Cupid Happy valentine's Day Phyche กามเทพ คิวปิด คู่รักในตำนาน ตำนาน ตำนานคิวปิด ตำนานรัก ตํานานกรีก โรมัน ภารกิจพิสูจน์รักแท้ วันวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก เทพเจ้าแห่งความรัก ไซคี

ตำนานรัก ‘คิวปิด’ เทพเจ้าแห่งความรัก กับสาวงาม ‘ไซคี’

Home / ความรัก / ตำนานรัก ‘คิวปิด’ เทพเจ้าแห่งความรัก กับสาวงาม ‘ไซคี’

วันวาเลนไทน์นี้ มาติดตามตำนานของเทพเจ้าแห่งความรัก ‘คิวปิด Cupid’ กับ สาวงาม ‘ไซคี Phyche’ กันค่ะ พอเอ่ยถึงชื่อของ เทพคิวปิด หลายคนมักจะติดภาพของเด็กน้อยตัวเล็ก ผิวขาว มีปีกน้อยๆ พร้อมกับธนูและศรกามเทพข้างกาย แต่เวอร์ชั่นตำนานนี้ เป็นตอนที่คิวปิดโตเป็นหนุ่มหล่อแล้ว เกริ่นมาแบบนี้เริ่มน่าสนใจแล้วใช่ไหมคะ ถ้าพร้อมแล้วมาติดตามตำนานเรื่องนี้พร้อมๆ กันเลย

ตำนานรัก ‘คิวปิด’ กับ ‘ไซคี’

ประวัติ คิวปิด Cupid

ในเทพปกรณัมคลาสสิก คิวปิด เป็นเทพแห่งความปรารถนา ความรัก โดยพระองค์เป็นพระโอรสของเทพีวีนัส เทพีแห่งความงาม และมีธนูกับลูกศรกามเทพ ซึ่งเป็นตัวแทนของบ่อเกิดอำนาจของพระองค์ มนุษย์หรือกระทั่งพระเจ้าที่ถูกยิงด้วยลูกศรกามเทพของคิวปิดจะเปี่ยมด้วยความปรารถนาซึ่งควบคุมไม่ได้

ประวัติ ไซคี Phyche

ชื่อของ “ไซคี” นั้นมีความหมายถึง “วิญญาณ” หรือ “ลมหายใจแห่งชีวิต” เธอเป็นมนุษย์หญิงสาวที่รูปโฉมงดงาม งามจนมีคนมากมายเดินทางมาเพื่อชมความงามของเธอ จนเทพีวีนัสเกิดความพอใจอย่างมาก

จุดเริ่มต้นของตำนานความรัก
คิวปิด & ไซคี

ด้วยความงามของไซคีนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราว ที่ทำให้เทพีวีนัส เทพีแห่งความงามไม่พอใจ เพราะผู้คนหันไปหลงไปชมความงามของไซคี จนลืมบูชาเทพีวีนัส จนเธอต้องวางแผนร้ายให้ลูกชาย คิวปิด ไปยิงศรกามเทพใส่นางไซคี ให้พบรักกับชายอัปลักษณ์

เมื่อคิวปิดเดินทางไปถึง นางไซคีกำลังหลับอยู่บนที่นอน ในความมืดคิวปิดได้นำศรไปแตะนางไซคี ทำให้เธอตื่นลืมตาขึ้นมา ทันใดนั้น คิวปิดก็พบว่านางช่างงามเหลือเกิน จนทำให้คิวปิดหลงใหลในความงามนี้ของเธอเช่นกัน จนเผลอเอาศรโดนตัวเอง นั้นจึงทำให้ทั้งคู่หลงรักกัน

เวลาผ่านไปพี่สาวของไซคีก็ค่อยๆ ทยอยแต่งงานออกไป จนเหลือเธอที่ไม่มีใครกล้ามาขอแต่งงานสักที ทำให้ครอบครัวไปปรึกษาหมอดู และพบว่าเนื้อคู่ของไซคีไม่ใช่มนุษย์ ครอบครัวเลยพาไซคีไปปล่อยไว้บนเขา

