วิธีจัดการอาการสมาธิสั้น โรคฮิตในเด็ก-วัยรุ่น

Home / ทีนวาไรตี้ / วิธีจัดการอาการสมาธิสั้น โรคฮิตในเด็ก-วัยรุ่น

เคยสังเกตุตัวเรา เพื่อน หรือคนรอบข้างไหมว่า? เราเป็นคนขาดสมาธิ จดจ่ออะไรนานๆ ไม่ได้ เบื่อง่าย วอกแวก เหม่อบ่อย ทำงานไม่เสร็จ ขี้ลืม หรือเปล่า หรือชอบหุนหันพลันแล่น ขาดความยับยั้งชั่งใจ อดทนรอคอยไม่ได้ พูดแทรก พูดโพล่ง ใจร้อน ละก็ คุณอาจเป็นโรคสมาธิสั้นก็เป็นได้นะคะ

วิธีจัดการอาการสมาธิสั้น โรคฮิตในเด็ก-วัยรุ่น 

ADHD1

ลักษณะต่อไปนี้จะช่วยบ่งชี้ว่า  สมาธิสั้นในวัยรุ่นหรือวัยหนุ่มสาวเป็นอย่างไร

ตอนเล็กๆ มีพฤติกรรมซน  อยู่ไม่นิ่ง  ไม่ตั้งใจเรียน  หงุดหงิดโมโหง่าย  วอกแวก  เรียนหนังสือไม่ดี ฯลฯ และไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกต้อง  จึงทำให้อาการยังคงปรากฏอยู่  ไม่มากก็น้อย (มีจำนวนประมาณสี่สิบเปอร์เซ็น) โดยเฉพาะเรื่องพฤติกรรมและอารมณ์  บางคนยังคงรับประทานยาและบางคนก็ไม่ได้รับประทานยา  ขึ้นอยู่กับความหนักเบาของอาการ  ส่วนอีกพวกอาการจะแย่มากขึ้น (มีจำนวนประมาณสามสิบเปอร์เซ็น)  ถึงขั้นประพฤติผิดกฏหมายทุกรูปแบบ สามารถสร้างความรุนแรงให้สังคมได้ถึงห้าสิบเปอร์เซ็นของความรุนแรงที่เกิดขึ้น

  • ใจร้อน โผงผาง
  • อารมณ์ขึ้นลงเร็ว โกรธง่าย  หายเร็ว  มักมีเรื่องรุนแรงกับบุคคลที่ตนไม่พอใจ
  • หุนหัน พลันแล่น ขาดความยับยั้งชั่งใจ ไม่คิดก่อนทำ  ทำตามใจชอบ
  • ทนกับความเครียดหรือสิ่งที่ทำให้คับข้องใจได้น้อย
  • วอกแวกง่าย ไม่ค่อยมีสมาธิระหว่างการเรียนขั้นอาชีวศึกษาหรือขั้นอุดมศึกษาหรือในการทำงาน
  • รอคอยอะไรนานๆ ไม่ค่อยได้
  • มักจะทำงานหลายๆ  ชิ้นในเวลาเดียวกัน  แต่มักจะทำไม่สำเร็จแม้แต่ชิ้นเดียว
  • ไม่รู้จักแบ่งเวลา ขาดความสามารถในการบริหารจัดการเวลาที่ดี
  • ชอบผลัดวันประกันพรุ่ง
  • นั่งอยู่นิ่งๆ ไม่ได้นาน  ชอบเขย่าขาหรือลุกเดินบ่อยๆหรือพูดโทรศัพท์มือถือ
  • เบื่อง่าย  หรือ  ต้องการสิ่งเร้าอยู่เสมอ
  • ไม่มีระเบียบ  ห้องหรือบ้านรกรุงรัง

เด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่  มักต้องการคิดเอง  พูดเอง  ทำเอง ไม่ต้องการให้พ่อแม่สั่งสอนเช้ายันค่ำ  หรือพูดซ้ำซาก  จุกจิก  จู้จี้  ขี้บ่น  เด็กจะรู้สึกเบื่อและรำคาญพ่อแม่เพราะต้องการแสดงตัวตนว่า โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว  พ่อแม่ต้องเข้าใจจุดนี้และ พูดให้น้อยที่สุดเป็นดีที่สุด  อะไรที่ลูกไม่พูด  ไม่ต้องเซ้าซึ้จ่ำจี้จ้ำไช  จะต้องรู้ให้ได้  ดีที่สุดคือพูดน้อย ให้ความเข้าใจ  และ  เห็นอกเห็นใจในปัญหาของลูกและ  ช่วยหาทางออก  ให้ด้วยเหตุและด้วยผล  ไม่ต้องบีบบังคับ  ให้ลูกเลือกการตัดสินใจด้วยตนเอง  ถ้าผลจากการตัดสินใจไม่เป็นไปตามที่คาด ไม่ต้องซ้ำเติม  ให้ยีนเคียงข้างลูก  และ  ช่วยลูกแก้ปัญหา  ลูกจะรูสึกรักและซาบซึ้ง  เข็ดหลาบในวิธีแก้ปัญหาของตน

