ช่างภาพมืออาชีพ ตาล อัศวิน ขันติวงศ์ โรงเรียนวัดสระเกศ

ไม่ธรรมดา! ตาล อัศวิน เด็กอายุ 16 กับการเป็นช่างภาพมืออาชีพ

Home / ทีนวาไรตี้ / ไม่ธรรมดา! ตาล อัศวิน เด็กอายุ 16 กับการเป็นช่างภาพมืออาชีพ

ตอนเด็กๆ มีความฝันอยากทำอะไรกันบ้างคะ แล้วสำเร็จตามที่ตั้งใจตอนอายุเท่าไร วันนี้ลองมาติดตามจุดเริ่มต้นความฝันการเป็นช่างภาพ ของ น้องตาล-อัศวิน ขันติวงศ์ เด็กอายุ 16 ปี ที่วันนี้สามารถก้าวเป็นช่างภาพอาชีพได้ตั้งแต่อายุยังน้อย เกริ่นมาแบบนี้อยากรู้แล้วใช่ไหมคะ ว่าเขาต้องทำอย่างไรบ้าง วันนี้ทีนเอ็มไทยได้สัมภาษณ์พูดคุยกับน้องตาลเพื่อนำคำตอบมาฝากทุกคนแล้ว

14456691_617184981787858_470638414_o

น้องตาล อัศวิน ขันติวงศ์ นักเรียนชั้นม.4
กับการเป็นช่างภาพมืออาชีพ

ประวัติ

ชื่อ  : อัศวิน  ขันติวงศ์

ชื่อเล่น : ตาล

อายุ : 16 ปี

การศึกษา : ศึกษาอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 4 โรงเรียนวัดสระเกศ(ภูเขาทอง)

14454051_617186655121024_334667478_o

เริ่มสนใจเรื่องกล้องตั้งแต่อายุเท่าไร

– เริ่มสนใจช่วงอายุ 14 ปีครับ

แรงบันดาลใจที่เราอยากเป็นช่างภาพ

-ได้รับมาจากการดูหนังทั่วไป ละคร ซีรีย์ เอ็มวีเพลงต่างๆ ครับโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบดูหนังมากๆ

การเป็นช่างภาพอาชีพเป็นความใฝ่ฝันมาตั้งแต่แรกเลยไหม

-ถามว่าตั้งแต่แรกไหม ไม่ครับ ความฝันจริงๆ อยากเป็น ผู้กำกับหนังครับ

เริ่มต้นหาซื้ออุปกรณ์กล้อง จากงบของ?

– จากงบตอนแรก ช่วง ป.4 ผมมีความตั้งใจเหมือนเด็กทั่วไปที่จะเก็บเงินซื้อบ้าน แต่ความจริงของโลกช่างโหดร้ายเงินมันไม่ได้เก็บง่ายขนาดนั้น สมัยประถมผมได้เงินไป รร.วันล่ะ 60บาท นั่งรถรับจ้างไปกลับก็ 20บาท ยังไม่รวมค่ากินที่บ้านและระหว่างทางกลับบ้านอีกนะครับ เฉลี่ยจะเหลือกลับบ้าน 10-20 ต่อวัน เมื่อถึงอายุ 14 ก็มีเงินเก็บอยู่ 10,000 บาท ไม่เปะมาก และรวมเงินจากคุณแม่ซึ่งประกอบอาชีพขายไอติมโบราณ แม่ให้อีก 7,000 บาท คือเห็นลูกสนใจมานานเลยให้ประกอบกับลูกมีเงินเก็บนิดๆหน่อยๆอยู่แล้วจึงช่วยให้ในเรื่องนี้ครับ แล้วกล้องที่ได้มาก็เป็น D5100 กับเลนส์ 18-55 kit ครับ

