กิจกรรมวันปีใหม่ วันปีใหม่

ส่องกิจกรรมฉลองวันปีใหม่ ตามความเชื่อ ของแต่ละประเทศทั่วโลก

Home / ทีนวาไรตี้ / ส่องกิจกรรมฉลองวันปีใหม่ ตามความเชื่อ ของแต่ละประเทศทั่วโลก

มาติดตามกิจกรรมฉลองปีใหม่ที่น่าสนใจจากทั่วโลกกัน อีกไม่กี่วัน เราก็จะอำลาปี 2561 ก้าวเข้าสู่ปี 2562 กันแล้ว วันนี้เราจะขอรวบรวมเอาเรื่องราวการเฉลิมฉลองของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ที่มีความเชื่อแตกต่างกัน มาฝาก มาดูซิว่าแต่ละที่มีการเฉลิมฉลองต่างกันอย่างไรบ้าง

ส่องกิจกรรมฉลองวันปีใหม่
ตามความเชื่อ ของแต่ละประเทศ

ไม่ว่าชาติไหน ประเทศไหนก็ต้องมีงานเลี้ยงฉลองแน่นอน เพียงแต่วัฒนธรรมหรือธรรมเนียมเฉพาะชาติที่ต่างกันไป ดังนี้

วันปีใหม่ ประเทศเกาหลี

ชาวเกาหลีจำนวนมากทำการต้อนรับปีใหม่ โดยการเดินทางไปยังชายฝั่งตะวันออกอย่างเช่น คังนึง กับ ทงแฮ ใน จังหวัดคังว็อน เพื่อชมแสงแรก หรืออรุณรุ่งในวันขึ้นปีใหม่

วันปีใหม่ ประเทศญี่ปุ่น

ประเทศที่ได้ชื่อว่า เป็น แดนแห่งอาทิตย์อุทัย ชาวญี่ปุ่นจึงมีความเชื่อว่า แสงอรุณแรกแห่งปี หรือ “ฮัตสึฮิโนเดะ” หากมีการขออธิษฐานในยามที่ดวงอาทิตย์แตะขอบฟ้าเป็นครั้งแรกของวันปีใหม่จะนำโชคดีมาให้ ผู้คนจำนวนมากจะเดินทางไปยังภูเขาหรือทะเล รอคอยดวงอาทิตย์ขึ้นและรอการเริ่มต้นใหม่ของปี  คล้ายกับประเทศเกาหลี

วันปีใหม่ ประเทศจีน

แน่นอนครับว่าประเทศที่เป็นต้นกำเนิดพลุอย่างจีน จะฉลองปีใหม่แบบเงียบๆ ได้อย่างไร ที่จีนจะมีการจุดพลุฉลองกันอย่างสวยงามครับ และทุกคนจะแต่งกายด้วยชุดสีแดง เอาฤกษ์เอาชัยเพราะเป็นสีแห่งความมงคล พร้อมให้เงินลูกหลานเป็นเงินขวัญถุงอีกด้วยครับ นอกจากนี้ หากถัดไปอีกเดือนกว่าๆ จีนจะฉลองกันอีกครั้งหนึ่งคือปีใหม่ของจีน หรือที่เราเรียกกันว่าตรุษจีน นั่นเองครับ

วันปีใหม่ ประเทศไทย

สำหรับบ้านเรา ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ จึงมีความนิยมว่าวันปีใหม่ หรือวันขึ้นปีใหม่นี้ ควรสวดมนต์ข้ามปี ทำบุญตักบาตร หรือไหว้พระ 9 วัด ในวันแรกของปี เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและการเริ่มต้นรับสิ่งดีๆ ใหม่ๆ เข้ามา

วันปีใหม่ ประเทศอังกฤษ

ชาวอังกฤษนิยมไปเคาท์ดาวน์กันที่ริมแม่น้ำเธมส์ หรือจากลอนดอน อาย เพื่อจะได้รอฟังเสียงนาฬิกาบิ๊กเบนตีบอกเวลาเที่ยงคืนตรง บางส่วนอาจไปรวมกันที่จตุรัสทราฟัลการ์ หรือพิกคาดิลลี ร่วมกันร้องเพลง “Auld Lang Syne” เพลงพื้นเมืองเก่าแก่ของชาวสก็อต