วิธีจัดการอาการสมาธิสั้นในวัยรุ่น

  • ฝึกการสนใจในสิ่งไดสิ่งหนึ่งโดยการกำหนดระยะเวลา ควรจัดให้มี “ตารางเวลา” และ มีนาฬิกาที่ลูกจะเห็นชัด  อะไรที่ทำไม่ได้ดี  ไม่ต้องตำหนิ  ให้ช่วยทำ
  • ใช้ดนตรีบำบัด
  • ฝึกคิด จินตนาการ
  • การนั่งสมาธิ อาจจะใช้เวลาแค่สั้นๆ 3- 5 นาที ก่อนนอน ฝึกกำหนดลมหายใจ ก็จะช่วยให้เรานิ่งขึ้น
  • การเก็บสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวและเอกสารสำคัญ  ควรจัดให้มีตู้ ที่มีลิ้นชักคู่  เขียนป้ายให้เห็นชัดว่า  ลิ้นชักใดใส่อะไร 
  • ปัญหาการเรียน เด็กวัยรุ่นสมาธิสั้น  มิได้มีปัญหาขาดความสามารถ  แต่มีปัญหาการทำงานทางด้านการเรียน  ทำได้ไม่เสร็จ ไม่รอบคอบ  จึงทำให้ไม่ถูกต้อง  จึงเกิดปัญหา  เพราะฉะนั้นพ่อ/แม่และครูจึงต้องช่วยกัน  เพื่อให้เข้าใจกระบวนการเรียนรู้ของเด็กและหาวิธีมอบหมายงานให้เหมาะสมกับตัวเด็ก
  • เด็กมีปัญหาความสนใจ ไม่สามารถกลั่นกรองสิ่งเร้าได้  จึงทำให้แยกไม่ออกว่า  ควรสนใจอะไร  ควรทำอะไร  และควรทำอย่างไร  งานจึงจะเสร็จ  จึงต้องหาวิธีการทำให้สนใจในสิ่งที่กำลังทำ
  • เด็กมีปัญหาความจำ  การเก็บข้อมูล ประมวลและแปลข้อมูลมีปัญหา สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องยากสำหรับเด็ก ได้เห็น ได้ยิน ได้อ่านหรือได้เขียนอะไร  จะจำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง หรือ ประมวลหรือจับประเด็นได้ลำบาก  นั่นก็คือปัญหาการคิดรวบยอด  ฉะนั้นจึงต้องช่วย โดยการเพิ่มเวลาทำงานหรือลดหย่อนการทำงาน โดยการแบ่งงานเป็นตอนสั้น ๆ หรือขีดเส้นใต้ตอนที่สำคัญ  จึงจะประสบความสำเร็จ ฃ
  • เด็กมีปัญหาการทำข้อสอบ เพราะมีข้อบกพร่องในการ ดึงข้อมูลหรือดึงได้ช้า ไม่ใช่ไม่รู้  จึงทำให้ผลการสอบไม่ดี  เกือบได้เกือบตกเสมอ จึงเป็นเรื่องจำเป็นในการเพิ่มเวลาสอบ  ต้องขอความช่วยเหลือจากครู
  • ปัญหาการขาดความภาคภูมิใจในตนเองเพราะผจญกับการถูกผู้ใกล้ชิดรอบตัว  ตี  ดุ  ด่า ว่ากล่าวและตำหนิ  ติเตียน  เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน  ตราหน้ากันตั้งแต่เช้ายันค่ำ  ทุกวันจันทร์จนถึงวันอาทิตย์  ทุกวัน  ทุกเดือนและทุกปี  ผู้ใกล้ชิดรอบตัวจึง ต้องปรับพฤติกรรมตนเอง มิให้โกรธและโมโหหรือรำคาญเด็ก  ต้องให้กำลังใจและมี ทัศนคติเชิงบวกกับเด็ก  ค้นหาความสามารถด้านอื่นของเด็กและให้ความสนับสนุน  ให้ประสบความสำเร็จอย่างเต็มที่  ขอให้จำไว้ว่า “ช่วยเหลือมิใช่แก้ไข้”
  • ปัญหาการคบเพื่อน เด็กวัยรุ่นทั่วไป  มักติดเพื่อนและเห็นความสำคัญของเพื่อน  แต่เด็กสมาธิสั้นจะรู้สึก “แปลกแยก” เพราะไม่มึใครอยากคบ  แม้แต่พ่อแม่ของเพื่อนก็จะพากันห้ามปรามลูกของตน ไม่ให้คบ  แต่ละคนล้วนแต่แสดงอาการ “รังเกียจและดูถูกเหยียดหยาม” เป็นประจำ จึงมักจะหันไปคบเพื่อนที่มีปัญหา พากันทำในสิ่งที่ไม่สมควรทำ เช่น เสพยา ทะเลาะวิวาท ฯลฯ เพราะฉะนั้นพ่อแม่จะต้องช่วยเหลือลูกดังต่อไปนี้

– ช่วยสร้างเพื่อนให้ลูก

– ชักชวนเพื่อนลูกมาเที่ยวบ้าน ร่วมกิจกรรมด้วยกันเป็นประจำ

– ไม่ตำหนิเพื่อนให้ลูกฟัง

– สอนทักษะการแยกแยะคน  จากการดูพฤติกรรมโดยยึดหลักธรรมะตามข้างต้นเป็นประจำ  จนลูกเคยชิน

– ไม่ตำหนิบุคคลใดหรือแม้แต่ตัวลูก  ควรพูดถึงพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องเท่านั้น

ข้อมูลและภาพจาก adhdthai