ช่างภาพสาวอินดี้สไตล์ ผ้าป่าน-สิริมา ไชยปรีชาวิทย์

Home / ทีนวาไรตี้ / ช่างภาพสาวอินดี้สไตล์ ผ้าป่าน-สิริมา ไชยปรีชาวิทย์

เมื่อ 8 ที่แล้ว ผ้าป่าน-สิริมา ไชยปรีชาวิทย์ “เธอ” คือ พิธีกรสาวน้อยแอ๊บแบ๊ววัยกำลังโต พูดเก่ง ร่าเริง คล่องแคล่ว จากรายการวัยรุ่นยอดฮิต Strawberry Chessecake ภาพถ่ายชีวิตของสิริมา คือ ภาพของสีชมพูพาสเทลสุดซอฟท์โลกสวย จนกระทั่งเมื่อเฟรมภาพเปลี่ยนไป ณ ปัจจุบัน การตกหลุมรัก “ศิลปะแห่งการถ่ายภาพ” ได้เปลี่ยนแปลงโทนภาพของเธอไปอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นสิริมาช่างภาพแนว Street โคตรเท่ที่วัยรุ่นอินดี้หลายคนใฝ่ฝันอยากจะเป็นแบบนั้นบ้าง

ช่างภาพสาวอินดี้สไตล์ ผ้าป่าน-สิริมา ไชยปรีชาวิทย์

ช่างภาพสาวอินดี้สไตล์ ผ้าป่าน-สิริมา ไชยปรีชาวิทย์
ช่างภาพสาวอินดี้สไตล์ ผ้าป่าน-สิริมา ไชยปรีชาวิทย์

ชีวิตในมหาวิทยาลัยของผ้าป่าน

ผ้าป่านเริ่มต้นชีวิตมหาวิทยาลัยด้วยความสนใจในกระบวนการทำภาพยนตร์ของคณะนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพ พอๆ กับช่วงที่กำลังเข้าเป็นพิธีกรหน้าใหม่รายการ Strawberry Chessecake ทำให้ภาพถ่ายชีวิตในมหาวิทยาลัยคือภาพของ “การทำงานเป็นทีมเวิร์ค” สองกลุ่มที่แข็งแรง ทีมหนึ่งสาย “วิชาการ” ที่ทำให้เธอได้มีโอกาสค้นพบความลึกซึ้งในศาสตร์ภาพยนตร์มากยิ่งขึ้น กับทีมสาย “บันเทิง” ที่ดูเบื้องหน้าอาจดูเป็นความสดใส แต่เบื้องหลังคือการที่ต้องลงพื้นที่ไปถ่ายรายการที่ต่างจังหวัด ที่เธอเปรียบเหมือนการฝึกทหารเพื่อให้การถ่ายทำสำเร็จลุล่วงไปตามเป้าที่ได้ตั้งไว้ และเธอก็ทำได้ดีทั้งสองอย่าง เพราะเธอเข้าเรียนในม.กรุงเทพด้วยทุนเรียนดี และจบออกมาสำเร็จ 4 ปีด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 พร้อมกับความก้าวหน้าในวงการบันเทิงด้วยความสามารถที่หลากหลายของเธอ ณ ตอนนั้น

ช่างภาพสาวอินดี้สไตล์ ผ้าป่าน-สิริมา ไชยปรีชาวิทย์
ช่างภาพสาวอินดี้สไตล์ ผ้าป่าน-สิริมา ไชยปรีชาวิทย์

กว่าจะมาเป็นช่างภาพอินดี้สไตล์

“หลังจากทำงานได้ปีหนึ่ง ตอนนั้นทำงานหนักมาก แทบไม่ได้พัก สุดท้ายมานั่งคิดว่า ถ้าเราจะทำงานแบบนี้ เก็บเงินไปจนถึงอายุห้าสิบปี มันคือสิ่งที่อยากจะทำจริงๆ มั้ย ซึ่งป่านคิดว่าทุกคนต้องเคยตั้งคำถามกับตัวเองแบบนี้ แต่แค่มันเกิดกับป่านช้ากว่าเพื่อนๆ คนอื่นที่เป็นตอนเรียนจบเลย เหมือนเราย้อนกลับไปปีหนึ่งใหม่ แต่อันนี้มันคือมหาวิทยาลัยชีวิต แล้วช่วงนั้นได้ลองหัดถ่ายรูปลง IG จุดเริ่มต้นที่ทำให้ป่านรู้สึกอินกับคำว่า “ศิลปะของภาพถ่าย” ก็เสพมันอย่างรัวๆ พร้อมๆ กับเราได้คำตอบให้กับตัวเองว่า “ไม่” เลยลาออกจากทุกอย่างในวงการ บินไปนิวยอร์กเดือนหนึ่ง ไปอยู่กับเพื่อนสนิทที่ไปเรียนต่อด้านถ่ายภาพ

