เพิ่งรู้นะเนี่ย! “นิยายไซอิ๋ว” ไม่ได้มีจุดหมายแค่ไปเอาพระไตรปิฎก

Home / ทีนวาไรตี้ / เพิ่งรู้นะเนี่ย! “นิยายไซอิ๋ว” ไม่ได้มีจุดหมายแค่ไปเอาพระไตรปิฎก

ไม่รู้ว่าน้องๆ สมัยนี้ได้ดูไซอิ๋ว กันหรือเปล่า? นิยายคลาสิกจากจีนที่นำมาสร้างหนังและละครหลายต่อหลายครั้ง “ไซอิ๋ว” หรืออีกชื่อว่า “หงอคง” เป็นเจ้าลิงจอมซนที่มีอภินิหารปราบมาร และมีหน้าที่เดินทางไปชมพูทวีป เพื่อนำพระไตรปิฎก กลับมา พร้อมกับหลวงจีน และเหล่าสหายอีกสองคน แต่คนส่วนใหญ่มักดูเพื่อความบันเทิงไม่ได้คิดอะไร คิดว่าอ่อ! เดินทางไปเอาพระไตรปิฎก ก็แค่นั้น แต่จริงๆ แล้วรู้หรือไม่ว่า ตั้งแต่ตัวละครไปจนถึงการผจญปราบมารของนิยายเรื่องนี้สอดแทรกความรู้เอาไว้มากมายเลยหละ ฮั่นแน่! ชักน่าสนใจขึ้นมาแล้วใช่ม๊า ถ้างั้นไปติดตามกันเลย (บอกก่อนเลยว่าเนื้อหายาวไปนิ๊ด แต่รับรองว่าคุณจะต้องร้อง “อ่อเป็นแบบนี้นี่เอง”)

เพิ่งรู้นะเนี่ย! “นิยายไซอิ๋ว”
ไม่ได้มีจุดหมายแค่ไปเอาพระไตรปิฎก

ไซอิ๋ว

โดย เจ้าของเฟสบุ๊ค นายทศกัณฐ์ ได้เผยเรื่องราวที่น่าสนใจไว้แบบนี้ “ผมเคยสงสัยว่าตอบจบของไซอิ๋วคืออะไร เพราะสารภาพตามตรงว่าไม่เคยอ่านจริงๆ จังๆ สักที เคยฟังแต่เขาเล่ามากับดูละคร รู้แต่ว่าเป็นนิยายที่แต่งขึ้นโดยยืมท่านเสวียนจ้าง ที่ไปอัญเชิญพระไตรปิฎกที่อินเดีย แต่แต่งให้มีอภินิหารอ่านสนุก ก็เท่านั้น ….

วันนี้ผมเลยนั่ง google ดู นั่งอ่านไป 4-5 ชั่วโมง แล้วก็ไปเจอที่เขาเฉลยว่า ทำไมไซอิ๋วคือนิยายที่ทรงอิทธิพลของจีน ไม่ใช่แค่มันแฟนตาซีเท่านั้น แต่ไซอิ๋วคือการกางพระไตรปิฎกออกมาแล้วเขียนใหม่ในมุมนิทาน

โดยรู้แค่ว่าตัวละคร พระถังซัมจั๋ง คือศรัทธา จะไปชมพูทวีป ต้องมีศรัทธาก่อน พกจิตไปด้วยซึ่งจิตคนเรา ประกอบด้วย โทสะ – หงอคง โกรธ , โลภะ – ตือโป๊ยก่าย โลภ , โมหะ – ซัวเจ๋ง ความไม่รู้ ก็แค่นั้น จนค้นหาใน Google แล้วเจอที่เขาอธิบายแต่ละบทแบบละเอียด จนต้องทึ่งในความสามารถของคนแต่ง

ตือโป๊ยก่าย
ซัวเจ๋ง

หงอคง แปลงกายได้ เหาะเหิน เดินอากาศได้ ทำอะไรก็ได้ เพราะหงอคง คือจิตคนเรา ที่เป็นลิง ไม่อยู่นิ่ง คิดไปเรื่อย แค่คุมให้ตามลมหายใจยังยากเลย ดังนั้น ถ้าเราคุมหงอคงได้ …. การไปชมพูทวีปจะง่ายขึ้น … เป็นต้น และเมื่อไหร่ก็ตามที่เราโกรธ – โทสะ เราจะเหมือนหงอคง แผลงฤทธิ์ พังพินาศ ราบเป็นหน้ากลอง

แต่หงอคงแพ้อะไร ? โดนขังไว้ที่อะไร ? ใช่แล้ว แพ้ฝ่ามือยูไล โดนขังไว้ที่เขา 5 นิ้ว ฝ่ามือยูไล และเขา 5 นิ้ว แทน ขันธ์ 5
ต่อให้จิตแน่แค่ไหนสุดท้ายก็ไม่พ้นขันธ์ 5 ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ

