ปัญหาวัยรุ่น ปัญหาวัยเรียน ปัญหาเด็กรังแกกัน

ปัญหาเด็กรังแกกันในโรงเรียนไทย ติดอันดับ 2 ของโลก

Home / ทีนวาไรตี้ / ปัญหาเด็กรังแกกันในโรงเรียนไทย ติดอันดับ 2 ของโลก

อุ๊ยตายว๊ายกรี๊ด!!! ใครรู้ตัวว่าแกล้งเพื่อน หยุดสต๊อปแล้วมาอ่านข่าวนี้ ปัญหาเด็กรังแกกันในโรงเรียนบ้านเราตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแล้วนะคะ เพราะมีจำนวนสูงถึงร้อยละ40 ติดอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศญี่ปุ่น พบปีละประมาณ 6 แสนคนกันเลย (โอ้มายก็อด) โดยเฉพาะการรังแกกันผ่านสื่อออนไลน์

ปัญหาเด็กรังแกกันในโรงเรียนไทย
ติดอันดับ 2 ของโลก

ล่าสุด กรมสุขภาพจิต ได้เผยถึง เรื่องการเร่งพัฒนาโปรแกรมป้องกันเด็กรังแกกันในโรงเรียนระดับประถมศึกษา อายุ 6-13 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยของการเรียนรู้เรื่องเพื่อน การพัฒนาบุคลิกภาพ พัฒนาการด้านศีลธรรมและการอยู่ในสังคมที่สำคัญ สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในโรงเรียน ที่จะพร้อมใช้ในปีการศึกษาหน้า

ปัญหาเด็กรังแกกัน เป็นปัญหาที่จะส่งผลกระทบระยะยาว ด้านความรุนแรง ทำร้ายกัน เด็กที่เป็นผู้กระทำอาจเป็นผู้ใหญ่ใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา เป็นอันธพาล อาชญากรได้  โดยอธิบดีกรมสุขภาพจิต  กระทรวงสาธารณสุข ยังแจ้งว่า “เด็กที่รังแกกันมีตั้งแต่ระดับอนุบาล  และที่น่าห่วงคือขณะนี้เด็กเข้าถึงสื่อโซเซียลง่าย พ่อแม่และครูมีเวลาให้เด็กน้อย เด็กเรียนรู้ความรุนแรงจากเกม สื่อต่างๆและไปใช้กับเพื่อน เด็กจำนวนมากกำลังเผชิญการถูกรังแก ล้อเลียน ส่งผลให้เกิดความเครียด ซึมเศร้า วิตกกังวล ไม่อยากไปโรงเรียนมากขึ้น   และยังพบปัญหาใหม่มีการรังแกกันผ่านสื่อออนไลน์ทั้งการใช้ข้อความ ภาพ หรือวิดีโอคลิปบนโลกอินเตอร์เน็ตด้วย”

ทั้งนี้ แพทย์หญิงมธุรดา  สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวว่า ในการลดปัญหาการรังแกในโรงเรียน จะต้องให้ความสำคัญทั้งกลุ่มเด็กที่เป็นกลุ่มเสี่ยงถูกรังแกสูงด้วย เช่น เด็กที่มีปัญหาพัฒนาการช้า เด็กพิการ กลุ่มเด็กนักเรียนเพศทางเลือก ซึ่งมีรายงานมักถูกรังแกมากเป็นพิเศษ และเด็กกลุ่มที่ครอบครัวมีการใช้ความรุนแรง หรือเด็กที่ป่วยโรคทางจิตเวช เช่น สมาธิสั้น ซึ่งมักพบว่าเป็นเด็กกลุ่มที่เป็นผู้รังแก

3 วิธี ป้องกันตัวเองจากการถูกกลั่นแกล้ง

1. บอกครูประจำชั้น

2. ไม่อยู่คนเดียว

3. ไม่ตอบโต้อีกฝ่ายที่จะทำให้ถูกกลั่นแกล้งมากกว่าเดิม

cr. กรมสุขภาพจิต

ที่มาข้อมูลและภาพจาก ประชาสัมพันธ์กรมสุขภาพจิต, Weheartit