 น. สังเกตได้ด้วยตาเปล่าทั่วประเทศตลอดทั้งปรากฏการณ์

สุริยุปราคาบางส่วน

ส่วนปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วน 26 ธันวาคม ฃตั้งแต่เวลาประมาณ 10:18 – 13:57 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ดวงจันทร์จะบดบังดวงอาทิตย์ทำให้มองเห็นดวงอาทิตย์เว้าแหว่ง สามารถสังเกตได้ทุกภูมิภาคของไทยในเวลาที่แตกต่างกัน แต่ละภูมิภาคจะมองเห็นคราสการบังไม่เท่ากัน ดวงอาทิตย์ถูกบังมากที่สุดบริเวณภาคใต้ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ประมาณร้อยละ 81 ส่วนทางภาคเหนือที่จังหวัดเชียงราย ดวงอาทิตย์จะถูกบังเพียงร้อยละ 40 ส่วนกรุงเทพฯ ดวงอาทิตย์จะถูกบังประมาณร้อยละ 56

7. ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้-ไกลโลกที่สุดในรอบปี

ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี หรือ ซูเปอร์ฟูลมูน (Super Full Moon) : 19 กุมภาพันธ์ มีขนาดปรากฎใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย และ ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี หรือ ไมโครฟูลมูน (Micro Full Moon) : 14 กันยายน มีขนาดปรากฎเล็กกว่าปกติเล็กน้อย สังเกตได้ด้วยตาเปล่า ทางทิศตะวันออก หลังดวงอาทิตย์ตก ตั้งแต่เวลาประมาณ 18.00 เป็นต้นไป

8. ดาวเคราะห์ใกล้โลก

ดาวพฤหัสบดี

โอกาสดีที่จะสังเกตการณ์ได้ยาวนานตลอดคืนตั้งแต่อาทิตย์ตกลับขอบฟ้าจนถึงรุ่งเช้า และมีขนาดใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย

-ดาวพฤหัสบดีใกล้โลก 10 มิถุนายน

ดวงอาทิตย์โลก และดาวพฤหัสบดี จะเรียงอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน มีโลกอยู่ตรงกลาง ส่งผลให้ดาวพฤหัสบดีอยู่ในตำแหน่งใกล้โลกที่สุดในรอบปี ห่างประมาณ 641 ล้านกิโลเมตร

-ดาวเสาร์ใกล้โลก 9 กรกฎาคม 

ดวงอาทิตย์ โลก และดาวเสาร์ จะเรียงอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน มีโลกอยู่ตรงกลาง ส่งผลให้ดาวเสาร์อยู่ในตำแหน่งใกล้โลกที่สุดในรอบปี ห่างประมาณ 1,352 ล้านกิโลเมตร

9. ฝนดาวตก

เกิดขึ้นตลอดทั้งปี แต่ที่น่าจับตาได้แก่

  • ฝนดาวตกควอดรานติดส์ 3-4 มกราคม (เฉลี่ย 120 ดวงต่อชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกไลริดส์ 22-23 เมษายน (เฉลี่ย 18 ดวงต่อชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกอีต้า-อควอริดส์ : 6-7 พฤษภาคม (เฉลี่ย 50 ดวงต่อชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกเดลต้า-อควอริดส์ 30-31 กรกฎาคม (เฉลี่ย 25 ดวงต่อชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ 12-13 สิงหาคม  (เฉลี่ย 110 ดวงต่อชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกทอริดส์ใต้ 9-10 ตุลาคม  (เฉลี่ย 5 ดวงต่อชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ 21-22 ตุลาคม  (เฉลี่ย 20 ดวงต่อชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกทอริดส์เหนือ 12-13 พฤศจิกายน (เฉลี่ย 5 ดวงต่อชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกลีโอนิดส์ 18-19 พฤศจิกายน (เฉลี่ย 15 ดวงต่อชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกเจมินิดส์ 13-14 ธันวาคม (เฉลี่ย 140 ดวงต่อชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกเออร์ซิดส์ 22-23 ธันวาคม (เฉลี่ย 10 ดวงต่อชั่วโมง)

10. จับตาข้ามปี “ดาวเสาร์เคียงดาวพฤหัสบดี” เข้าใกล้กันที่สุดในรอบ 397 ปี

เฝ้าจับตา “ดาวเสาร์” และ “ดาวพฤหัสบดี” ค่อยๆ เริ่มขยับเข้าใกล้ตั้งแต่ปลายปี 2562 ไปจนถึงวันที่ 21 ธันวาคม 2563 จะปรากฏห่างกันเพียง 0.1 องศา มองบนท้องฟ้า เสมือนเป็นดาวดวงเดียวกัน หากใช้กล้องโทรทรรศน์กำลังขยายไม่เกิน 150 เท่า จะเห็นดาวเสาร์และดาวพฤหัสบดีอยู่ในช่องมองภาพเดียวกัน สังเกตได้ในช่วงหัวค่ำทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ บริเวณระหว่างกลุ่มดาวคนยิงธนู และกลุ่มดาวแพะทะเล ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในทุก 20 ปี แต่ “ครั้งนี้นับว่าเข้าใกล้ที่สุด ในรอบกว่า 397 ปี”


ข้อมูลและที่มาภาพจาก องค์การนาซา nasanarit สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, lesa.biz