ที่เขานั้นเซเฟอร์ เจ้าแห่งสายลม ได้พัดพาเธอไปยังหุบเขาเบื้องล่าง ที่นั้นเธอพบกับสถานที่ที่สวยงาม พร้อมกับได้ยินเสียงปริศนาพูดกับเธอว่า “ยินดีต้อนรับสู่วิมาน ทุกอย่างที่เจ้าเห็น จะเป็นสมบัติของเจ้า เจ้าต้องการสิ่งใดจะได้สมปราถนา” โดยที่ไม่เห็นตัวเจ้าของเสียงนั้น ซึ่งเจ้าของเสียงก็คือ คิวปิค ที่ไม่ต้องการให้เทพีวีนัสล่วงรู้ ตั้งแต่นั้นมาไซคีอยู่ที่วิมานนั้นอย่างมีความสุข โดยมีคิวปิดมาหาเธอทุกคืน โดยไม่ให้เห็นหน้า และรุ่งเช้าก็หายไป

เมื่อเวลาผ่านไปไซคีขอร้องเจ้าของเสียงลึกลับ ให้พาพี่สาวมาเยี่ยมเธอ คิวปิดก็ทำตามคำขอร้อง พาพี่สาวทั้งสองคนมาให้ เมื่อพี่สาวมาถึงเห็นว่าน้องสาวอยู่สุขสบาย ในวิมานที่สวยหรู ก็เกิดความอิจฉา ออกอุบายยุแยงให้น้องสาว ลองนำไฟไปส่องดูหน้าว่าเป็นปีศาจร้ายหรือไม่ เพราะถ้าไม่ใช่ปีศาจร้ายทำไมถึงไม่ปรากฏหน้าตาให้เห็น และถ้าใช่ก็นำมีดแทงปีศาจร้ายซะ

หลังจากพี่สาวของนางกลับไป นางเริ่มลังเลถึงคำพูดของพี่สาว กลางดึกคืนนั้นเจ้าของเสียงลึกลับก็มาเช่นเดิม ไซคีรอเวลาให้เขาหลับสนิท แล้วนางจึงจุดตะเกียงน้ำมันถือมาส่องดูหน้าชายลึกลับด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างเธอถือมีดไว้ป้องกันตัว เมื่อส่องดูปรากฎว่าเป็น คิวปิด หนุ่มรูปงาม

ด้วยเหตุจึงทำให้นางไซคีตะลึง และเผลอทำน้ำมันร้อนในตะเกียงหยดถูกหัวไหล่คิวปิด คิวปิดตื่นขึ้นมาเสียใจมาก จึงได้กล่าว่า “ความรักมิอาจอยู่ร่วมกับความหวาดระแวง” แล้วก็บินจากไปอย่างเศร้าสร้อย

ไซคีเสียใจกับการกระทำของเธอในครั้งนี้ นางร้องไห้หนักมาก จนสลับไป เมื่อนางตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนั้นกลับมาอยู่บนเขาลูกเดิม นางตัดสินใจออกตามหาเพื่อพบกับคิวปิดอีกครั้ง กระทั่งนางได้รับคำแนะนำให้ไปบูชาเทพีวีนัส เพราะเป็นมารดาของคิวปิด

แน่นอนว่าเทพีวีนัส ไม่พอใจไซคี เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แถมยังอยากเจอลูกชายคิวปิดของนางอีก วีนัสจึงสั่งให้ไซคีไปทำภารกิจสามอย่างให้สำเร็จ เธอถึงจะมอบสิ่งที่ขอให้ ซึ่งภารกิจที่วีนัสให้กับไซคีนั้นเป็นภารกิจที่ไม่มีทางที่มนุษย์ธรรมดาจะทำได้สำเร็จ

