SLOW LIFE แรงบันดาลใจในแบบหนุ่มรักธรรมชาติ กับนิว-วรัชญ์

Home / ทีนวาไรตี้ / SLOW LIFE แรงบันดาลใจในแบบหนุ่มรักธรรมชาติ กับนิว-วรัชญ์

การได้ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ในแบบ SLOW LIFE ยังคงเป็นความฝันของหนุ่มสาวคนทำงานยุคใหม่ เหมือนกับหนุ่มเมืองกรุง วัย 26 ปี นิว-วรัชญ์ โชคดารา ที่สถานะปัจจุบันของเขา คือ การเป็นเจ้าของฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์เล็กๆ ณ ท้องทุ่งเขียวขจีมุมหนึ่งของไร่เขาใหญ่ ที่จุดเริ่มต้นและการเดินทางนั้นอาจไม่ได้เป็น SLOW PICTURE อย่างที่หลายคนคาดคิด แต่เส้นทางเดินสายนี้ก็ยังไม่มีวันล้มเลิก เพราะเจ้าของเส้นทางยืนยันว่าพื้นที่สีเขียวตรงนี้นี่แหละ จะเป็นพื้นที่ที่เขาจะลงหลักปักฐานต่อไปอีกนานเท่านานทีเดียว

แรงบันดาลใจในแบบหนุ่มรักธรรมชาติ กับนิว-วรัชญ์
แรงบันดาลใจในแบบหนุ่มรักธรรมชาติ กับนิว-วรัชญ์

แรงบันดาลใจในแบบหนุ่มรักธรรมชาติ กับนิว-วรัชญ์

INSPIRATION

หนุ่มกรุงมาดติสท์ที่มาทำงานขัดกับบุคลิกของตัวเองอย่างแรง อดีตหนุ่มนิวยอมรับว่าเขาคือวัยรุ่นที่รักอิสระ ใช้ชีวิตสนุกสนานเต็มที่แบบไม่มีเป้าหมาย แค่ในส่วนลึกที่คิดอยากจะทำธุรกิจอะไรสักอย่าง เขาจึงได้เข้าเรียนที่คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แต่ด้วยการถูกปลูกฝังจากทั้งพ่อและแม่ที่ปัจจุบันทำธุรกิจแล้วเห็นถึงความ ไม่มั่นคง ในช่วงจบใหม่ๆ นิวได้เลือกทำงานในสังคมออฟฟิศเป็นพนักงานกินเงินเดือนที่พ่อแม่เห็นว่ามั่น คง จนทำงานได้ 3 ปี ที่แรงผลักดันลึกๆ ของการอยากทำธุรกิจส่วนตัวนั้นได้ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง เมื่อได้เข้าไปลองเป็นชาวสวนปลูกผักคลุกดินในแบบลุยๆ อยู่หนึ่งอาทิตย์ ทำให้หนุ่มนิวได้ค้นพบความสงบสีเขียวในแบบที่ตลอดช่วงชีวิตความเป็นคนกรุง นั้นไม่เคยได้สัมผัส