พ่อก็คัดค้าน แม่บอกว่า ถ้ากลับมาไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีกิน คือจบนะ เพราะบ้านป่านมีลูกถึง 6 คน เรียนจบก็ปล่อยให้เรารับผิดชอบตัวเองแล้ว แต่สุดท้ายก็คือไป เพื่อนไปเรียน เราก็ไปเดินถ่ายภาพคนเดียวตามถนน แต่จะบอกว่าตอนเรียนไม่ได้ชอบถ่ายภาพ กลัวกล้องด้วย กลัวอะไรที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ ชอบอะไรที่เป็น ANALOG ที่มันควบคุมได้ แต่พอตอนนี้มันข้ามช่วงเวลานั้นมาแล้ว เราสนิทกับมันแล้ว การเรียนรู้ก็ไม่ยาก ตอนนั้นก็เดินถ่ายไปเรื่อยๆ ทำอย่างนี้ทุกวัน จริงๆ คิดแค่อยากไปอยู่กับตัวเอง

ส่วนการถ่ายรูปก็เป็นแค่การระบายอารมณ์อย่างหนึ่ง บางวันไม่ได้ถ่าย ก็ไปนั่งที่ Central Park คิดแค่ว่า “ชีวิตดีจัง” พอกลับมาได้รูปมา 40 รูปได้ ไปคุยกับพี่ศิลปินคนหนึ่งว่าอยากทำโปสการ์ดขาย แต่สุดท้ายก็ได้เป็น EXHIBITION งานแรก ในชื่อ “NO[W]HERE MAN” ฟีดแบ็กดีจนป่านตกใจ แล้วก็เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้พ่อกับแม่เชื่อมั่นในตัวเรามากขึ้น ในขณะเดียว ก็ทำให้สื่อมองเราใหม่ที่ไม่ใช่ภาพ Strawberry Cheesecake แอ๊บแบ๊วสีชมพู มาเป็นผ้าป่าน-สิริมาที่เป็นขาวดำ ป่านรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ระหว่างเส้นทางนี้ ป่านได้รับความเอ็นดูจากพี่ๆ เยอะมาก ทุกคนคอยให้คำแนะนำตลอด อย่างตอนนี้มาทำงานที่ THE JAM FACTORY เพราะว่าพี่ด้วงมาชวนป่านให้ไปดูแลสเปซที่ว่างให้ เขาอยากให้มันเป็นฟรีสเปซที่ไม่จริงจัง เป็นพื้นที่ๆ สนุกสนานมากกว่า

ช่วงแรกก็มีบ้างที่เราต้องเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่ก็คิดว่ามันเป็นความท้าทายที่เราจะต้องทำให้ได้ สำหรับเป้าหมายของป่าน ป่านไม่ได้โฟกัสว่าตัวเองจะต้องกลายเป็นช่างภาพที่มีชื่อเสียงระดับโลก แต่โฟกัสที่การถ่ายภาพในหลายๆ แขนงที่มันจะเป็นตัวเอง เพราะป่านไม่ได้สนใจแค่ Street แต่ยังสนใจ Documentary, Portrait หรือ Fashion แม้ว่าอีก 5 ปี ป่านอาจจะไม่ได้ถ่ายภาพแล้ว แต่ตอนนี้ป่านยังสนุกกับการเป็นนักเรียนที่จะต้องเรียนรู้กับสิ่งเหล่านี้อยู่”

ช่างภาพสาวอินดี้สไตล์ ผ้าป่าน-สิริมา ไชยปรีชาวิทย์
ฝากข้อคิดถึงน้องๆ

“อย่าอยากเป็นอย่างป่าน คนในยุคนี้พยายามยึดอยู่กับไอดอลหรือการต้องมีแรงบันดาลใจ แต่จริงๆ อยากให้ทุกคนกลับไปหาตัวเองมากกว่า อย่าไปหามันจากข้างนอก เพราะมันก็จะกลายเป็นแพทเทิร์นเดิมที่ซ้อนทับกับคนอื่น สร้างทางเดินของตัวเองดีกว่า กลับไปมองว่าตัวเองชอบอะไร แล้วศึกษามันอย่างจริงจัง เพราะสิ่งนั้นจะพาเราไปที่หนึ่งที่จะทำให้เรารู้สึกว่ามันดีงามสำหรับเราจริงๆ ส่วนถ้าเรารักการถ่ายภาพ ก็ต้องออกไปถ่ายภาพให้เยอะที่สุด ภาพถ่ายที่ดีสุด อยู่ในภาพถ่ายที่ออกไปถ่าย คำตอบมีอยู่แค่นั้น ส่วนอื่นๆ ก็อยู่ที่ตัวเองแล้วล่ะว่าเราอยากเก่งขนาดไหน ซึ่งเราก็จะขวนขวายมันเข้ามารอบๆ ตัวเราเอง”

 

ติดตามบทสัมภาษณ์ของผ้าป่านได้ในคอลัมน์ worker นิตยสาร campus star no.29 หรือทาง www.facebook.com/campusstar

อิ๋ว