ความหมายของ พระเมรุมาศ 9 ยอด และองค์ประกอบของพระเมรุมาศ

Home / ทีนวาไรตี้ / ความหมายของ พระเมรุมาศ 9 ยอด และองค์ประกอบของพระเมรุมาศ
ที่มาพระเมรุมาศ นิทรรศการพระเมรุมาศ พระเมรุมาศ พระเมรุมาศ 9 ยอด องค์ประกอบของพระเมรุมาศ

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 นี้แล้วนะคะ ที่นิทรรศการพระเมรุมาศ จะเปิดให้ประชาชนสามารถเข้าชม ดังนั้นอย่าลืมทราบ ข้อควรรู้! ก่อนเข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศ น้อมรำลึกในหลวง ร.9 ด้วยนะคะ วันนี้ทีนเอ็มไทยเลยขอนำเรื่องราวของ “พระเมรุมาศ 9 ยอด” คืออะไร? และองค์ประกอบของพระเมรุมาศมีอะไรบ้าง? มาเป็นความรู้ให้กับน้องๆ ก่อนเข้าเข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศครั้งนี้ด้วย

ความหมายของ พระเมรุมาศ
และองค์ประกอบของพระเมรุมาศ

พระเมรุมาศ และพระเมรุ คือ สถาปัตยกรรมชั่วคราว หรือสถาปัตยกรรมเฉพาะกิจที่สร้างขึ้น ณ กลางใจเมือง .. เป็นพระเมรุขนาดสูงใหญ่ มีลักษณะเป็น “กุฎาคาร หรือ เรือนยอด” คือเรือนซึ่งหลังคาต่อเป็นยอดแหลม โดยในอดีตนิยมสร้างเป็นแบบ ยอดปรางค์ อาจมีพรหมพักตร์หรือไม่มีก็ได้ โดยพระเมรุมาศ ใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพ พระมหากษัตริย์ พระอัครมเหสี พระบรมราชินี พระราชชนนี พระบวรราชเจ้า พระยุพราช สำหรับการตายที่ใช้ราชาศัพท์ว่า สวรรคต

นอกจากนี้ “เมรุ” ตามความหมายใน พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง “ภูเขากลางจักรวาล มียอดเป็นที่ตั้งแห่งเมืองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเป็นที่ประทับของพระอินทร์” ซึ่งมีอีกความหมายคือ “เป็นที่เผาศพมีหลังคาเป็นยอด มีรั้วล้อมรอบ สำหรับพระมหากษัตริย์ เรียกว่า พระเมรุมาศ สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์เรียกว่า พระเมรุ และสำหรับสามัญชนเรียกว่า เมรุ” สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงวินิจฉัยในสาส์นสมเด็จ 3 มี.ค. 2476 ไว้ว่า “เมรุ เห็นจะได้ชื่อ (จากการ) ปลูกปราสาทอันสูงใหญ่ท่ามกลางปลูกปราสาทน้อยขึ้นตามมุมทุกทิศ มีโขลนทวาร (โคปุระ) ชักระเบียงเชื่อมถึงกัน ปัก ราชวัติล้อมเป็นชั้นๆ มีลักษณะดุจเขาพระสุเมรุ ตั้งอยู่ท่ามกลางมีสัตบริภัณฑ์ล้อม จึงเรียกว่า พระเมรุ ทีหลังทำย่อลง ไม่มีอะไรล้อม เหลือแต่ยอดแหลมๆ ก็คงเรียกว่า เมรุ”

องค์ประกอบพระเมรุมาศ

การออกแบบภูมิทัศน์บริเวณพระเมรุมาศ คำนึงที่พื้นที่ว่างระหว่างอาคารภายในขอบเขตรั้วราชวัติและบริเวณโดยรอบตามประโยชน์ใช้สอย เพื่อเสริมส่งให้พระเมรุมาศและบรรยากาศโดยรอบมีความงดงาม อีกทั้งให้ความหมายในเรื่องคติของแผนภูมิจักรวาลให้สมบูรณ์ โดยจำลองเขาพระสุเมรุ คือบริเวณโดยรอบพระเมรุมาศจะเปรียบเสมือนเขาพระเมรุตั้งอยู่กลางจักรวาล ส่วนที่ว่างปลูกต้นไม้บริเวณฐานเปรียบเหมือนป่าหิมพานต์ที่อยู่เชิงเขาโดยมีลวดลายของเส้นเป็นตัวกำหนด ส่วนบริเวณถัดมาใช้สำหรับเชิญพระโกศเวียนพระเมรุมาศ จะเปรียบเสมือนสีทันดรมหาสมุทรล้อมรอบเขาพระสุเมรุ

อาคารประดับตกแต่งด้วยหุ่นเทวดา ถือเครื่องสูง เพื่อเป็นการแสดงพระอิสริยยศ บางครั้งประดับด้วยสัตว์หิมพานต์ที่อยู่บนเชิงเขาพระสุเมรุ เช่นเสาหงส์

ความหมายของ พระเมรุมาศ 9 ยอด

กรมศิลปากรยึดหลักแนวคิดในการออกแบบ โดยคำนึงถึงความสมพระเกียรติตามหลักโบราณราชประเพณี และคติความเชื่อเรื่องพระมหากษัตริย์เป็นสมมติเทพ โดยมีอาคารทรงบุษบกจำนวน ๙ องค์ เพื่อให้สอดคล้องกับรัชกาลที่ ๙

ประกอบด้วยอาคารทรงบุษบกจำนวน 9 องค์ โดยมี “บุษบกองค์ประธาน” อยู่ตรงกึ่งกลางของฐานชาลาชั้นบนสุด 1 องค์ เป็นอาคารทรงบุษบกยอดมณฑปชั้นเชิงกลอน 7 ชั้น เป็นที่ตั้งของพระจิตกาธานใช้สำหรับถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

พระจิตกาธานคืออะไร..และอยู่ส่วนไหนในพระเมรุมาศ?