นอกจากนี้หงอคงยังมีกระบองวิเศษจัดการปีศาจได้ตลอด กระบองนั้นแทนปัญญา แต่ทว่า มีจิต กับปัญญา แค่นั้นมักเกิดปัญหา พระยูไลจึงประทานมงคล มารัดหัวไว้ ให้พระถังคอยดูแล มงคลนั้นก็แทน “สติ” ซึ่งมงคลเป็นรัดเกล้า 3 ห่วงคล้องกัน แทนไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา

ปีศาจแต่ละตัว แทนกิเลสที่เราต้องค่อยกำจัดออกไป ตอนเจอกันครั้งแรกหงอคง บอกพระถังฯ ว่าจะไปชมพูทวีปผมพาอาจารย์ตีลังกาไปได้ 7 ทีถึง มามัวเสียเวลาเดินทำไมกัน ไม่เข้าใจ พระถังฯ จึงบอกว่า ไม่ได้ ต้องเดินไปเท่านั้น

ปริศนาธรรมข้อนี้บอกว่า จิต+ปัญหา ฟังเขาเล่า ฟังเขาบอก คิดเอาเองก็บอกง่าย แปบเดียวก็ไปถึงนิพพานละ เช่น มีคนเล่าให้ฟังอริยสัจ 4 คือ ทางดับทุกข์ ฟังเข้าใจละ แต่จริงๆ แล้วไม่เข้าใจ ธรรมมะต้องลงมือปฎิบัติ เหมือนหงอคงบอกตีลังกาไป 7 ที มันไปไม่ถึง ต้องค่อยๆ เดินไป ศึกษาไป ปฎิบัติไป ถึงจะถึง

โป๊ยก่าย คือศีล 8 และ ซัวเจ๊ง คือสมาธิ  การมี ศรัทธา + ปัญญา + ศีล + สมาธิ จึงจะพ้นทุกข์ แต่บางครั้งปีศาจบางตัวก็เก่งเหลือเกิน
ต้องไปตามเจ้าแม่กวนอิมมาช่วย เจ้าแม่กวนอิม คือ เมตตา

ปัญญา + เมตตา จะกลายเป็นสัมมาทิฏฐิ ธรรมชั้นสูงซึ่งปราบกิเลสได้เสมอ แต่เจ้าแม่กวนอิม มักให้หงอคงลองสู้จนหมดแรงก่อน ถึงมาช่วย เหมือนหากมีกิเลสควรให้ปัญญาลองขจัดดูก่อน เกินกำลังแล้วจึงให้เมตตาปล่อยวาง ถ้าเกินกำลังเมตตา เจ้าแม่กวนอิมช่วยไม่ไหว คนสุดท้ายที่มักมาช่วย คือ พระยูไล

พระยูไล แทน พระอริยสงฆ์ ท้ายที่สุดถ้าปฎิบัติไม่ไหวก็ถามผู้รู้เอา …. จบแน่นอน

การลำดับปีศาจแต่ละตัวในเรื่องก็เจ๋งมาก เช่นเมื่อเริ่มเดินทาง ก็พบโจรทั้งหก ขัดขวางไม่ให้ไป สุดท้ายหงอคงเลยเอากระบองตีจนตาย โจรทั้งหกคือ อายตนะ 6 คือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และอารมณ์ ต้องเอา ปัญญา (ตะบอง) ฟาดให้ตายก่อนถึงเริ่มออกเดินทางได้

แล้วก็เจอปีศาจไปเรื่อยๆ อ่านยังไม่จบ ท่าทางอีกหลายวัน อ่อ! ผมลองเปิดดูตอนจบ สรุป ศรัทธา + ปัญญา + ศีล + สมาธิ เดินทาง
กำจัดกิเลสไปจนถึงชมพูทวีป แล้วได้อะไร

ตอนจบพระถังฯ และคณะ มาถึงแม่น้ำแห่งหนึ่ง สายน้ำเชี่ยวกรากมาก ไม่รู้จะข้ามไปยังไง จนเจอเรือไร้ท้องเรือจอดอยู่ พระถังฯ กังวลมาก เรือไม่มีท้องเรือจะพาข้ามฟากยังไง แต่สุดท้ายก็ยอมใช้เรือข้ามไป แม่น้ำเชี่ยวกรากแทนกองกิเลส เรือนั้นแทน สุญญตา ความไม่ยึดมั่นถือมั่น

เมื่อข้ามมาแล้วก็ถึงชมพูทวีป และได้คัมภีร์มา เป็นหนังสือเปล่าหนึ่งเล่ม แทนธรรมมะ ซึ่งคือความว่างเปล่า …นิพพาน แต่สุดท้ายหงอคงขอให้มีอะไรกลับไปจีนหน่อย เพราะคนธรรมดาคงไม่เข้าใจ เลยได้คัมภีร์มาอีกเล่มนึง เต็มไปด้วยอักษร บันทึกการเดินทาง เรียกว่า พระไตรปิฎก … จบ อ่านแล้วคารวะคนแต่งเลย…”

ขอบคุณเครดิตจาก เฟสบุ๊ค นายทศกัณฐ์ 

ภาพจาก wiki/Journey_to_the_West