7 กิจกรรม-การละเล่นที่นิยมในช่วงหน้าหนาวจากทั่วโลก

Home / ทีนวาไรตี้ / 7 กิจกรรม-การละเล่นที่นิยมในช่วงหน้าหนาวจากทั่วโลก

ใกล้เข้าสู้ฤดูหนวแล้ว เริ่มจะสัมผัสได้ถึงลมเย็นๆ ในช่วงเช้า และกระหน่ำร้อนในช่วงสายอีกเช่นเคย แต่ถึงแม้ว่าอากาศจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยๆ แต่กิจกรรมหรือการละเล่นในช่วงหน้าหนาวก็ยังคงมีอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะในต่างประเทศ วันนี้เราจะไปติดตามกันคะว่า จะมีกิจกรรมอะไรกันบ้างที่นิยมเล่นกันในช่วงหน้าหนาวนี้

images
การเล่นสกี

7 กิจกรรม-การละเล่นที่นิยม
ในช่วงหน้าหนาวจากทั่วโลก

ถ้าพูดถึงหน้าหนาว ก็ต้องคิดถึงหิมะสีขาวๆ ที่ตกลงมาของต่างประเทศ น่าเสียดายที่บ้านเราไม่มีหิมะตกนะคะไม่งั้นคงได้เล่นกิจกรรมนี้ นั่นก็คือ การเล่นสกี ที่ต้องใช้ไม้สกีแทนรองเท้า และใช้ไม้สต็อคแทนมือในการเคลื่อนไหวไถไปกับหิมะข้างหน้า ข้อดีของสกีหลักๆ ก็คือมีความคล่องตัวสูง ท่าหยุดนิ่งของสกีคือการยืนเฉยๆ ดังนั้นคนที่ชอบถ่ายรูปหรือชื่นชมธรรมชาติอาจจะชอบสกีมากกว่าเพราะสามารถหยุดถ่ายรูปในอิริยาบทปกติได้ แค่จะเดินยากขึ้นเท่านั้น เห็นบ่อยๆ ในซีรีส์เกาหลี

3306708254_a2ed91be8c

ต่อมากับการเล่น สโนว์บอร์ด ก็คือกีฬาที่เอาเท้าทั้งสองข้างไปแปะไว้บนแผ่นบอร์ดแผ่นเดียวแล้วไถไปตามหิมะ ขาทั้งสองข้างจะถูกยึดติดกับบอร์ดตลอดเวลา ทำให้เวลาเล่นแรกๆ อาจจะรู้สึกขัดๆ แต่ถ้าเล่นไปซักพักก็จะเริ่มชินไปเอง ท่าปกติพื้นฐานของบอร์ดถ้าไม่ได้เคลื่อนที่ก็จะเป็นท่านอน หรือนั่ง ส่วนยืนเฉยๆ นั้นก็ต้องทรงตัวตลอด ไม่สามารถยืนเฉยๆ ได้เหมือนสกี

 김연아, 우아한 갈라쇼 (밴쿠버=연합뉴스) 한상균 기자 = 역대 최고점수로 밴쿠버 동계올림픽 피겨에서 금메달을 획득한 김연아가 갈라쇼 연기를 하고 있다. 28일(한국시간) 밴쿠버 퍼시픽 콜리시움. 2010.2.28 xyz@yna.co.kr/2010-02-28 12:31:16/
คิม ยูนา ทูตกีฬาสาวสวยประจำกีฬาโอลิมปิกหน้าหนาว 2018 ที่เกาหลีใต้

ต่อกันด้วยสเกตน้ำแข็งที่เหมาะกับช่วงฤดูหนาว ในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องรอถึงฤดูหนาวก็สามารถหาลานสเกตตามศูนย์การค้าใหญ่ๆ เล่นกันได้แล้ว โดยวิธีการเล่นสเกตบนน้ำแข็งจะต้องใส่รองเท้าสเกตน้ำแข็ง ที่มีลักษณะเหมือนรองเท้าหุ้มข้อสูง แต่มีใบมีดที่พื้นรองเท้าที่ปัจจุบันทำจากโลหะ โดยมีหลักฐานว่ามนุษย์รู้จักการเดินทางบนน้ำแข็งเช่นนี้ย้อนหลังไปถึงกว่า 4,000 ปีล่วงมาแล้ว

13294_4d2e62137a100_big

แกะสลักหิมะและน้ำแข็ง หรือ Ice Sculpture Festival ที่ฮาร์บิน ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะขนาด 750,000 ตารางเมตร ใช้คนงานกว่า 10,000 คนเนรมิตเมืองในจินตนาการที่ทำจากน้ำแข็งและหิมะ ในงานจะมีการประกวดแกะสลักน้ำแข็งที่จัดกันมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ในทุกๆ ปีจะมีคนเดินทางมาจากทั่วโลกเพื่อมาแข่งขันกันในเทศกาลนี้ และประเทศไทยของเราก็เข้าร่วมประกวดด้วยค่ะ

