ทอย-ฐิติกร เดือนหน้าใสสไตล์เด็กประมง ม.เกษตรศาสตร์

Home / หนุ่มหน้าใส / ทอย-ฐิติกร เดือนหน้าใสสไตล์เด็กประมง ม.เกษตรศาสตร์

หนุ่มบ้านสวนชาวไร่ดูจริงใจ อาจเป็นทางเลือกอีกสไตล์ที่สาวๆ คนกรุงน่าจะติดใจ กับวิถีสโลว์ไลฟ์ของหนุ่มสาวชาวมอคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่บอกผ่านจากปากของ ทอย-ฐิติกร อภิรักษ์นุสิทธิ์ เดือนคณะมาดนิ่ง ผู้รักธรรมชาติ เฟรชชี่น้องใหม่ที่กำลังกลายเป็นขวัญใจสาวๆ ชาวมอในไม่ช้า

ทอย-ฐิติกร เดือนหน้าใสสไตล์เด็กประมง ม.เกษตรศาสตร์ 

ทอย-ฐิติกร เดือนหน้าใสสไตล์เด็กประมง ม.เกษตรศาสตร์
ทอย-ฐิติกร เดือนหน้าใสสไตล์เด็กประมง ม.เกษตรศาสตร์

ทอย-ฐิติกร เดือนหน้าใสสไตล์เด็กประมง ม.เกษตรศาสตร์

แนะนำตัวให้สาวๆ ได้รู้จักตัวตนในแบบหนุ่มผู้รักธรรมชาติกันหน่อย

ตอน นี้ทอยกำลังจะขึ้นปี 2 คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครับ ที่เลือกเรียนคณะนี้ เพราะว่าคุณพ่อเปิดฟาร์มกุ้งอยู่ที่จ.สุราษฎร์ธานี ผมก็เลยอยากเปิดฟาร์มกุ้งเหมือนคุณพ่อ อีกอย่างหนึ่งคือคุณพ่อเป็นศิษย์เก่าของคณะด้วย ตอนสัมภาษณ์เข้าเรียนอาจารย์ก็ใจดีมาก สัมภาษณ์ไม่โหด แต่ก็มีถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องประมงบ้าง ซึ่งผมก็บอกอาจารย์เลยว่าผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยนะ แต่สุดท้ายก็สอบติดที่นี่ครับ

จุดเริ่มต้นของการเข้ามาเป็นเฟรชชี่หน้าใหม่

พอ เข้ามาเรียนจริงๆ ในวิชาที่เกี่ยวกับภาคทั้งหมดผมชอบมาก ตอนนี้ก็ได้เรียนสองตัวได้ เป็นวิชาการประมงทั่วไป กับวิชาทรัพยากรน้ำและระบบนิเวศแหล่งน้ำ การเรียนเกี่ยวกับเครื่องมือทางด้านประมงและก็เรื่องของน้ำ อาจารย์คณะนี้จะมีสไตล์ลุยๆ เป็นเอกลักษณ์เลย ปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่เน้นแค่ทฤษฎีที่เราต้องตั้งใจเรียน เพราะมันจะมีพวกชื่อต่างๆ ที่ต้องท่องจำเยอะ ผมก็จะต้องเข้าเรียนให้ครบทุกคาบ คอยเลกเชอร์ในส่วนที่อาจารย์เน้น แล้วก็ต้องกลับมาอ่านอีกที มีออกไปเรียนข้างนอกบ้าง อย่างเคยไปฟาร์มปลาสวยงามที่ราชบุรี เพื่อไปเรียนรู้พันธุ์ปลาหลายชนิด ซึ่งการออกนอกสถานที่ก็ทำให้เราได้ความรู้เพิ่มเติมในสิ่งที่ในห้องเรียน ไม่มีสอน

