6 เรื่องจริงของความรัก แข็งแรงหรือสั่นคลอน

Home / ความรัก / 6 เรื่องจริงของความรัก แข็งแรงหรือสั่นคลอน

วันนี้ขอทำร้ายจิตใจคนโสด ด้วยการเอาใจคนมีคู่ ด้วยการวัดกันจะๆ กับ 6 เรื่องจริงของความรัก แข็งแรงหรือสั่นคลอน กันแน่ในตอนนี้ หลังจากที่เราได้คบกับคนรักมาซักระยะนึงแล้ว เชือ่ว่าเพื่อนๆ จะสามารถรู้ได้เลยว่า ปฎิกิริยา หรือ พฤติกรรมที่เขาแสดงออกมากับเรานั้นเป็นอย่างไร ถ้าพร้อมแล้ว งั้นเรามาวิเคราะห์แต่ละข้อกันเลยค่ะ

large (8)

 6 เรื่องจริงของความรัก แข็งแรงหรือสั่นคลอน

1. การให้โดยไม่หวังผลตอบแทน vs. การหวังผลจากทุกสิ่ง

ในความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แข็งแรง คุณและเขาจะให้ซึ่งกันและกันโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ เป็นการให้อย่างอิสระ ให้ด้วยความรัก ในขณะที่ความสัมพันธ์ที่สั่นคลอน คุณจะให้เพื่อที่จะหวังผลตอบแทนบางอย่างกลับมา นอกจากนี้ ความเชื่อใจกันยังเป็นแรงผลักดันหลักที่ทำให้คุณทั้งคู่ยังคงอยู่ด้วยกันในความสัมพันธ์ที่แข็งแรง คุณจะคอยเป็นแรงสนับสนุนให้อีกฝ่ายอยู่เสมอไม่ว่าจะดีหรือจะร้ายโดยไม่มีผลประโยชน์ใดๆแอบแฝง ถ้ามันเป็นความรักจริง คุณทั้งคู่ก็พร้อมที่จะเอ่ยต่อกันว่า “ฉันยังอยู่ตรงนี้เคียงข้าง คอยช่วยเหลือเธอเสมอนะ” และคุณก็จะเชื่อใจอีกฝ่ายอย่างไม่มีข้อสงสัยใดๆ คุณจะผ่อนคลายและไม่กังวลใดๆเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคุณ เพราะคุณรู้เสมอว่าคู่ของคุณจะไม่มีวันหักหลังและทำให้คุณเสียใจ ในทางกลับกัน ความสัมพันธ์ที่สั่นคลอนมักจะให้โดยหวังผลตอบแทนจากสิ่งที่พวกเขาได้ลงทุนลงแรงไปเสียส่วนใหญ่ ทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ โดยเมื่อให้อะไรก็มักจะหวังว่าผลประโยชน์นั้นจะย้อนกลับมาหาในเร็ววัน

2. การยอมรับในสิ่งที่คุณเป็น vs. ความต้องการให้คุณเปลี่ยนแปลง

ความสัมพันธ์ที่แข็งแรงนั่นหมายถึงคุณและคู่จะยอมรับซึ่งกันและกัน ด้วยใจทั้งใจ และมันจะใช้แรงกายแรงใจอย่างมากในการล่วงรู้ถึงตัวตนจริงๆของคนหนึ่งคนเพื่อที่จะได้รักคนๆหนึ่งในทุกๆสิ่งที่เขาเป็น ขณะที่ความสัมพันธ์ที่สั่นคลอนคอยแต่จะพยายามเปลี่ยนแปลงอีกฝ่าย และต้องการให้อีกฝ่ายทำตามสิ่งที่ตนต้องการ ซึ่งนี่คือความสัมพันธ์ที่จุดประสงค์หลักของมันคือการเข้าควบคุมและบงการเพื่อให้ฝ่ายตัวเองพอใจแต่เพียงฝ่ายเดียว

