พาชมร.ร.อนุบาลญี่ปุ่น ไม่แปลกใจ! ทำไมญี่ปุ่นพัฒนาอันดับต้นของโลก

Home / การศึกษา / พาชมร.ร.อนุบาลญี่ปุ่น ไม่แปลกใจ! ทำไมญี่ปุ่นพัฒนาอันดับต้นของโลก

ไม่แปลกใจจริงๆ ที่ประเทศญี่ปุ่นจะก้าวขึ้นมาเป็นประเทศพัฒนาอันดับต้นๆ ของโลกในหลายๆ ด้าน เช่นเศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง รวมถึงเรื่องของ “การศึกษา” โครงการประเมินผลการศึกษานานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นโดยโออีซีดี จัดอันดับให้เด็กญี่ปุ่นมีความรู้และทักษะเป็นอันดับ 6 ของโลกเลยทีเดียว .. วันนี้ทีนเอ็มไทยจะพาชมโรงเรียนอนุบาลของประเทศญี่ปุ่น แล้วเพื่อนๆ จะไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมญี่ปุ่นพัฒนาอันดับต้นของโลก นั้นก็เพราะเขาคิดว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กๆ ปลูกฝังตั้งแต่เล็กๆ ซึ่งจะโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไปนั่นเอง .. พาชมร.ร.อนุบาลญี่ปุ่น ไม่แปลกใจ! ทำไมญี่ปุ่นพัฒนาอันดับต้นของโลก

พาชมร.ร.อนุบาลญี่ปุ่น ไม่แปลกใจ! ทำไมญี่ปุ่นพัฒนาอันดับต้นของโลก

พาชมร.ร.อนุบาลญี่ปุ่น ไม่แปลกใจ! ทำไมญี่ปุ่นพัฒนาอันดับต้นของโลก

ระบบการศึกษาในระดับประถม มัธยม และอุดมศึกษาถูกนำมาใช้ตั้งแต่ พ.ศ. 2451 ซึ่งเป็นผลจากการปฏิรูปเมจิ ตั้งแต่ พ.ศ. 2490 การศึกษาภาคบังคับของญี่ปุ่นมีระยะเวลา 9 ปี ตั้งแต่ประถมศึกษาจนจบมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเกือบทั้งหมดจะเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายต่อ จากข้อมูลของกระทรวงการศึกษาของญี่ปุ่น (MEXT) ใน พ.ศ. 2547 พบว่าร้อยละ 75.9 ของผู้จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจะเรียนต่อในมหาวิทยาลัย วิทยาลัย หรือสถาบันอุดมศึกษาอื่น ๆ

การศึกษาในญี่ปุ่นเต็มไปด้วยการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสอบเข้าเพื่อเรียนต่อในมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่น เช่น มหาวิทยาลัยโตเกียว มหาวิทยาลัยเคโอ และ มหาวิทยาลัยเคียวโตะ เป็นต้

เรื่องที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ ดูกันในวันนี้เป็นเรื่องของ คุณกล้วยหอมรสนม ตั้งกระทู้ในพันทิป แบ่งปันเรื่องราวของการศึกษาญี่ปุ่น .. ลูกชายคนโตได้เข้าโรงเรียนชั้นอนุบาลแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ซึ่งเขามีโอกาสได้เห็น “ชีวิตเด็กอนุบาลในโรงเรียนอนุบาล” หลายๆ อย่างทำให้เข้าใจเลยว่า การปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆนั้นมีความสำคัญมากๆ จึงไม่แปลกใจที่เด็กญี่ปุ่นจะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ(ส่วนใหญ่ ที่แย่ๆก็มีบ้างตามธรรมดาของโลก)