ทอย-ฐิติกร เดือนหน้าใสสไตล์เด็กประมง ม.เกษตรศาสตร์

ถึงเวลาเลือกภาควิชาที่เราสนใจที่สุด

ผม เลือกสาขาการจัดการประมง เพราะอยากเป็นนักขาย ซึ่งสาขาของผมจะมีสโลแกนว่า “ไม่มีใครที่เราไม่รู้จัก” คือเราต้องคุยได้กับทุกคน ในภาคเขาก็จะเน้นให้เราออกไปพรีเซ้นท์หน้าห้องบ่อยๆ ฝึกพูดแบบมีหลักการ ถ้าให้นิยามความเป็นสาขาผมน่าจะเป็น “พูดให้เป็น ขายให้ได้” คือเราต้องพูดเก่ง พูดให้เป็น ให้ใจกับลูกค้า อย่างพ่อผมก็เคยเป็นเซลล์ขายอาหารทะเลมาก่อน เขาจะสอนตลอดว่า “อย่ามองลูกค้าเป็นลูกค้า แต่ให้มองลูกค้าเป็นเพื่อน” อย่างถ้าเป็นเซลล์ขายอาหารกุ้ง ลูกค้าซื้อไปแล้วเขาเลี้ยงไม่ดี เขาจะไม่ซื้อของเราอีก แต่ถ้าเขาซื้อไปแล้วเราไปช่วยดูแลให้ความรู้ทางวิชาการกับเขาจนเขาเลี้ยงได้ เขาก็จะกลับซื้อเราอีกแน่นอน

ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปจากการเข้ามาสู่ชีวิตนิสิตประมง

พอ เข้ามหาวิทยาลัย ชีวิตก็เปลี่ยนไปเยอะ จากเมื่อก่อนที่การเรียนอาจจะไม่กดดันมาก แต่พอโตขึ้น เราก็ต้องตั้งใจเรียนและรับผิดชอบตัวเองให้มาก แล้วทำให้เราได้ประสบการณ์ชีวิตมากขึ้น อย่างเมื่อก่อนผมไปที่ฟาร์มกุ้งของพ่อ ผมก็จะเข้าไปศึกษาดูวิธีการทำงานของเขา แล้วก็ถ่ายรูปเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ มา พอได้มาเรียน เอารูปที่ถ่ายมาเทียบ เราก็ได้รู้ว่าเครื่องมืออันนี้มันใช้ประโยชน์ยังไงบ้าง

ทอย-ฐิติกร เดือนหน้าใสสไตล์เด็กประมง ม.เกษตรศาสตร์

เลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลา อินเทรนด์สุดๆ ของชาวแก๊งค์

ก่อน ที่ผมจะเข้ามา ผมก็คิดว่า สาวๆ คณะนี้ก็คงจะเถื่อนๆ ถึกๆ ดำๆ นะ (หัวเราะ) แต่พอเข้ามาจริงๆ ก็ไม่ได้ขนาดนั้น แต่ภาพรวม คือ เด็กคณะประมงจะเป็นสไตล์ลุยๆ สบายๆ กินง่ายอยู่ง่าย ใช้ชีวิตไม่ฟุ่มเฟือย แล้วก็ส่วนใหญ่จะเป็นคนใต้ด้วย อย่างกลุ่มเพื่อนที่สนิทของผมจะเป็นกลุ่มใหญ่ประมาณ 15 คน เป็นผู้ชายหมด แบบไปไหนไปกัน ก็มีเทรนด์แบบเลี้ยงปลาเลี้ยงกุ้งไว้ศึกษา หรือไม่บางทีก็จะขายอาหารกุ้งเป็นจ็อบเสริมกันเลย  ส่วนผมก็มีเลี้ยงปลาคาร์ฟ เพราะมันสีสวยดี เมื่อก่อนเคยเลี้ยงอยู่ 12 ตัว แล้วน้ำท่วมหายหมด (หัวเราะ) ตอนนี้ก็ซื้อมาอีก 8 ตัว มันเลี้ยงง่ายนะ ข้อเสียคือแพงแค่นั้น ส่วนคำพูดติดปากที่พวกเราได้ยินจากคนอื่นจะเป็นคำว่า “คณะไกลจัง” เพราะคณะเราอยู่ห่างจากคณะอื่นๆ ในเกษตรฯ มาก

ความเจ๋งของคณะประมงที่ทำให้น้องๆ อยากเข้ามาเรียน

คน ส่วนใหญ่จะคิดว่าคณะประมงต้องเกี่ยวกับการจับปลาตกปลาอย่างเดียว จริงๆ มันมีอะไรมากกว่านั้น อย่างถ้าเรียนภาคโปรดักซ์ ก็จบไปทำงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ได้ เรียนภาควิทยาศาสตร์ทางทะเล ก็ไปออกเรืออนุรักษ์ทะเลได้ เรียนภาคเพาะเลี้ยงก็สามารถทำฟาร์มเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลาได้ ก็อยากให้น้องๆ มาลองเรียนรู้กันดู

ตามดูคอลัมน์ about campus ได้ที่นิตยสาร Campus Star No.38

www.facebook.com/campusstars