เจ้หมอ เจ้าของเพจหมอตุ๊ดกับภาพลักษณ์สองลุค

Home / ทีนวาไรตี้ / เจ้หมอ เจ้าของเพจหมอตุ๊ดกับภาพลักษณ์สองลุค

หลายคนอาจคุ้นแต่ภาพคุณหมอเนิร์ดๆ หน่อย แต่ “WAKE UP ค่ะ ชะนี!” (ขออนุญาตเอาคำพูดเจ้หมอมาใช้) หมอแพท-อุเทน บุญอรณะ หรือเจ้หมอ นักเขียนชื่อดัง เจ้าของเพจหมอตุ๊ดกลับมากับ      ลุคคุณหมอหนุ่มสุดแซ่บฝีปากกล้า ตอบปัญหาความรักเป็นเริด จนชะนีหลากเพศกว่าแสนคนตามติดเพจของเจ้หมองอมแงม จนสาวๆ อยากรู้แล้วล่ะว่าชีวิตจริงของเจ้หมอเขาเป็นอย่างไร งั้นตามมาดูกันดีกว่าน้า

เจ้หมอ เจ้าของเพจหมอตุ๊ดกับภาพลักษณ์สองลุค

เจ้หมอ เจ้าของเพจหมอตุ๊ดกับภาพลักษณ์สองลุค
หมอแพท-อุเทน บุญอรณะ

กว่าจะมาเป็นคุณหมอสุดแซ่บ
แต่กว่าจะมาเป็นเจ้าของเพจยอดฮิตคนดัง ช่วงชีวิตที่ผ่านมาของคุณหมอ คือ ชีวิตของเนิร์ดสไตล์อย่างแท้จริง วัยเด็กของคุณหมอแพทใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักเขียน เพราะชื่นชอบการอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ ถึงขนาดวางแพลนจะเรียนอักษรฯ จุฬา แต่สุดท้าย ถูกคุณพ่อคุณแม่สะกิดต่อมการตัดสินใจด้วยการแจกแจงค่าใช้จ่ายในการเรียนที่ผ่านมา และพูดด้วยประโยคที่ว่า “ลูกคิดว่าค่าใช้จ่ายของลูกต่อไปจะเพิ่มขึ้นมั้ย เพราะฉะนั้น ถ้าลูกจะเรียนอะไรต่อไป อยากให้มั่นใจว่างานที่ตัวเองเลือกทำ จะสามารถเลี้ยงตัวเองได้โดยไม่ลำบาก โดยไม่ต้องเลี้ยงพ่อแม่ก็ได้” และการมองอย่างลึกซึ้งของคุณแม่ที่เห็นแววความเป็นหมอในตัวลูกชาย จึงเป็นจุดเริ่มแรกของคุณหมอในการเข้าเรียนคณะแพทยศาสตร์ที่ม.ธรรมศาสตร์ แม้ว่าการเรียนเป็นนักศึกษาแพทย์ฝึกหัดจะไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเท่าความมุ่งมั่นที่มี คุณหมอสนุกกับการเรียนร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเพื่อนๆ ที่อยู่หอด้วยกัน ผ่านสังคมที่คุณหมอเรียกว่า “เด็ก Geek” (มากกว่าเด็ก Nerd) ผ่านช่วงเวลาปรับตัวในปี 4 กับการเริ่มขึ้นคลินิก เป็นผู้ช่วยหมอ และใช้เวลาทั้ง 7 วันกับการทุ่มเทฝึกหัดเรียนรู้วิชาชีพแพทย์ ที่แสนทรมาน และการเรียนที่หนักหน่วงเนื้อหามากที่สุดในช่วงปี 6 แต่สุดท้ายความมุ่งมั่นทั้งมวลก็สำเร็จด้วยรางวัลเป็นปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และหลังจากการเรียนที่เหน็ดเหนื่อยก็เป็นที่มาของชีวิตสุดแซ่บทั้งสาขาวิทย์และศิลป์นับแต่นั้นเป็นต้นมา

