นักเรียนญี่ปุ่น ประถมศึกษาปีที่ 1 เด็กญี่ปุ่น

สิ่งที่เด็กญี่ปุ่นทุกคนควรทำให้ได้ เมื่อเข้าสู่วัยประถมศึกษาปีที่ 1

Home / ทีนวาไรตี้ / สิ่งที่เด็กญี่ปุ่นทุกคนควรทำให้ได้ เมื่อเข้าสู่วัยประถมศึกษาปีที่ 1

มาติดตามกันค่ะว่า เมื่อเด็กญี่ปุ่นเข้าสู่ช่วงวัยประถมศึกษา วัยที่คุณแม่หลายคนมีความกังวลและเป็นห่วงลูกจำนวนไม่น้อยนั้น เด็กๆ จะต้องเรียนรู้และปรับตัวเรื่องอะไรบ้าง รวมถึงการฝึกสอนของคุณครู และการรู้จักช่วยเหลือตัวเองและเอาตัวรอดจากภัยต่างๆ ได้นั้น เป็นสิ่งสำคัญที่เด็กญี่ปุ่นทุกคนควรมี ถ้าพร้อมแล้วเรามาติดตามกันเลย

สิ่งที่เด็กญี่ปุ่นทุกคนควรทำให้ได้
เมื่อเข้าสู่วัยประถมศึกษาปีที่ 1

1.เด็กญี่ปุ่นต้องรู้จักกล่าวทักทาย กล่าวขอบคุณและกล่าวคำขอโทษ

ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทางโรงเรียนเน้นมากเพื่อสร้างเพื่อน และการอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข เคยมีรายการหนึ่งได้เข้าไปบันทึกภาพของนักเรียนในโรงเรียนประถมญี่ปุ่น เด็กๆ จะหยุดยืนอยู่หน้าประตูและตะโกนทักทาย “โอะฮาโย โกไซอิมัส” เสียงดัง พร้อมกับก้มตัวก่อนก้าวเข้าห้องเรียน

2.เด็กญี่ปุ่นต้องรู้จักขานชื่อตัวเองด้วยเสียงดังฟังชัดเช่นกัน

3. การถอดรองเท้านักเรียน จะต้องวางบนชั้นให้เป็นระเบียบเรียบร้อย 

4. เด็กญี่ปุ่นต้องรู้จักนิ่งฟังคุณครูอย่างตั้งใจ

การฟังจะทำให้เด็กสามารถเรียนรู้ ฝึกฝนและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของโรงเรียนได้อย่างถูกต้อง

5. เด็กญี่ปุ่นสามารถเขียนชื่อและนามสกุลของตนเองได้

เพราะของทุกอย่างที่เด็กต้องนำไปโรงเรียนจะต้องเขียนชื่อและนามสกุลติดไว้เพื่อความเป็นระเบียบวินัยและป้องกันของหายรวมถึงในชั่วโมงเรียนเด็กๆ จะต้องเขียนชื่อและนามสกุลตนเองในแผ่นการเรียนรู้

6. เด็กญี่ปุ่นสามารถเปลี่ยนและเก็บเครื่องแต่งกายเข้าที่ให้เรียบร้อย

เด็กประถมหนึ่งจะเรียนพละอาทิตย์ละสามครั้ง เด็กๆ จะนำชุดพละไปไว้ที่โรงเรียนในวันจันทร์และนำกลับมาซักทำความสะอาดเย็นวันศุกร์ ในชั่วโมงพละ เด็กๆ ทุกคนจะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและเก็บเสื้อผ้าใส่ชั้นส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อนการไปพร้อมกันที่ห้องพละตามเวลาที่คุณครูกำหนด

7. เด็กญี่ปุ่นเรียนรู้การใช้ถนนและเคารพกฎจราจร

เมื่อเข้าสู่ประถมศึกษาใหม่ในสัปดาห์แรกโรงเรียนจะจัดกลุ่มเด็กที่มีละแวกบ้านใกล้เคียงกันให้เดินกลับบ้านด้วยกัน และมีข้อตกลงไม่ให้เด็กเดินเปลี่ยนเส้นทางเพื่อป้องกันการหลงทาง ในสัปดาห์แรกครูหรือเจ้าหน้าที่ในโรงเรียนจะเดินมาส่งเด็กจนถึงจุดนัดหมายหนึ่งที่เด็กสามารถเดินกลับบ้านเองได้  พอเข้าเรียนได้ระยะหนึ่งก็จะมีการสอนการใช้ถนนหนทางโดยจัดชั่วโมงพิเศษนำเด็กๆ ออกไปเรียนรู้การใช้ถนนให้ปลอดภัย การรู้วิธีข้ามถนนตามสัญญาณไฟจราจรและการไม่วิ่งเล่นในขณะเดินกลับบ้าน

