3 เทคนิคเพิ่มความสูงเด็กในช่วงปิดเทอม จาก Tallsters

Home / วัยรุ่นอินเทรนด์ / 3 เทคนิคเพิ่มความสูงเด็กในช่วงปิดเทอม จาก Tallsters

ความเชื่อที่ว่าอายุเกิน 21 ร่างกายจะหยุดสูง หรือ กรรมพันธุ์พ่อแม่เตี้ยลูกก็เตี้ยตาม ความคิดแบบนี้เมื่อ 60 ปีก่อนอาจจะเป็นเรื่องจริง แต่ด้วยวิวัฒนาการด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์สมัยใหม่สามารถทำลายความเชื่อแบบนั้นได้ เมื่อสามารถเพิ่มความสูงได้มากถึง 5 เซนติเมตร นับเป็นเรื่องดีต่อใจสำหรับคนเตี้ยที่อยากสูง หรือคนที่อยากสูงแต่อายุอยู่ในช่วงวัย 30 แล้ว

3 เทคนิคเพิ่มความสูงเด็กในช่วงปิดเทอม
จาก Tallsters

ดร.บัณลักข ถิระมงคล หรือ “หมอหญิง High Expert” ผู้อำนวยการคลินิกดีสปายน์ และสถาบันเพิ่มความสูง Tallsters บอกว่า ความสูงของคนถือว่าเป็นมิติหนึ่งของการเจริญเติบโต โดยทั่วไปแล้วการที่คนเราจะสูงได้แค่ไหนนั้น มีปัจจัยหลักๆอยู่ 4 อย่างด้วยกันคือ ปัจจัยแรกเป็นเรื่องของพันธุกรรม เช่น พ่อแม่สูง 160 ลูกก็มีโอกาสสูง 160 เซนติเมตรได้ หรือพูดได้ว่าถ้าพ่อแม่เตี้ยลูกก็จะเตี้ย หากพ่อแม่สูงลูกก็มีแนวโน้มที่จะสูง ส่วนปัจจัยที่สองคือเรื่องของโภชนาการ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของโปรตีนและแคลเซียม รวมทั้งอาหารกลุ่มอื่นๆ เช่น อาหารที่ให้พลังงาน วิตามินและเกลือแร่ก็มีความสำคัญเช่นกัน ส่วนปัจจัยที่สามคือเรื่องของการออกกำลังกายที่จะช่วยทำให้กระดูกมีการเจริญเติบโตเป็นไปตามปกติ และปัจจัยสุดท้ายคือเรื่องของความเจ็บป่วยต่างๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อความสูง เช่นเด็กที่ป่วยเป็นโรคขาดสารอาหารถือเป็นความเจ็บป่วยชนิดหนึ่งที่ทำให้เด็กเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ในด้านน้ำหนักและความสูง นอกจากนี้ยังมีเรื่องของโรคทางพันธุกรรมบางอย่างของกระดูก หรือ โรคต่อมไร้ท่อ เช่น เนื้องอกของต่อมใต้สมอง ถ้าขาดฮอร์โมนของการเจริญเติบโตจะทำให้เด็กแคระแกร็นได้

ดร.บัณลักข ระบุว่า ในสังคมตั้งคำถามมากมายว่าอายุเท่าไหร่ร่างกายถึงจะหยุดสูง ถ้าจะบอกว่าร่างกายไม่จำกัดอายุในการเจริญเติบโตด้านความสูงก็อาจจะฟังดูโอเว่อร์ แต่จะประมวลคร่าวๆ ได้ว่า หากเด็กอายุตั้งแต่ 12-13 ปีได้รับการปรับโครงสร้างร่างกายและเข้าโปรแกรมเพิ่มความสูงจะสามารถสูงเพิ่มได้มากถึงปีละ 10-12 เซนติเมตร ส่วนเด็กวันรุ่นอายุตั้งแต่ 20-30 ปี หากเริ่มโปรแกรมเพิ่มความสูงสามารถเพิ่มได้อีกปีละ 5-7 เซนติเมตร และวัย 30-40 ปี สามารถเพิ่มและพัฒนาความสูงได้มากถึง 3-5 เซนติเมตรเลยทีเดียว