จุดเริ่มต้นการถ่ายภาพ

– เริ่มแรกผมชวนเพื่อนมาถ่ายก่อน แต่ก็ช่างแสนลำบากเหลือเกิน แต่ไม่นานผมก็ถ่ายรูปเพื่อนของผมเกือบทุกคนครบ ผมก็เริ่มเบื่อๆก็หยุดถ่ายไปพักนึงก็เริ่มออกไปถ่ายวิวเล่นๆก็สนุกดี แต่ก็ถ่ายไม่ได้จริงจังอะไรมากเพราะชอบถ่ายคนมากกว่า

14522382_617188321787524_2072947344_o

งานแรกที่ถ่าย คืองานอะไร

-ต่อมาเก็บเงินได้สักพักนึง ได้ 3,000 บาท จากการเก็บเงินระยะเวลา 4 เดือน ก็ทยอยซื้ออุปกรณ์ จำได้ว่างานแรกในชีวิตที่ถ่ายคือ[2 เม.ษ. 58] เป็นถ่ายเล่นๆ ให้เพื่อนที่ สวนรถไฟ ได้เงินมา 200บาท คือแบบตอนนั้นดีใจมาก ต่อมา น้าต้น(ในเฟส TON PK) ได้ชวนผมไปถ่ายรูปวิวที่ตึกร้างสาทร และพอเริ่มมีอุปกรณ์ใหม่ๆ ก็จะไปถ่ายสถานที่ต่างๆ อย่าง วัดพระแก้ว ,สนามหลวง ,วัดสระเกศ ,BTS ช่องนนทรี ฯลฯ

ต่อจากนั้นมาเป็นช่างภาพมืออาชีพได้อย่างไง

-วันหนึ่งกำลังเรียนหนังสือด้วยความตั้งใจ ตั้งใจจริงๆ แล้วแชทก็เด้งขึ้น เปิดดูอ้าวเห้ย! อาจารย์นิสิตทักมาให้ไปถ่ายรูปปริญญาให้หน่อย คือตอนนั้นยิ่งดีใจกว่าเดิม แต่คือตอนนั้นบอกเลยอุปกรณ์ไม่พร้อมมากๆ มีแค่ 18-55 ขาแฟลชตัวนึง ทริกเกอร์ยังไม่มีเลย แล้วถึงวันซ้อมรับที่บ้านสมเด็จ เราก็ไปถ่ายช่วงบ่าย เรียกช่วงเย็นดีกว่าเพราะเราไปตอนเลิกเรียนแล้วว 4โมงกว่าๆก็ได้ถ่าย ทุกสายตาคนในนั้นมองมาที่เราตอนนั้นเราใส่ชุดลูกเสือไปถ่าย โดนตากล้องแซวก็มีถ่ายเสร็จเราก็ได้เงินมา 1,500บาท เป็นเงินก้อนแรกในชีวิตที่รู้สึกว่ามันเยอะ

แล้วเอาไปซื้อทริกเกอร์ แล้วก็เอามาใช้ถ่ายเล่นๆ ไปเรื่อยๆ ถ่ายไปถ่ายมา ครูที่ รร.ติดต่อมาไปถ่ายรูปรับที่จุฬาให้หน่อย ก็ไปหาเช่าเลนส์ 50 1.8 มา บอกเลยว่ารบกวนคนอื่นมาก เช่ามาเสร็จเราก็ไปถ่ายเลย ถ่ายตอนนั้นเราเก็บครูเขาวันล่ะ 2,500 (2 วัน) ก็ 5,000 บาท ได้เงินเยอะมากๆ ต่อมาก็ไปซื้ออุปกรณ์เพิ่ม และเริ่มชวนคนที่เราชอบไปถ่ายรูป และจากนั้นก็เริ่มรับงานแบบเต็มตัวๆ งานรับปริญญา มอ.ต่างๆทั่วไป อย่างที่ไปไกลสุดตอนนี้ก็ มข. ช่วงปี 58 เราเก็บค่าถ่ายต่อวันที่ 3500 ครึ่งวัน 2500 บางคนก็บอกเราเก็บแพง บางคนก็บอกเราเก็บถูกไป แต่ก็ไม่ค่อยแคร์ตรงนี้มาก ใครอยากจ้างเรา เราก็แค่ไปถ่ายให้เขาแค่นั้น ตอนถ่ายเราก็บิ้วเขาไปเราก็มีความสุขอีก

