บทเรียนเรื่อง “เปรี้ยว ปรียานุช” ที่พ่อแม่ต้องรู้ เพราะลูกใครก็เป็นได้ โดยครูพี่แนน

Home / ทีนวาไรตี้ / บทเรียนเรื่อง “เปรี้ยว ปรียานุช” ที่พ่อแม่ต้องรู้ เพราะลูกใครก็เป็นได้ โดยครูพี่แนน
ข่าวร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ถือเป็นเรื่องสะเทือนขวัญและกระทบกระเทือนความรู้สึกของคนที่รับรู้เป็นอย่างมาก เหตุการณ์การทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ชีวิตทั้งยังซ่อนเร้นอำพรางความผิด สามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดขึ้นในสังคมได้เสมอ

บทเรียนเรื่อง “เปรี้ยว ปรียานุช”
ที่พ่อแม่ต้องรู้ เพราะลูกใครก็เป็นได้

สิ่งที่จะช่วยให้เด็ก ๆ หรือแม้แต่ตัวเราเองไม่กลายเป็นคนที่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา คือการตระหนักว่าวัยเด็กเป็นวัยที่สำคัญมาก ลูกที่คุณพ่อคุณแม่รู้จัก จริงๆ เห็นพฤติกรรมได้จริงๆ และแก้ไขโดยที่ลูกยังฟังคุณพ่อคุณแม่อยู่จริงๆ จะอยู่ในวัยไม่เกินช่วง 12 14 ปี หรือเอาง่ายๆ ว่า ขึ้น ม.ก็เตรียมตัวเจอลูกคนใหม่ที่เราไม่รู้จักเขามาก่อนได้เลย

ดังนั้นคำแนะนำของครูพี่แนน enconcept คือ ต้องตั้ง Deadline ไว้ ว่าเราจะเตรียมลูกให้พร้อม ให้เหมือนกับว่าเขาจะไม่มีเราอยู่ด้วยอีกแล้วก่อนที่ลูกจะเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งเป้าหมายในการทำแบบนี้ คือการสร้างให้เด็กมีความแข็งแรงทางจิตใจเป็นอาวุธ สรุปวิธีให้เข้าใจง่ายๆ เลย คือ การฝึกให้เด็กมี ศีล สมาธิ และปัญญาอาจจะฟังดูเป็นธรรมะจ๋ามาก 

แต่ว่าจริงๆ แล้ว ศีล คือ การให้เด็กรู้กรอบ รู้ระเบียบ รู้วินัย มี Mindset ที่ถูกต้องเป็นแก่นในการดำเนินชีวิต สมาธิ หรือสติ คือ การให้เด็กรู้จักการยับยั้งช่างใจจนเป็นนิสัย ฝึกให้น้องรู้จักการรอคอยที่จะคิดให้ดีก่อนทำ และท้ายที่สุดคือ ให้ปัญญา หรือความรู้ที่ถูกต้องกับลูก ถ้า องค์ประกอบนี้มั่นคง ไม่ว่าลูกจะไปเจอกับสภาวะที่ยากลำบากอย่างไร ก็จะยังคงมีความยับยั้งชั่งใจ คิดเป็น  ไม่ตัดสินใจผิดพลาดได้ง่าย โดยการปล่อยให้ลูกคิดและฝึกดำเนินชีวิตที่มีกรอบ ที่ไม่ขัดกับธรรมชาติ หรือธรรมะนี้ จะเป็นอาวุธติดตัวลูกไปตลอด

 ที่มาข้อมูลจาก enconcept