โดยในเนื้อหานั้นจะแบ่งออกได้หลายเรื่องด้วยกัน คือ เรื่องทั่วไปของโรงเรียนอนุบาล, จุดมุ่งหมายการเรียน, รถโรงเรียน, หนังสือเรียน, กีฬา(สี)อนุบาล, งานวันเกิดโรงเรียนอนุบาลญี่ปุ่น, งานแสดงผลงานเด็กอนุบาล ซึ่งแต่ละเรื่องนั้นได้ประโยชน์ ความรู้และความสนุกสนานไปในตัวด้วยคะ ^^

พาชมร.ร.อนุบาลญี่ปุ่น ไม่แปลกใจ! ทำไมญี่ปุ่นพัฒนาอันดับต้นของโลก

1. โรงเรียนอนุบาล จะมีสองแบบ : แบบอนุบาล คือแม่จะต้องไม่ทำงาน มีเวลารับ ให้เวลากิจกรรมโรงเรียนเต็มที่ กับแบบเนสเซอรี่ ที่จะเข้าได้แม่ต้องทำงาน สองแบบจะต่างกันที่เวลา อนุบาลเลิกเร็ว เนสเซอรี่ฝากได้ถึงเย็นบางที่ถึงมืด

2. ค่าเล่าเรียนจ่ายเป็นเดือน : คือเอาค่าเทอมทั้งหมดหารสิบสองเดือน โรงเรียนลูกชายจ่ายเดือนละ28000เยน แต่ละโรงเรียนต่างกันไป แต่คิดว่าน่าจะประมาณเดียวกัน

3. มีอาหารกลางวัน : แต่จะมีวันที่ผู้ปกครองต้องทำข้าวกล่องให้นำไปทานเอง ความบ่อยมากน้อยแล้วโรงเรียน (เป็นโชคดีที่โรงเรียนลูกชายให้ทำแค่ปีละครั้ง ไม่งั้นต้องเป็นลมครีเอทข้าวกล่องกันตั้งแต่ตีสี่เพื่อให้ได้ข้าวกล่องหน้าตาน่ารักอวดเพื่อนได้ >,<)

4. มีกิจกรรมให้ผู้ปกครองเข้าร่วมตลอด : แทบทุกเดือน มากน้อยต่างกันไปตามนโยบายโรงเรียน เช่น ชมผลงานเด็กๆ ร่วมงานกีฬาสี งานวันเกิดประจำเดือน

5. มีรถโรงเรียนรับส่ง : ถ้าบ้านใกล้มากๆจะมีคุณครูเดินไปรับไปส่ง

6. มีระบบโทรแจ้งข่าวด่วนจากโรงเรียน : เช่น ไต้ฝุ่นเข้าหยุดเรียน โดยส่งทางอีเมลล์ และให้ผู้ปกครองโทรแจ้งกันเป็นทอดๆตามตารางที่แจกให้

7. มีถ่ายรูปให้หลายๆ กิจกรรม และให้ผู้ปกครองเลือกซื้อรูปตามใจชอบ

8. ไม่ค่อยเน้นการเรียนอ่านเขียน เน้นเรื่องดนตรี การพัฒนาด้านร่างกายและจิตใจ

9. ในห้องเรียนต้องมีเปียโนห้องละตัว คุณครูอนุบาลเล่นเปียโนเป็นกันแทบทุกคน

พาชมร.ร.อนุบาลญี่ปุ่น ไม่แปลกใจ! ทำไมญี่ปุ่นพัฒนาอันดับต้นของโลก
(ซ้าย) ลูกชายคุณบี เจ้าของกระทู้ น่ารักมากๆ เลยคะ ^^ ปล.รูปประกอบต้องปิดหน้าเด็กคนอื่น เพราะที่ญี่ปุ่นถือเรื่องสิทธิส่วนบุคคลมาก จะเอารูปเด็กมาเผยแพร่สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้

“วันนี้เรียนอะไรมาครับ” แต่ก่อนบี (เจ้าของกระทู้) เคยถามลูกเวลากลับจากโรงเรียน

สิ่งที่ลูกตอบประจำคือ “เล่นรถไฟ เล่นดินทราย เล่นตัวต่อ เล่นน้ำ เล่น…”