วันปีใหม่ ประเทศสกอตแลนด์

งานเทศกาลอันตรายที่ชื่อว่า Hogmanay ที่จัดขึ้นในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกๆ ปี ในเทศกาลนี้ชายหนุ่มจะมีการเดินขบวนโดยถือลูกบอลไฟไว้ด้วย และหมุนหรือแกว่งลูกบอลไฟนั้นไปรอบๆ ตัวเอง เทศกาลนี้มีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ในสมัยยุคไวกิ้ง

วันปีใหม่ ประเทศอเมริกา

ตึกไทม์สแควร์ เมืองนิวยอร์ก แลนด์มาร์กที่ชาวนิวยอร์กใช้ฉลองปีใหม่ โดยไฮไลท์สำคัญอยุ่ที่ บนเสาสูงกว่า 40 เมตร ใช้ปล่อยลูกบอลยักษ์จากยอดเสาสู่พื้นด้านล่างภายใน 60 วินาที

ball drop
ball drop

เป็นการนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่พร้อมกัน เรียกว่า ball drop การแสดงนี้กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของชาวนิวยอร์ก และผู้มาดูคอนเสิร์ตใกล้กับตึกไทม์สแควร์ที่จะอยู่รอชม

วันปีใหม่ ประเทศฝรั่งเศส

ฝรั่งเศสจะเฉลิมฉลองและนับถอยหลังกันตามปกติ แต่กิจกรรมหลักๆ เลยคือ “การเต้น” เพราะคนฝรั่งเศสชอบเต้นรำ

วันปีใหม่ ประเทศเยอรมัน

Dinner for One
Dinner for One

ทุกๆ คืนวันปีใหม่ สิ่งที่ชาวเยอรมันจะต้องได้เจอ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1972 เป็นต้นมา คือการดูรายการโทรทัศน์ที่ชื่อว่า “Dinner for One” เป็นการดูรายการเดิมซ้ำๆ กันทุกๆ ปี ส่วนในงานเลี้ยง ครอบครัวจะกินอาหารกันพร้อมหน้า และเหลือเศษอาหารไว้นิดหน่อย เพื่อเป็นเคล็ดว่าปีหน้าครอบครัวจะสมบูรณ์เช่นนี้อีก

วันปีใหม่ ประเทศไอร์แลนด์

คืนวันปีใหม่เป็นเหมือนคืนพิเศษของสาวโสดในประเทศไอร์แลนด์ เพราะเชื่อกันว่าการวางใบมิสเซิลโท (mistletoe) ไว้ใต้หมอน จะเป็นการอธิฐานว่าปีนี้ขอให้ได้เจอกับสามีในอนาคต นอกจากนั้นยังเชื่อว่าใบมิสเซิลโทจะช่วยขจัดโชคร้าย

วันปีใหม่ ประเทศเดนมาร์ก

ประเทศเดนมาร์ก นิยมการปาถ้วยชามที่แตกได้ใส่ประตูบ้านของเพื่อนบ้าน และเมื่อหมดวันนั้น บ้านไหนที่มีกองถ้วยชามที่แตกกองพะเนินหน้าบ้านมากที่สุดจะถือว่าบ้านนั้นจะโชคดีมากที่สุด เพราะหมายความว่าคนบ้านนั้นมีเพื่อนและคนที่รักเยอะกว่าใคร นอกจากนี้ ให้ยืนขึ้นบนเก้าอี้ และกระโดดเวลาเที่ยงคืน จะทำให้เราโชคดีในปีใหม่ที่จะเข้ามาอีกด้วย

วันปีใหม่ ประเทศเม็กซิโก

ชาวเม็กซิโก มีความเชื่อเรื่องการติดต่อพูดคุยกับวิญญาณคนตายที่เป็นคนรัก วันปีใหม่จึงถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการติดต่อสื่อสารกับวิญญาณคนตาย บางโรงแรมจะมีบริการติดต่อกับวิญญาณได้คนละ 15 นาที

วันปีใหม่ ประเทศกรีซ

ตามธรรมเนียมกรีซนั้น จะนิยมทานเค้กที่เรียกว่า “Vasilopita” ที่จะมีการซ่อนของเล็กๆ อาทิ เหรียญไว้ภายใน และใครก็ตามที่ตัดเค้ก ได้ส่วนนั้นไป ก็จะโชคดีไปตลอดทั้งปีนั่นเอง