แรงบันดาลใจในแบบหนุ่มรักธรรมชาติ กับนิว-วรัชญ์

IMPORTANT IN A CAREER

“ตอน นั้นงานทำมา 3 ปีมันเริ่มตันไม่ก้าวหน้า ผมก็เลยลาออกจากงานมาสมัครทำหลายอย่างแล้วก็ออกอีก จนแม่ต้องถามว่าเราอยากจะทำอะไรกันแน่ ให้ไปคิดมาแล้วแม่จะสนับสนุน เราก็ได้คุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของฟาร์มผักที่ภูเก็ต เพื่อนก็พูดเรื่องฟาร์มนี้จนทำให้ผมสนใจมาก แต่เพื่อนแนะนำให้ไปเรียนคอร์สสั้นที่ม.เกษตรศาสตร์ก่อน จนเรียนจบก็ได้ไปลงพื้นที่ทำด้วยตัวเองที่สวนของเพื่อนที่ภูเก็ตประมาณ อาทิตย์หนึ่ง แล้วก็กลับมาตั้งใจทำฟาร์มของตัวเอง พอดีว่าที่บ้านเปิดเป็นโฮมสเตย์อยู่ที่เขาใหญ่ เราเลยขอพื้นที่ส่วนหนึ่งมาลองทำดูสัก 10 โต๊ะ ตอนนั้นไปอยู่แรกๆ ทั้งเหนื่อยและเหงา เราต้องไปอยู่คนเดียวที่นั่นจันทร์ถึงศุกร์ แล้วถึงกลับมาส่งผักวันศุกร์ จันทร์ถึงพฤหัสคือต้องมีตารางเวลาในการปลูกผัก ปรับกรด เพาะเมล็ด เหนื่อยที่สุดช่วงวันศุกร์ต้องตื่นตีสี่มาเก็บผัก เตรียมไปส่งที่กรุงเทพฯ และตอนเปลี่ยนโต๊ะอนุบาลเป็นโต๊ะใหญ่ แล้วยังเจอปัญหามากมาย ทั้งเรื่องการหาตลาด หรือการปลูกในช่วงฤดูต่างๆ ทั้งฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน แต่มันทำให้ชีวิตผมเปลี่ยน เมื่อก่อนที่เคยชอบเที่ยว แต่ตอนนี้แทบไม่อยากไปเลย เพราะเหนื่อย แล้วต้องไปทำงานที่ไร่เงียบๆ คนเดียว คอยดูแลผักซึ่งการปลูกผักเหมือนเลี้ยงลูกที่ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้เราต้องมีวินัยในตัวเองมากขึ้น ทำให้เราได้เรียนรู้ชีวิตในอีกวิถีหนึ่ง ที่ไม่ต้องวุ่นวายกับใคร แต่ก็ต้องแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเอง จนตอนนี้ทำได้เกือบ 9 เดือน ทุกอย่างเริ่มลงตัว และกำลังเตรียมที่จะขยายโต๊ะให้มากขึ้นเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ซึ่งผมว่าเทรนด์อาหารสุขภาพนี้มันมีมานานแล้วในต่างประเทศ แต่ของเราเพิ่งเริ่มเข้ามา และมันกำลังจะโตขึ้นอีกเรื่อยๆ ต่อไปแน่”

แรงบันดาลใจในแบบหนุ่มรักธรรมชาติ กับนิว-วรัชญ์

THINKING TO CAMPUS

“สำหรับ น้องๆ ที่สนใจการทำเกษตรฯ มันก็เป็นอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะมีวิถีชีวิตไม่กดดัน เราไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร แต่เป็นนายตัวเอง ขยันเท่าไหร่ก็ได้เท่านั้น แต่ก่อนที่จะทำ อยากให้ไปลองลงพื้นที่จริง ลองลงมือทำก่อน เพราะหลายคนอาจมองว่างานแบบนี้มีชีวิตที่ SLOW LIFE แต่จริงๆ ไม่ใช่นะ มันไม่ได้สวยงามอย่างที่เราได้ยินมา เพราะแรกๆ เราต้องลงไปลุยด้วยตัวเอง เดินเท้าเปล่า ลุยโคลน ตากแดด เก็บผัก ทำปุ๋ย ทุกอย่างมันมีรายละเอียดเยอะ มันเป็นอาชีพที่ต้องอดทนมากๆ เราต้องมีวินัยในตัวเอง แล้วก็สู้งานกลางแจ้งได้ ก็อยากให้ถามตัวเองก่อนว่าเราชอบงานด้านนี้จริงๆ หรือเปล่า”

 

ติตตามได้ในคอลัมน์ worker นิตยสาร campus star no.39

www.facebook.com/campusstars