อนาคตของคุณหมอและนักเขียน
“หลังจากเรียนจบใหม่ๆ โชคดีมากว่า คนที่จบเกียรตินิยมมา ไม่ต้องออกไปใช้ทุนทำงานข้างนอก แต่อาจารย์ยังดึงเราไปเป็นผู้ช่วยอยู่ในโรงเรียนแพทย์ต่อ ก็เหมือนเราได้เป็นนักเรียนแพทย์ที่อัพเลเวลขึ้นมาหน่อย คือยังมีอาจารย์คอยสอน ได้เจอเคสยากๆ เหมือนได้เรียนต่อในทุกๆ วัน สามปีเต็ม ไม่รู้สึกว่ามีช่วงไหนที่ดราม่า เพราะได้เลือกในสิ่งที่ตัวเองชอบแล้ว หลังจากนั้นก็มาต่อเฉพาะทางด้านสมอง และได้มีโอกาสทำงานในโรงพยาบาลเอกชนต่อ แต่ว่าก็ยังชอบบรรยากาศในโรงเรียนแพทย์อยู่ตลอด เคสยากๆ ในการทำงานเจอทุกวัน บางทีก็จะขอกลับไปที่โรงเรียนเพื่อขอความเห็นจากอาจารย์บ้าง เพราะว่าแพทย์ไม่ได้ทำงานคนเดียว แพทย์ทำงานเป็นทีม ถึงแม้เรียนจบไปแล้ว เรายังมีแบ็กอัพที่ดีอยู่เสมอ การสื่อสารกับคนไข้ก็สำคัญ บางครั้งยากตรงที่ด้วยจรรยาบรรณของแพทย์เราต้องรักษาความลับของผู้ป่วย แต่ผู้ป่วยยังไม่บรรลุนิติภาวะ และผู้ปกครองเขาเป็นคนออกค่าใช้จ่าย เพราะฉะนั้น ต้องอาศัยประสบการณ์เยอะๆ เพื่อจะบอกเราได้ว่าถ้าเจอแบบนี้เราควรจะทำยังไง แต่ตลอดชีวิตการเรียนและการทำงานก็ทำให้เราได้เรื่องราวมากมายมาเป็นวัตถุดิบในการเขียน ก็เลยเริ่มมีจากการทำเพจขึ้นมาก่อน เริ่มจากเล่าเรื่องสมัยเป็นหมอ จนกระทั่งคนมาปรึกษาปัญหาเรื่องความรักด้วย แล้วก็เริ่มมีคนมา FOLLOW เยอะขึ้น จนมามีหนังสือเล่มแรก “WAKE UP ชะนี!” ของสนพ. Her Publishing รวบรวมเรื่องราวความรักที่ทำให้เข้าใจผู้ชายมากขึ้น ซึ่งฟีดแบ็กก็ดี ทั้งจากคนอ่าน รวมถึงคนไข้และเพื่อนๆ แพทย์ก็บอกว่าชอบ อนาคตก็หวังว่าจะได้มีโอกาสเขียนนิยายแบบเป็นซีรีส์สักเล่ม หรือเป็นที่ปรึกษาเขียนบทละครบ้าง ส่วนเรื่องเรียนต่อ ตอนนี้กำลังแพลนว่าปีหน้า 2017 จะไปเรียนต่อต่างประเทศ เพื่อหาความรู้ทางวิชาชีพแพทย์เฉพาะทางให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น”

เจ้หมอ เจ้าของเพจหมอตุ๊ดกับภาพลักษณ์สองลุค

เจ้หมอ เจ้าของเพจหมอตุ๊ดกับภาพลักษณ์สองลุค
หมอแพท-อุเทน บุญอรณะ

สำหรับน้องๆ ที่อยากจะเป็นคุณหมอ
“น้องๆ ที่อยากเป็นแพทย์ หมอจะไม่มีคำแนะนำด้านวิชาการ เพราะคิดว่าทุกคนน่าจะต้องมีการเตรียมพร้อมเรื่องเรียนอย่างเต็มที่อยู่แล้ว แต่สิ่งที่อยากจะฝากเลย คือ การเตรียมนิสัยและความพร้อม คุณพร้อมที่จะเป็นหมอหรือเปล่า พร้อมที่จะเปิดรับการเรียนตลอด 24 ชม. มั้ย พร้อมที่จะเสียสละเวลาได้หรือเปล่า ช่วงที่เรียน หมอโดนแฟนบอกเลิกตอนที่กำลังใส่ท่อช่วยชีวิตให้คนไข้ วินาทีนั้นอยากร้องไห้ แต่ก็ทำไม่ได้ ต้องอดทนอดกลั้นช่วยคนไข้ต่อ มาร้องอีกทีหลังจากเวลาผ่านไปแล้ว 10 ชั่วโมง สุขภาพล่ะ? แข็งแรงพอมั้ย เพราะว่าต้องเรียนหนักและมีเวลาพักผ่อนน้อย คุณมีความตั้งใจจริงหรือเปล่า? ไม่ได้เรียนเพราะแค่คิดว่าตัวเองเรียนเก่งเลยเลือกเป็นหมอ สำรวจตัวเองให้ดีก่อนว่าเราพร้อมกับสิ่งเหล่านี้หรือยัง”

 

ติดตามบทสัมภาษณ์คุณหมอได้ในคอลัมน์ Worker นิตยสาร Campus Star No.31 ได้เลยจ้า

เจ้หมอ เจ้าของเพจหมอตุ๊ดกับภาพลักษณ์สองลุค