วันปีใหม่ ประเทศแอฟริกาใต้

ที่โยฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้นั้น จะมีธรรมเนียมในการโยนข้าวของเก่า เฟอร์นิเจอร์เก่าออกจากหน้าต่าง เพื่อทิ้งของเก่า รับปีใหม่ เริ่มชีวิตใหม่

วันปีใหม่ ประเทศฟิลิปปินส์

ชาวฟิลิปปินส์จะชอบสิ่งของที่เป็นทรงกลมกันมาก ในวันปีใหม่ของทุกๆ ปีคนฟิลิปปินส์ส่วนมากจะพากันใส่เสื้อผ้าที่มีลายจุด หรือนำผลไม้ที่มีทรงกลมมาตกแต่ง เพราะทรงกลมมีลักษณะเหมือนกับรูปร่างของเหรียญเงิน หมายถึงความร่ำรวยและประสบความสำเร็จในปีนั้นๆ

วันปีใหม่ ประเทศเอกวาดอร์

ในประเทศเอกวาดอร์ จะมีประเพณีที่คนในท้องถิ่นจะมารวมตัวกันเพื่อนำรูปภาพของสิ่งต่างๆ ที่ไม่ต้องการเจอหรือไม่ต้องการให้เกิดขึ้นในปีใหม่เอามาเผาทิ้ง หรือทำหุ่นไล่กาขึ้นมาจากหนังสือพิมพ์และเศษไม้ เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนแต่ละครอบครัวก็จะเผาหุ่นไล่กานั้น เชื่อกันว่าหุ่นไล่กานี้เป็นตัวแทนของสิ่งไม่ดีทั้งหลายของปีที่ผ่านมา

วันปีใหม่ ประเทศชิลี

Talca เป็นเมืองเล็กๆ ในประเทศชิลี ซึ่งมีประเพณีฉลองปีใหม่กับคนในครอบครัวที่เสียชีวิตไปแล้ว ทุกๆ คืนวันปีใหม่ตอนเวลา 23 นาฬิกา นายกของเมืองจะเปิดประตูทางเข้าสุสานไว้เพื่อให้ชาวเมืองได้เข้าไปร่วมฉลองกับคนในครอบครัวที่จากไปแล้ว ในสุสานจะมีการประดับไฟสลัวๆ และมีเพลงคลาสสิกเปิดประกอบไปด้วย

วันปีใหม่ ประเทศรัสเซีย

คนรัสเซียจะเขียนคำอธิฐานของตัวเองลงในเศษกระดาษ เผาไฟ และนำขี้เถ้าโยนใส่แก้วแชมเปญและดื่มมันลงไป แล้วคำอธิษฐานจะเป็นจริง

วันปีใหม่ ประเทศบราซิล

บราซิลมีความเชื่อกันมาแต่โบราณว่า หากต้องการที่จะปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและก้าวเข้าสู่ปีใหม่นั้น ต้องใส่ชุดสีขาวในคืนวันสิ้นปีและตามธรรมเนียมแล้ว เขาจะกระโดดใส่คลื่นทะเล 7 ครั้ง วันละครั้ง เป็นเวลา 7 วันพร้อมกับโยนดอกไม้ลงทะเล

วันปีใหม่ ประเทศสเปน

ประเทศสุดท้าย ประเทศสเปน มีวัฒนธรรมในการทานองุ่น 12 ลูก ในเวลาเที่ยงคืนก่อนขึ้นปีใหม่ เพื่อให้แต่ละเดือน เป็นจำนวน 12 เดือนที่จะเข้ามานั้นมีแต่เรื่องดีๆ โชคดีเข้ามา โดยทุกครั้งที่นาฬิกาตีหนึ่งครั้ง ต้องทานองุ่นให้หมด 1 ลูก จนครบ 12 ครั้งเท่านั้น

ปีใหม่นี้ ทีนเอ็มไทยขอให้เพื่อนๆ ทุกคนมีความสุข คิดสิ่งใดก็ขอให้สมความปรารถนาทุกคนนะคะ

ที่มาข้อมูลและภาพจาก smashing lists , ryanseacrest , azweird, dailymail, ball droppinterest, New-Year-Paris, mistletoe, Talca chili new year, gobear