3. การกระทำจากความต้องการจริงๆ vs. ทำเพราะเขากดดันให้ทำ

ในความสัมพันธ์ที่สั่นคลอน ผู้ที่อยู่ในความสัมพันธ์จะใช้วิธีทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดเพื่อที่จะได้ในสิ่งที่ตนต้องการ ทำให้คุณเองก็ไม่ได้อยากทำเพราะคุณอยากจะทำให้เขาจริงๆ แต่คุณก็ยังทำให้เขา เพราะคุณรู้สึกว่ามัน “จำเป็นต้องทำ” ในความสัมพันธ์ที่แข็งแรง คุณให้เพราะคุณอยากจะเอาใจใส่ในความต้องการของอีกฝ่ายจริงๆและทำให้เขาพอใจด้วยความอยากทำที่เกิดจากตัวคุณเอง

large (81)
6 เรื่องจริงของความรัก แข็งแรงหรือสั่นคลอน

4. การต้องเปิดเผยทุกสิ่ง vs. การปกป้องและเคารพความเป็นส่วนตัว

ในความสัมพันธ์ที่แข็งแรง คุณจะก้าวมาข้างหน้าเพื่อปกป้องจุดอ่อนของคู่ของคุณ คุณจะดูแลจุดอ่อนและความลับของเขาเหมือนว่ามันเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ก้าวล้ำเข้าไปยุ่งและไม่เอาไปบอกแก่ใคร ณ จุดนี้ การเคารพในความลับของแต่ละฝ่ายจึงถูกสร้างขึ้นในความสัมพันธ์เพื่อที่จะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ของคุณมั่นคงแข็งแรง โดยคุณจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของคู่คุณต่อใครๆไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ในครอบครัวหรือเป็นเพื่อนสนิทมากๆก็ตาม สิ่งใดที่รู้กันแค่คู่ของคุณก็จะอยู่กับคุณแค่เพียงสองคน เหยียบให้มิดเหมือนเป็นเอกสารลับสุดยอดของทางราชการ ถ้าคุณทำเช่นนี้ก็หมายความว่าคุณทั้งคู่ให้คุณค่ากับความสัมพันธ์และพยายามรักษาสิ่งดีๆที่มีด้วยกันไว้ไม่ให้มันล้มลงไป ในรักที่สั่นคลอน คุณกลับเอาเรื่องด้อยของคู่คุณไปล้อเลียน แถมยังเอาไปแชร์ป่าวประกาศให้คนรอบข้างได้รับรู้

5. การแก้แค้นประชดประชัน vs. การช่วยกันซ่อมแซมความสัมพันธ์

คุณรู้ไหมว่าการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างคู่รักนี่ล่ะคือสิ่งที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของคุณทั้งคู่ยั่งยืน? ได้ยังไงล่ะ? ก็เพราะการทะเลาะกันจะทำให้คุณทั้งสองรู้จักซึ่งกันและกันได้ลึกซึ้งขึ้น คุณจะเรียนรู้ในสิ่งที่ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าจะดูแลและตอบสนองความต้องการของคู่คุณได้อย่างไร แทนที่จะใช้การทะเลาะกันเป็นเชื้อไฟในการลอบกัดหรือทำร้ายคนที่คุณรักในอนาคต เมื่อคุณรู้จักตัวตนของคู่คุณมากขึ้น คุณก็จะรู้วิธีการซ่อมแซมความสัมพันธ์และพัฒนามันให้ดียิ่งๆขึ้น ต่างจากความสัมพันธ์ที่สั่นคลอนที่จะมีแต่การทะเลาะเบาะแว้งและจ้องจะแก้แค้นซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดการปฏิเสธซึ่งกันและกัน การโบ้ยความผิด หรือแม้แต่การกดขี่ใช้ความรุนแรง!

6. การเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง vs. การมีความฝันร่วมกัน

รักแท้จะเปลี่ยนให้คนสองคนรวมเป็นหนึ่งเดียว โดยระหว่างการสร้างความสัมพันธ์ พวกเขาก็จะค่อยๆสร้างฝันในอนาคตร่วมกัน สิ่งนี้ก็จะทำให้เกิดการสร้างเป้าหมายชีวิตที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันไปโดยธรรมชาติ ซึ่งเป้าหมายนี้ก็มีไว้เพื่อความอยู่ดีมีสุขของฝ่ายตรงข้าม ส่วนความสัมพันธ์ที่สั่นคลอน ในทางกลับกัน จะพยายามขอให้คุณละทิ้งความฝันของคุณเพื่อที่ว่าทั้งสองจะได้อยู่ด้วยกัน ความสัมพันธ์แบบนี้ไม่ได้เป็นการให้ซึ่งกันและกัน หากแต่เป็นการ “ขโมย” ซึ่งกันและกันมากกว่า

ข้อมูล kiitdoolifehack