เด็กที่ชอบนอนคลุมโปง ระวังเสี่ยงโรค!

Home / ทีนวาไรตี้ / เด็กที่ชอบนอนคลุมโปง ระวังเสี่ยงโรค!

น้องๆ คนไหนที่รุ้ตัวว่าตัวเองติดนิสัยการนอนคลุมโปง รีบมาฟังทางนี้จ้า รู้หรือไม่ว่า? การนอนคลุมโป่งนั้นจะทำให้อากาศที่ใช้หายใจมีจำกัดและไม่ถ่ายเท ส่งผลให้มีคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของสมองลดลง เสี่ยงโรคสมองเสื่อม

อาการเสื่อมถอยของสมองไม่ใช่แค่การหลงลืม  แต่รวมถึงอาการขาดสมาธิ ภาวะความตื่นตัวของสมอง ความสามารถในการเรียนรู้จดจำสิ่งใหม่ รวมถึงความสามารถในการวิเคราะห์ด้วย

ทำไมการนอนคลุมโปงถึงอันตราย?

เพราะอากาศในผ้าห่มจะไม่ค่อยถ่ายเท อากาศข้างนอกเข้ามาไม่ได้ อากาศในผ้าห่มก็ไม่ถ่ายเท ทำให้มีก๊าสคาร์บอนไดออกไซด์ในผ้าห่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่ง คาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) มาจากอากาศเก่าที่เราหายใจออกมานั่นเองส่งผลให้ อ๊อกซิเจน (O2) เข้าไปเลี้ยงสมอง และ ร่างกายได้น้อยลง อาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น ซึ่งหากทำเป็นประจำอาจเกิดเป็นโรคสมองเสื่อมได้ นอกจากนี้หลายคนยังคงมีความเชื่อต่างๆเกี่ยวกับการนอนคลุมโปง ซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดอากาศหายใจได้

1.เวลานอนไม่หลับ ให้นอนคลุมโปง
ความมืดในผ้าห่ม ทำให้ฮอร์โมนความง่วง(เมลาโทนิน) หลั่งออกมามากขึ้น การนอนคลุมโปงจึงทำให้นอนหลับง่ายขึ้นจริงๆ แต่มีวิธีที่ดีกว่านั้น คือการเอาผ้า มาปิดแค่ส่วนตา แล้วเว้นจมูกไว้ ให้ได้หายใจปกติ ฉะนั้นใครที่นอนในที่สว่างๆไม่ได้ ต่อไปควรหลีกเลี่ยงการคลุมโปง และควรเปลี่ยนมาใช้ผ้าปิดตาสีทึบๆ หรือเอาผ้าว้างปิดตาแล้วเว้นตรงจมูกไว้แทนจะดีกว่า จะได้ไม่เสี่ยงต่อการขาดอากาศหายใจ

2.เวลาไม่สบาย ให้ปิดแอร์ นอนคลุมโปง ให้เหงื่อออก
การที่ร่างกายขับเหงื่อ และระบายความร้อนออกมา อาจช่วยให้ไข้ลดลงได้บ้าง แต่ไม่มาก และในขณะที่คุณนอนหลับก็เสี่ยงกับการขาดอากาศหายใจได้ แนะนำให้ใช้วิธีที่ดีกว่านี้คือการเช็ดตัว ซึ่งช่วยลดไข้ได้พอๆ กับกินยาลดไข้เลยทีเดียว

ข้อมูลและภาพจาก amarinbabyandkidsnews.todayzaa, Thaijobsgov.com