สถาบันเพิ่มความสูง Tallsters แนะเทคนิคการเพิ่มความสูง โดยอาศัยเทคนิคดังต่อไปนี้

1.การกระตุ้นโกรทฮอร์โมนด้วยเทคนิคการออกกำลังกายที่ถูกวิธี เพราะถ้าไม่ถูกวิธีจะกลายเป็นการออกกำลังกายแทนการเพิ่มความสูง ซึ่งสามารถทำได้โดยการกระโดด เช่น กระโดดแทรมโพลีน ซึ่งจะมีด้วยกัน 4 ท่า

กระโดดแทรมโพลีน

โดยเริ่มจากท่าแรกคือ Side kick คือการกระโดดด้วยขาข้างเดียวและเตะขาไปทางด้านข้างซ้ายขวา อย่างน้อย 3 เซ็ทๆ ละ 10 ครั้ง

ส่วนท่าที่สอง Front Kick คือการสะบัดเตะขาไปทางด้านหน้า เพื่อจะได้มีการสะบัดบริเวณข้อต่อเข่า ข้อต่อเท้า และเบ้าสะโพก เพื่อช่วยทำให้ขายืดยาวมากขึ้น ทำสลับซ้ายขวา อย่างน้อย 3 เซ็ทๆ ละ 10 ครั้ง

ส่วนท่าที่สามคือท่า High Knee เป็นท่าการวิ่งและยกเข่าด้านหน้าขึ้นสูง เพื่อจะทำให้การทรงตัวและช่วยทำให้ข้อต่อกระดูกบริเวณสะโพกและเข่าได้ขยับ ได้มีพื้นที่ให้กระดูกได้ยืดและขยายเพิ่มมากขึ้น วิธีการทำโดยการกระโดดและยกขาขึ้นงอให้หัวเข่าอยู่ขนานกับลำตัวช่วงเอว ทำสลับซ้ายขวา อย่างน้อย 3 เซ็ทๆละ 10 ครั้ง

และท่าที่สี่คือท่า Scissor Kick คือการกระโดดโดยเตะขาสลับขากรรไกร เพื่อกระตุ้นให้ข้อต่อของเท้าและสะโพกได้ขยายตัว ทำสลับกัน 3 เซ็ทๆ ละ 10 ครั้ง

2. ควบคุมอาหารหรือลดอาหารที่ส่งผลต่อความหนาแน่นของกระดูก เช่น การดื่มกาแฟ เนื่องจากคาเฟอีนในกาแฟนจะทำให้เพิ่มความเป็นกรดในเลือด ร่างกายจึงต้องดึงแคลเซียมจากกระดูกสันหลังออกมาเพื่อรักษาความเป็นด่างอ่อนๆในร่างกาย ทำให้ร่างกายขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ นอกจากนี้น้ำอัดลมก็มีโอกาสทำให้ผู้ที่ดื่มเกิดกระดูกพรุนได้มากกว่าผู้ที่ไม่ดื่มได้ 3-4 เท่า สำหรับอาหารที่แนะนำเลยคือ แคลเซียมที่เป็นผลดีต่อกระดูกและฟัน เช่น นม โยเกิร์ต เนยแข็ง แต่แนะนำให้เป็นนมพร่องมันเนยจะปลอดภัยกว่า นอกจากนี้อาหารพื้นบ้านอย่าง ปลากรอบ กุ้งแห้ง กะปิ ผักใบเขียว เต้าหู้แผ่น และถั่วเหลือง ล้วนเป็นอาหารที่มีแคลเซียมสูงเช่นกัน โดยเฉพาะถั่วเหลืองนอกจากจะชะลอความเสื่อมของกระดูกแล้วยังลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมอีกด้วย

3.เตรียมตัวต้อนรับโกรทฮอร์โมนด้วยการ เข้านอนตั้งแต่ 2 ทุ่ม ปิดไฟ ปิดม่าน ปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด แล้วเข้านอน เพราะในช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมนออกมา

ถ้าหากในช่วงปิดเทอมน้องๆ สามารถทำได้ครบทุกข้อและปฏิบัติตามอย่างถูกต้องและถูกวิธี เชื่อว่าน้องๆ จะสามารถเพิ่มความสูงได้ถึง 1-5 เซนติเมตรเลยทีเดียว ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับความตั้งใจของแต่ละคน

และถ้าหากใครอยากได้ความรู้และเทคนิคเพิ่มเติม สามารถเข้ารับฟังข้อมูลในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 45 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 15 (Bangkok International Book Fair 2017) ในวันที่ 3 เมษายน 2560 เวลา 15.00 น. ณ เวทีกลาง ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติต์  โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tallsters.com