พระจิตกาธาน คือ เชิงตะกอน หรือฐานที่ทำขึ้นสำหรับเผาศพ เป็นคำที่ใช้สำหรับพระเจ้าแผ่นดินและพระบรมวงศานุวงศ์ ประกอบด้วยแท่นฐานสำหรับเผาทรงสี่เหลี่ยม ภายในใส่ดินเสมอปากฐานสำหรับวางฟืน ไม้จันทน์ พระจิตกาธาน มักประดับตกแต่งด้วยกระดาษสีและเครื่องสด เช่นดอกไม้ ใบไม้ ใบตอง หยวกกล้วยและผลไม้บางชนิดเป็นต้น สำหรับเป็นเครื่องกันไฟ

ในการถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระจิตกาธานตั้งอยู่บนฐานชาลาชั้นบนสุดภายในบุษบกองค์ประธาน

บุษบกองค์ประธาน

ซ่าง

ถัดออกมาตรงมุมทั้ง 4 ของฐานชั้นนี้เป็นที่ตั้งของ “ซ่าง”  จำนวน 4 องค์ เป็นอาคารทรงบุษบกยอดมณฑปชั้นเชิงกลอน 5 ชั้น ใช้สำหรับพระพิธีธรรมนั่งสวดพระอภิธรรม เริ่มสวดตั้งแต่พระบรมศพประดิษฐานบนพระจิตกาธานจนกระทั่งถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้วเสร็จ โดยสวดเวียนกันไปทีละสำรับ

พระพิธีธรรม คือ ชื่อตำแหน่งของพระสงฆ์ โดยพระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแก่วัด ไม่ได้พระราชทานแก่พระสงฆ์ ปัจจุบันมี 10 วัด คือ
1. วัดราชสิทธาราม
2. วัดอนงคาราม
3. วัดประยุรวงศาวาส
4. วัดจักรวรรดิราชาวาส
5. วัดระฆังโฆสิตาราม
6. วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์
7. วัดสระเกศ
8. วัดบวรนิเวศวิหาร
9. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
10. วัดสุทัศน์เทพวราราม

หอเปลื้อง

ถัดลงมาบนฐานชาลาชั้นที่ 2 มี “หอเปลื้อง” จำนวน 4 องค์ ทรงบุษบกรูปแบบเดียวกับซ่าง ตั้งอยู่ที่มุมทั้ง 4 เป็นที่จัดเก็บพระโกศทองใหญ่ พระโกศไม้จันทน์ และอุปกรณ์สำหรับงานพระราชพิธี

พระเมรุมาศ ไปไหน? หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธี

ทั้งนี้หลังครบกำหนดการเปิดให้เข้าชมนิทรรศการแล้ว พระเมรุมาศ ก็จะถูกรื้อถอน ซึ่งของทั้งหมดจะอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักพระราชวัง  โดยบางส่วนจะนำไปถวายวัด หรือโรงเรียน บางส่วนเอาไปใช้งานตามสถานที่ต่างๆ บางส่วนจะกลายเป็นสมบัติ และถูกไว้เป็นจดหมายเหตุของชาติ หรือแม้กระทั่งนำไปประมูล ยกตัวอย่าง พระเมรุมาศสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หลังเสร็จสิ้นงาน เอาไปสร้างศาลาหลังหนึ่งที่วัดปทุมวนาราม ข้างวังสระปทุม

โดยส่วนที่นำไปแปรธาตุไปใช้อย่างอื่นเช่น ศาลาต่างๆ ทับเกษตร ราชวัติ ส่วนที่เก็บไว้เช่น ส่วนฉัตร กลีบบัว ฉัตรปรุ โครงฉัตรผ้าฉลุทอง ขณะที่ พระเมรุมาศพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อาคารพระเมรุ  ถูกรื้อถอนเป็น 3 ส่วน คือส่วนแรก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้หน่วยงานต่างๆ ส่วนที่ 2 เปิดประมูล และส่วนที่ 3 เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษา เช่นชิ้นส่วน พระโกศจันทน์ รูปปั้นเทวดา สัตว์หิมพานต์

เรื่องราวที่เกี่ยวข้องอื่นๆ

-ย้อนหน้าประวัติศาสตร์ไทย ชมภาพพระเมรุมาศ
งดงามวิจิตรอย่างสมพระเกียรติ

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก นิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร, คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช, หนังสือธรรมเนียมปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดงานพระบรมศพ, หนังสือคำศัพท์ที่เกี่ยวเนื่องกับงานพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช, พระเมรุมาศ