8. ทำความสะอาดห้องเรียน

หลังรับประทานอาหารกลางวันในห้องเรียนเสร็จ เด็กๆ ทุกคนจะต้องช่วยกันทำความสะอาดห้องเรียน

9. เด็กญี่ปุ่นเรียนรู้การตักอาหารและบริการเสิร์ฟอาหารกลางวันให้เพื่อน โดยทำหน้าที่เป็นเวรประจำสัปดาห์

โรงเรียนรัฐบาลของญี่ปุ่น เมื่อถึงเวลาพักเที่ยงเจ้าหน้าที่จะนำรถเข็นถาดอาหารมาวางไว้หน้าชั้นเรียน เด็กที่เป็นเวรประจำสัปดาห์ประมาณ 5-6 คน จะมีหน้าที่ช่วยตักและเสิร์ฟอาหารให้แก่เพื่อนที่ถือถาดเข้าคิวรอรับอาหาร หลังจากหมดเวลาที่กำหนดให้รับประทานอาหาร เด็กที่เป็นเวรก็จะช่วยเก็บถาดอาหารและอุปกรณ์การรับประทานอาหารเพื่อส่งคืนให้เจ้าหน้าที่

10. เด็กญี่ปุ่นสามารถใช้ตะเกียบและอุปกรณ์เพื่อรับประทานอาหาร

เวลาพักเที่ยง เด็กๆ จะมีเวลารับประทานอาหารพร้อมกันประมาณ 20 นาที ดังนั้นเด็กญี่ปุ่นจะถูกฝึกให้สามารถใช้ตะเกียบและอุปกรณ์เพื่อรับประทานให้ได้มากที่สุดภายในเวลาประมาณ 20 นาที

11. เรื่องรู้เรื่องความปลอดภัย

ตำรวจจะสอนเด็กนักเรียนทุกระดับในเรื่องความปลอดภัยในการใช้ถนนและการเอาตัวรอดจากภัยคนแปลกหน้า เช่น ไม่ไปเมื่อมีคนมาชวนไปไหนด้วยกัน ไม่นั่งรถของคนแปลกหน้า ส่งเสียงดังขอความช่วยเหลือหากคนแปลกเข้าประชิดตัว  วิ่งหนีทันทีและบอกเล่าให้ผู้ปกครองฟัง เป็นต้น ยกตัวอย่างสถานการณ์ที่คนแปลกหน้ามักใช้เพื่อล่อลวงเด็กได้แก่ สุนัขหรือกระต่ายหายแล้วชวนเด็กไปช่วยตามหา บอกว่าแม่ที่ไม่สบายให้มารับเด็กไปโรงพยาบาลและการให้เงินเด็กแล้วชวนขึ้นรถ เป็นต้น

12. การฝึกซ้อมการหนีภัยแผ่นดินไหวและอัคคีภัอย่างสม่ำเสมอ

แม้จะอายุน้อยแค่นี้ ก็ต้องฝึกฝนการหนีภัยแผ่นดินไหวและอัคคีภัอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นมักมีหตุการณ์แผ่นดินไหวอยู่บ่อยๆ และหลังจากการเกิดแผ่นดินไหวร้ายแรงมักเกิดไฟไหม้ด้วย โรงเรียนตั้งแต่อนุบาลขึ้นไปมักจัดซ้อมรับมือภัยแผ่นดินไหวและซ้อมหนีไฟหลายครั้งในหนึ่งปีการศึกษา โดยทุกครั้งเมื่อมีสัญญาณเตือนภัย เด็กทุกคนจะลงไปหลบใต้โต๊ะเรียน จากนั้นสวมหมวกนิรภัยที่แขวนไว้ที่พนักเก้าอี้ของเด็กทุกคน เดินเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบไปยังสนามของโรงเรียน  นอกจากนี้ต้องไม่ผลักเพื่อน ไม่วิ่ง ไม่ส่งเสียงดังและไม่ย้อนกลับไปเอาของ

ขอบคุณที่มาข้อมูลและภาพจาก anngle.orgweheartit.com