จนปัจจุบันก็มีงานเข้ามาให้ทำอยู่ตลอดทุกเดือน ไม่ว่าจะงานรับปริญญา,พรีเวดดิ้ง,งานแต่ง,โปรไฟล์,งานพรอม จองกันไปข้ามเดือนครึ่งปีก็มี และปัจจุบันทุกคนก็รู้จักเราในฐานะช่างภาพไปโดยปริยาย WATCH LIGHT FOTO

14438826_617186638454359_590967703_o

เราเรียนรู้การถ่ายภาพจากอะไรหรือที่ไหน

-เริ่มแรกจาก Youtube ตามคลิปต่างๆ และ พวกพี่ๆ น้าๆ ที่เป็นตากล้อง เมื่อได้ความรู้มาก็ไปถ่ายและเอาไปลงกลุ่มต่างๆเช่น LR TH ก็มีคนชมคนติบ้าง ช่วงแรกติซะมากกว่า 99% ก็ทำให้เราแก้ไข้งานไปเลื่อยๆจนคนเลิกติแล้วหันมาชื่นชมซะมากกว่าครับ เพราะช่วงนั้นมีอุปกรณ์แค่ 18-55 ตัวเดียว ทางบ้านไม่ค่อยมีฐานะเท่าไหร่ ช่วงปี 57-58 ก็ได้ถ่ายรูปทุกอย่างไปเรื่อยๆ ถ่ายงานกีฬาสี รร. ถ่ายครู ถ่ายเพื่อน ถ่ายวิว ถ่ายสตรีท ถ่ายทุกอย่างเลยก็ว่าได้

แนวถ่ายภาพที่เราชอบมากที่สุด

-แนวถ่ายภาพที่ชอบคงจะเป็นแบบหดหู่สะท้อนจิตใจของแบบซะมากกว่าครับ และแนวตลกเฮฮาที่ดูแล้วเป็นธรรมชาติสดใสซะมากๆ

หากอยากชมผลงาน สามารถชมได้ที่ไหน

– ตอนนั้นก็มีเพจแล้วครับ ชื่อเพจ WATCH LIGHT FOTO

อยากจะเรียนต่อคณะอะไร มหา’ลัย อะไร

-คณะที่ชอบ ก็เป็นนิเทศ ม.กรุงเทพ แน่นอนครับ

อยากฝากอะไรถึงวัยรุ่นคนอื่นๆ ที่สนใจเรื่องกล้องแบบเราอย่างไรบ้าง

-รูปภาพไม่ใช่การเรียนหนังสือ อยากให้มันดีก็ออกมาลองออกมาทำ เพราะหนังสือก็คือโลกทั้งใบที่เราได้ลองครับ

คราวนี้เราลองมาชมผลงานการถ่ายของน้องตาลกัน ขอบอกเลยฝีมือไม่ธรรมดา!

oe4g83nh4tnuooa944q-o

oe4g9g10q96k3lddsby0-o

oe4b43af0uabcouzyim-o

oe4besh4qt98qj1qldn-o

oe4be0sdsex3vng4fcd-o

oe4bn1byxi9nuaovikg-o

oe4gaq10qhtp5km441a1-o

oe4gwfltsnngrcylo87-o

oe4ie7i9p3cunq17zfq-o

oe4ifrnxxcvsbu7bta4-o

ข้อมูลบทสัมภาษณ์เรียบเรียงโดย teen.mthai.com

ภาพได้รับการอนุญาติจากน้องตาล เพจWATCH LIGHT FOTO