อนุบาลที่นี่ส่วนใหญ่ไม่ได้เน้นว่าจะต้องอ่านออกเขียนได้ คิดเลขอะไรได้ เพราะสิ่งที่เค้าพยายามปลูกฝังเด็กนั้นมันสำคัญยิ่งกว่า คือการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคม การรู้จักหน้าที่ของตัวเอง ระเบียบวินัยต่างๆ รวมถึงการพัฒนาทางด้านอารมณ์และร่างกาย

ลองมาดู “จุดมุ่งหมายประจำเดือนมิถุนายน(หน้าฝนของญี่ปุ่น)” ของโรงเรียนที่ลูกชายบีเรียนอยู่ จะเข้าใจการเรียนรู้ที่สมวัยอนุบาล

  • อนุบาล3 รู้และเข้าใจในธรรมชาติหน้าฝน รู้จักปรับการละเล่นกับเพื่อนให้สนุกสนานในห้องเรียน(ฝนตกบ่อยคงไม่ได้ออกไปเล่นในสนาม)
  • อนุบาล2 รู้จักอดทนอดกลั้นในสิ่งที่ไม่เป็นตามที่คิด รู้จักการรักษาสุขอนามัยอย่างง่ายๆ
  • อนุบาล1 มีความคิดที่อยากจะแปรงฟัน อยากจะล้างมือด้วยตัวเอง มีความสนใจมีสมาธิในการฟังนิทานมากขึ้น

การให้เด็กมีอิสระในการเล่น การคิด การพูด โดยที่คุณครูคอยชี้นำทางที่ถูกต้อง ทำให้เด็กกล้าและมีความมั่นใจจะทำอะไรต่างๆด้วยตัวเอง ดูจากพัฒนาการของลูกชาย เค้ากระตื้อรือร้นที่จะทำทุกอย่างด้วยตัวเองและทำได้ดี มีความอ่อนน้อมโค้งคำนับอย่างนอบน้อม เวลาพาไปเล่นที่ห้างที่มีเด็กเยอะๆเค้ารู้จักขอและให้ จากแต่ก่อนที่เป็นเด็กเอาแต่ใจพูดไม่ฟัง ชอบงอแง ก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

ส่วนเรื่องวิชาการก็แล้วแต่โรงเรียนจะสอนอะไรมากน้อยแค่ไหน แต่ตั้งแต่ไปเรียนมาไม่เคยเห็นการบ้าน ไม่มีเคยได้ยินว่ามีสอบ ลูกไปโรงเรียนอย่างสนุกสนาน ตื่นเช้ามาก็จะบอกลูกว่า วันนี้ไปเล่นกับเพื่อนๆให้สนุกนะ

พาชมร.ร.อนุบาลญี่ปุ่น ไม่แปลกใจ! ทำไมญี่ปุ่นพัฒนาอันดับต้นของโลก

รถโรงเรียนอนุบาล

ส่วนใหญ่คนญี่ปุ่นจะให้ลูกเข้าโรงเรียนใกล้บ้าน เดินไปได้ก็จะเดินไปส่งเอง หรือให้เดินไปกับคุณครูที่มารับ บางคนก็ปั่นจักรยานไปส่ง ที่บ้านไกลหน่อยหรือไม่สะดวกรอรถก็ขับรถไปส่ง

รถโรงเรียนหน้าตาน่ารัก สีสันสดใส ทำให้เด็กรู้สึกอยากขึ้นรถไปโรงเรียน ส่วนใหญ่จะเป็นรถบัสขนาดกระทัดรัด มีสีสันรูปการ์ตูนที่บ่งบอกชัดเจนว่าเป็นรถโรงเรียน ให้รถคันอื่นได้ระมัดระวัง เบาะเตี้ยมองเห็นเด็กๆได้ชัดเจน ไม่ต้องกลัวว่าจะลืมเด็กไว้บนรถ(คงไม่มีลืมอยู่แล้ว) คุณครูประจำรถจะสอนให้เด็กๆนั่งเรียบร้อย ไม่เล่นหรือยืนบนรถ หรือส่งเสียงดังรบกวนคนอื่น เป็นการปลูกฝังมารยาทในการใช้รถสาธารณะ