2a912fb418f3429e9de17b73a899716e

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการว่ายน้ำในฤดูหนาว เมื่อผืนน้ำเริ่มเย็นและก่อนที่จะกลายเป็นผืนน้ำแข็งนั้น ประเทศจีนมักจะจัดการแข่งขันขึ้น เพื่อทดสอบความแข็งแรง ความทนทานของร่างกาย (แค่เห็นภาพใส่ชุดว่ายน้ำ ก็หนาวแทนแล้วละคะ)

play kites at Sanam Luang in Thailand
cr. http://pantip.com/topic/32067281

คราวนี้กลับมาที่ฝั่งไทยกันบ้าง อย่างที่บอกแต่ตอนต้นว่า เมืองไทยเราไม่มีหิมะ แต่กิจกรรมหรือการละเล่นของไทยเราช่วงหน้านี้ก็คือ การเล่นว่าวค่ะ นิยมมากที่ท้องสนามหลวง ลานกว้างๆ ลมแรงๆ ว่าวแต่ละตัวหลากสีสันถูกชักสายป่านโบยบินขึ้นสู่ยอดฟ้า

525008-topic-ix-5
ว่าวจุฬา cr. welcomlife.wordpress.com

โดย “การเล่นว่าวไทย” ที่ปรากฎหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เริ่มมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเรื่อยมา เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านและวัฒนธรรมของไทย

“ว่าว” มีหลายประเภท เช่น “ว่าวจุฬา” มีลักษณะเป็น 5 แฉก ,”ว่าววงเดือน” หรือ “ว่าวบุหลัน” มักตกแต่งเป็นลวดลายเรือกอและ นิยมเล่นในภาคใต้ตอนล่าง นอกจากนี้ยังมี “ว่าวปักเป้า”, “ว่าวงู” ฯลฯ

การเล่นว่าวนั้น เล่นได้ทั้งหน้าหนาวและหน้าร้อน โดยอาศัยกระแสลมเป็นตัวฉุดให้ว่าวลอยขึ้น โดยหากเป็นลมหน้าหนาว จะเป็นลมที่พัดจากผืนแผ่นดินลงสู่ทะเล ทำให้คนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือนิยมเล่นว่าวกันในช่วงนี้ ส่วนหน้าร้อน มีลมตะวันตกเฉียงใต้จากทะเลพัดสู่ผืนแผ่นดินใหญ่ เรียกว่า “ลมตะเภา” ทำให้ชาวภาคกลาง ภาคตะวันตกและภาคใต้ นิยมเล่นว่าวในฤดูนี้

ส่วนวิธีการเล่นว่าวนั้น ส่วนใหญ่จะชักว่าวให้ลอยสูงติดลมบน เพื่อดูความสวยงามของว่าวรูปต่าง ๆ หรือฟังเสียงของว่าว นอกจากนี้ยังสามารถชักว่าวต่อสู้แข่งขันกันบนอากาศก็ได้

49819a82d

และไม่ใช่ว่าจะมีเมืองไทยที่เดียวที่เล่นว่าวนะคะ ยังมีประเทศอินเดีย ปาเลสไตน์ จีน และอีกหลายๆ ประเทศ จนเกิดงานเล่นว่าวนานาชาติเกิดขึ้นอีกด้วย

klee-fire

ต่อมาอีก 1 การละเล่นของไทย ที่เด็กไทยอาจจะไม่ค่อยรู้จัก เพราะเป็นการละเล่นพื้นบ้านโบราณของชาวชัยภูมิ เรียกว่า ตีคลีไฟ ที่มีมานานกว่า 100 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2489 ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่เมื่อสิบปีที่แล้ว ลูกไฟจากไม้งิ้วที่ถูกเผาจนทั่วทั้งลูกถูกตีอย่างแรงด้วยเหง้าไม้ไผ่ คล้ายๆ กับการเล่นฮ็อกกี้ แต่หวาดเสียวกว่าเพราะความร้อนจากไฟ แต่ขณะเดียวกันก็มีความอบอุ่นช่วยคลายหนาว นอกจากนี้บรรยากาศโดยรอบยังสนุกสนานจากการร้องรำทำเพลงของชาวบ้านอีกด้วย

เรียบเรียงโดย teen.mthai.com

เครดิตข้อมูลและภาพจาก kanchanapiseksadoodtaonedd.netthai.cri.cn