วัยรุ่นควรรู้! ผลกระทบการเรียนและสุขภาพ จากเกม Pokemon go (มีคลิป)

Home / ทีนวาไรตี้ / วัยรุ่นควรรู้! ผลกระทบการเรียนและสุขภาพ จากเกม Pokemon go (มีคลิป)

กระแสการเล่นเกม Pokemon go ในประเทศไทยกำลังระบาดมากขึ้นเรื่อยๆ จากคนที่ไม่ได้เล่น ก็ต้องเล่นตามกระแสเพื่อไม่ให้ตกเทรนด์ หรือบางคนก็กลัวจะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง นอกจากนี้หลายคนอาจมองว่ามันเป็นเกมเพื่อความสนุก ไม่ได้มีผิดมีภัยอะไร แต่หารู้ไม่ว่า จริงๆ มีผลกระทบและการเสี่ยงไม่ว่าจะ การเรียนตก อุบัติเหตุและมิจฉาชีพ

Pokemon go (3)

วัยรุ่นควรรู้! ผลกระทบการเรียนและสุขภาพ จากเกม Pokemon go

Pokemon go (2)

ยิ่งขณะนี้เป็นระยะเปิดเทอมของโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ ล่าสุด นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล คณบดีวิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ได้ออกมาระบุว่า Pokemon เป็นเกมมือถืออย่างหนึ่งที่พัฒนาขึ้นมาจากเกมจอ แต่คราวนี้เปลี่ยนมาเป็นมือถือเล่นไปเดินไป ข้อดี คือผู้เล่นได้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปสถานที่ต่างๆ มากกว่าอยู่ในห้อง ส่วนข้อเสียมีดังนี้

1.เพิ่มความเสี่ยงต่อสมาธิสั้นในเด็ก  วงการศึกษาพบว่า  การเล่นเกมจอ เกมมือถืออย่างต่อเนื่องเป็นสาเหตุหนึ่งนำมาซึ่งภาวะสมาธิสั้น  ดร.ดักลาส เจนไทล์มหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาเด็กสิงคโปร์จำนวน 3,000 คนอายุระหว่าง 8-17 ปีเป็นเวลา 3 ปี  ดูความถี่และระดับความรุนแรงของเกมสรุปว่า  “ผลร้ายที่เกิดขึ้นมากกว่าผลดี คือ ความตื่นเต้นเร้าใจและผลของคะแนนที่ได้รับหรือการผ่านด่านแต่ละด่านให้ผลรวดเร็วทันใจกว่ามาก มากกว่าการเรียนหนังสือที่ต้องใช้ความพยายามอดทนเรียนเป็นเวลายาวนาน ทำให้เด็กพบว่าชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริงไม่มีแรงกระตุ้นเร้าเพียงพอและน่าเบื่อหน่าย

เจนไทล์ให้ข้อสังเกตอีกว่า เด็กยิ่งใช้เวลากับการเล่นเกมจอมากเท่าไรก็จะยิ่งควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่และขาดสมาธิมากเท่านั้น  ซ้ำร้ายเด็กยิ่งมีปัญหาเรื่องสมาธิสั้นก็ยิ่งมีแนวโน้มอยากเล่นเกมจอมากขึ้น กลายเป็นวงจรก่อโรค

Pokemon go (1)

2.เกิดการเสพติด  การเล่นแต่ละครั้งใช้เวลาเล่นเป็นชั่วโมงๆ หรือค่อนวัน ทำให้เด็กที่อยู่ในวัยเรียน ต้องเสียเวลาแลอาจเสียอนาคตได้ นอกจากนี้ “การต่อสู้” และ “ความพึงพอใจ” ที่ได้จากในเกม   หรือแม้แต่การ “ความพึงพอใจที่จับ Pokemon พันธุ์หายาก” ได้ จะทำให้สมองหลั่งสาร Dopamine ซึ่งกระตุ้นให้เร่งเร้า และตอบสนองเป็นความพึงพอใจไปเรื่อยๆ  คล้ายกับเวลาที่คนเราเล่นไพ่  เซลล์สมองจะได้รับสาร Dopamine ไปเรื่อยๆและอยากเสพต่อๆไป  นี่คือกลไกของการติดเกม

3.เสี่ยงที่จะเกิด Office syndrome และกระดูกทับเส้น ท่าทางในการเล่นที่ต้องก้มหน้า โก่งคอ ง่ายต่อการเกิดปวดเมื่อยคอบ่าไหล่ ต้นแขน เกิดโรค Fibromyalgia กระทั่งกระดูกคอกดทับเส้นประสาทได้

4.เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ พลัดตก หกล้ม ในต่างประเทศมีผู้เล่นที่พลัดตกเหวเสียชีวิตมาแล้ว

5.เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม เนื่องจากการตั้งเสา ใครก็สามารถขอตั้งที่ไหนก็ได้ จึงเคยมีเคสที่ผู้เล่นถูกดึงดูดไปยังสถานที่เปลี่ยว แต่กรณีนั้นเอะใจก่อน กลับไปเรียกตำรวจ

และสุดท้ายที่นพ.บรรจบ ขอเสริมก็คือ อย่างที่ทราบว่า “Pokemon Go เป็นระบบเครือข่าย internet ที่สัมพันธ์กับ Facebook, Google ของประเทศมหาอำนาจโดยใช้ระบบ GPS แต่เจาะลึกเข้าถึงบ้านเรือน ห้องหอ ข้อมูลส่วนตัวของทุกๆคน   อาจมีผลกระทบถึงความปลอดภัยแห่งชาติหรือไม่?  ถ้าข้อมูลแผนผังสำนักงาน องค์กรรัฐบาล ถูกเก็บรูปภาพส่งขึ้นศูนย์ข้อมูลของ Google ที่ควบคุมโดยประเทศมหาอำนาจ”

Pokemon go (4)

พร้อมกับสรุปว่า “Pokemon เป็นเกมแห่งการเสพย์ติด เหมือนเวลาคนเล่นไพ่ ติดได้งอมแงม เล่นได้ไม่เกินวันละ ½ ชม. หรือทางที่ดี เด็กเล็กในวัยที่ต้องการพัฒนาการทางสมองและระบบประสาท ไม่ควรเล่น เด็กโต อาจติดเกมจนเสียการเรียนได้  พ่อแม่ต้องควบคุมใกล้ชิด และ วัยรุ่นนักเรียนนักศึกษา ถ้าจะเล่น ต้องแบ่งเวลาเรียนให้ดีเสียก่อน  ระวัง! อุบัตเหตุ ระวัง! ถูกล่อไปสู่สถานที่เปลี่ยว ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ วัยทำงาน เล่นอย่าให้เสียงาน ระวัง office syndrome ปวดคอบ่าไหล่ กระดูกทับเส้น”

เรียบเรียงข้อมูลและภาพโดย teen.mthai.com