ขันที ประวัติศาสตร์ไทย ละครหนึ่งด้าวฟ้าเดียว

ขันที ในประวัติศาสตร์ไทย

Home / ทีนวาไรตี้ / ขันที ในประวัติศาสตร์ไทย

เกาะติดกระแสละครหนึ่งด้าวฟ้าเดียว ทางช่อง 3 เรื่องราวเหตุการณ์อิงประวัติศาสตร์ ในยุคปลายกรุงศรีอยุธยา ก่อนและหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2ในสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ จนถึงสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กอบกู้เอกราชและสถาปนากรุงธนบุรี โดยในเรื่อง หนุ่ม เจมส์ จิรายุ รับบทเป็น ขันทอง ชายหนุ่มลูกเสี้ยวไทย-ตุรกี มีใบหน้าสวยราวกับผู้หญิง ได้ปลอมตัวเข้ามาเป็นขันทีในราชสำนักอยุธยา นามว่า ออกพระศรีขันทิน เพื่อสืบหาสาเหตุการตายอย่างเป็นปริศนาของพ่อและแม่ เพราะแบบนี้ทำให้อยากรู้แล้วสิว่า ขันทีในประวัติศาสตร์ไทยนั้น มีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง

ขันที ในประวัติศาสตร์ไทย

ภาพประกอบ จากละครหนึ่งด้าวฟ้าเดียว

ถ้าพูดถึง “ขันที” ทำให้อดนึกถึงราชสำนักจีนไม่ได้ คำว่า “ขันที” เป็นคำที่ใช้เรียก ชายผู้ที่ถูกตอนอวัยวะเพศ มีรากศัพท์มาจาก “ขณฺฑ” ในภาษาสันสกฤต ซึ่งแปลว่า “ทำลาย”

ในประเทศไทย มีร่องรอยที่ทำให้เห็นว่ามีขันทีมาก่อนโดยในสมัยอยุธยาเรียกขันทีว่า นักเทษขันที (บ้างเขียน นักเทศขันที) นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ให้ความเห็นว่า นักเทษ และ ขันที คงเป็นขุนนางชายที่ถูกตอนเหมือนกัน มีเพียง ดร. วินัย พงศ์ศรีเพียร อธิบายไว้ว่า ฝ่าย นักเทษ (นักเทศ) นั้นรับราชการฝ่ายขวา ส่วนอีกฝ่ายที่เรียกว่า ขันที นั้นรับราชการฝ่ายซ้าย มีข้อสันนิษฐานว่าพระมหากษัตริย์ไทยสมัยโบราณให้ขันทีอยู่ในสังกัดของฝ่ายใน และไม่ทรงเปิดโอกาสให้นักเทษขันทีมีส่วนร่วมในราชการฝ่ายหน้า อย่างไรก็ตามนักเทษขันทียังคงดำรงอยู่จนสิ้นกรุงศรีอยุธยาและถูกยกเลิกลงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกแห่งราชวงศ์จักรี

เจมส์ จิรายุ รับบทเป็น ขันทอง ชายหนุ่มลูกเสี้ยวไทย-ตุรกี

ลักษณะนักเทษขันที ช่วงยุคกรุงศรีอยุธยา จะโพกผ้าบนศีรษะ แต่งกายสวมเสื้อคลุมแบบแขกเทศ นอกจากนี้จะมีสัญลักษณ์สำคัญ ได้แก่ ไม้เท้าที่ไว้คอยกำกับหรือตีบรรดาสาวกำนัลที่ออกนอกรีตนอกรอย หรือไว้คอยไล่พวกหนุ่มๆ ที่แอบมาลอบมองหรือเกี้ยวพาราสีนางใน 

นอกจากนี้ ขันทีในราชสำนักสยาม ปรากฏในเอกสารราชการอยู่หลายตอน และปรากฏมาตั้งแต่สมัยต้นๆ กรุงศรีอยุธยา ในกฎหมายตราสามดวงก็มีข้อความระบุว่า ตำแหน่งข้าราชการใน “กรมขันที” มี พระศรีมโนราช พระศรีอภัย ขุนราชาข่าน ขุนมโน ปลัดทั้ง ๔ นักเทศและขันที

ทั้งนี้ จดหมายเหตุลาลูแบร์เรียกขุนนางและข้าราชการกลุ่มนี้ว่า ยูนุค (eunuque) ซึ่งเป็นคำที่มีรากศัพท์มาจากภาษอิหร่าน หมายถึงผู้ชายที่ตอนแล้ว มีหลักฐานระบุว่า ยูนุค ขันทีในราชสำนักสมเด็จพระนารายณ์ที่ลาลูแบร์ว่า มีทั้งคนผิวขาวและผิวดำนั้น น่าจะเป็น “แขก” ทั้งหมด เพราะยุคนั้นมีขุนนางหลายคนเป็นชาวเปอร์เซีย พระนารายณ์ราชนิเวศที่ลพบุรี ก็ได้รับอิทธิพลมาจากเปอร์เซีย

สำหรับร่องรอยรูปธรรมซึ่งแสดงถึงขันทีในราชสำนักอยุธยาเป็นแขก ปรากฏอยู่ในงานจิตรกรรมหลายแห่ง ก็คือภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ปรากฏอยู่ตามพระอุโบสถบางแห่ง อย่างที่วัดไชยทิศ ซอยจรัญสนิทวงศ์ ๓๗ แขวงบางขุนศรี เป็นภาพเขียนพุทธประวัติ มีรูปขันทีแต่งกายแบบมุสลิมเปอร์เซีย อยู่ในกลุ่มนางกำนัลฝ่ายในด้วย

และจิตรกรรมฝาผนังลายรดน้ำภายในหอเขียนวังสวนผักกาด แสดงภาพนักเทศขันที (ขวาสุด) แต่งกายอย่างมุสลิมอินโด-อิหร่านในช่วงศตรรษที่ ๑๗-๑๘ ถือหวายจะหวดมหาดเล็กที่มาแอบดูพวกนางในที่อยู่หลังม่านที่กั้นอยู่

จิตรกรรมฝาผนังลายรดน้ำภายในหอเขียนวังสวนผักกาด

เรียกได้ว่า เรื่องราวของขันทีในราชสำนักกรุงศรีอยุธยา แสดงให้เห็นถึงความสลับซับซ้อนของความสัมพันธ์เชิงสังคมและวัฒนธรรมระหว่างไทยกับนานาประเทศ ที่มีมายาวนาน 

ที่มาข้อมูลและภาพจาก wikipedia.org/ขันทีวิพากษ์ประวัติศาสตร์, ละครหนึ่งด้าวฟ้าเดียว