ภารกิจพิสูจน์รักแท้

ภารกิจแรก คือ ไซคีต้องแยกเมล็ดพืชที่ปนกันอยู่หลายชนิดกองใหญ่ออกจากกันภายในคืนเดียว ไซคีพยายามทำอย่างสุดความสามารถ เมื่อเวลาใกล้จะหมดลงไซคีเริ่มรู้สึกหมดหวัง แต่ในขณะนั้นเองฝูงมดรู้สึกสงสารเธอจึงมาช่วยไซคีแยกกองเมล็ดพืชออกจากกันได้สำเร็จ ด่านทดสอบแรกจึงผ่านไป

ภารกิจที่สอง คือ การนำขนแกะทองคำมามอบให้วีนัส ซึ่งแกะทองคำตัวนี้เป็นที่ร่ำลือกันว่ามันมักจะขวิดนักเดินทางจนไส้แตก แต่เทพแห่งแม่น้ำมาช่วยแนะนำวิธีเก็บขนแกะได้อย่างปลอดภัย โดยการเก็บขนแกะทองคำที่ติดอยู่ตามไม้หนามต่างๆ ที่แกะทองคำเดินผ่าน เธอจึงทำได้สำเร็จ

ภารกิจสุดท้าย ไซคีต้องเดินทางไปยังยมโลกเพื่อเกลี้ยกล่อมเทพีโพรเซอร์พินา เทพีแห่งความตาย เพื่อให้แบ่งความงามของนางหนึ่งหยดและใส่กล่องมาให้วีนัส อีกครั้งที่เสียงที่มองไม่เห็นได้มาช่วยไซคี เสียงนั้นบอกกับไซคีว่า ให้นำเค้กข้าวบาร์เล่ย์ติดตัวไปเพื่อให้เซอเบอร์รัสสุนัขเฝ้าประตูยมโลก และให้พกเหรียญติดตัวไปเพื่อมอบให้แก่คนแจวเรือ ชื่อชารอน พาข้ามแม่น้ำสติกซ์  เป็นแม่น้ำในเทพปกรณัมกรีกซึ่งเป็นแนวแบ่งเขตระหว่างพิภพกับโลกบาดาล ไซคีจึงสามารถทำภารกิจสุดท้ายได้สำเร็จ และกลับมายังดินแดงของคนเป็น เมื่อเธอมาถึงหน้าพระราชวังของวีนัส เธอก็เปิดกล่องที่ใส่ความงามของโพรเซอร์พินา ซึ่งเธอหวังว่าจะเก็บไว้เองบางส่วน เพื่อคิวปิดจะได้เห็นความงามของเธอเพิ่มขึ้น แต่ในกล่องที่เธอเปิดขึ้นมากลับไม่ใช่ความงามแต่เต็มไปด้วยสิ่งที่ทำให้หลับใหล ไซคีจึงหมดสติและหลับลงตรงหน้าพระราชวัง

คิวปิดซึ่งได้ไปรักษาแผลของตนจนหายดีแล้วได้บินกลับมาหาเจ้าสาวของเขาที่กำลังอยู่ในห้วงนิทรา เขากล่าวกลับเธอว่า เขาทำผิดและเป็นคนโง่เขลาเอง ความกล้าหาญของไซคีในการเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่รู้จักได้พิสูจน์ว่าเธอนั้นไม่ได้เพียงแค่มีความรักที่เท่าเทียบกับเขาแต่อาจจะมากกว่าเสียอีก คิวปิดจึงนำแอมโบรโตส (Ambrotos) น้ำอมฤตของเทพเจ้า ซึ่งทำให้ไซคีฟื้นขึ้นมาและเป็นอมตะ รวมถึงไซคีได้กลายเป็นเทพองค์หนึ่งด้วย ทั้งคู่ครองรักกัน หลังจากนั้นไม่นานไซคีก็ได้ให้กำเนิดบุตรสาวที่ทั้งคู่ตั้งชื่อให้เธอว่า เพลเชอร์ หรือความสุข นั้นเอง

ที่มาข้อมูลและภาพ wikipediaweheartit, thoughtco