รถโรงเรียนจะมารับตามเวลาที่กำหนด ทางโรงเรียนจะแจกเวลาให้ว่าบ้านใครต้องมารอหน้าบ้านตอนกี่โมง บ้านบีอยู่ใกล้ ให้รอหลังรถออกจากโรงเรียนห้านาที ก็มาตรงเวลา บางทีมาก่อนเวลาออกไปยืนรอไม่ทัน คุณครูต้องลงมากดกริ่ง รู้สึกผิดมาก เพราะจะทำให้รถเสียเวลาและไปรับคนอื่นไม่ตรงเวลาได้

ส่วนอุบัติเหตุที่นี้ ถ้าเทียบกับบ้านเราน่าจะเรียกว่าน้อย ยิ่งเป็นรถโรงเรียนความระมัดระวังยิ่งมีมากทวีคูณ บีก็เลยให้ขึ้นรถโรงเรียนได้อย่างสบายใจ

พาชมร.ร.อนุบาลญี่ปุ่น ไม่แปลกใจ! ทำไมญี่ปุ่นพัฒนาอันดับต้นของโลก

หนังสือเรียนอนุบาล 1

ทุกสิ้นเดือนลูกชายจะมีหนังสือกลับบ้านมาเดือนละเล่ม แต่ละเดือนจะมีเนื้อหาหลักๆ คือ นิทาน อาหาร ชีวิตประจำวัน สัตว์ เพลง เหตุการณ์สำคัญเดือนนั้นๆ ระบายสี สิ่งประดิษฐ์ หน้าปกเป็นการ์ตูนสดใส ชื่อหนังสือว่า ประเทศของเด็กดี(แปลตรงตัว)

พาชมร.ร.อนุบาลญี่ปุ่น ไม่แปลกใจ! ทำไมญี่ปุ่นพัฒนาอันดับต้นของโลก

ส่วนเรื่องชีวิตประจำวัน เล่มนี้สอนเรื่องการปฏิบัติตัวเมื่อเกิดแผ่นดินไหว

ให้หลบใต้โต๊ะจับขาโต๊ะไว้จนครูให้สัญญาณว่าออกมาได้ สวมหมวกนิรภัยออกไปอยู่ที่สนาม

พื้นฐานนี้สำคัญต้องปลูกฝังกันตั้งแต่เล็กๆ

พาชมร.ร.อนุบาลญี่ปุ่น ไม่แปลกใจ! ทำไมญี่ปุ่นพัฒนาอันดับต้นของโลก

ส่วนต่อมาเป็นเรื่องของอาหารที่เด็กๆคุ้นเคย ทำให้น่ารัก เด็กๆจะได้รู้สึกชอบอาหาร มีอิมเมจเกี่ยวกับอาหารในทางที่ดี

ท้ายเล่มจะมีให้ระบายสี และมีให้ตัดแปะหรือพับ ทำเป็นรูปต่างๆ

ท้ายเล่มจะมีให้ระบายสี และมีให้ตัดแปะหรือพับ ทำเป็นรูปต่างๆ

ในเดือนที่มีเหตุการณ์สำคัญประจำฤดู เช่นเดือนสิงหา หน้าร้อนจะมีงานเทศกาลออกร้าน มีดอกไม้ไฟตามที่ต่างๆ ในหนังสือก็จะมีเรื่องนั้นๆ ตรงกับประสบการณ์ของเด็กที่จะได้พบเจอ บีพาลูกชายไปดูดอกไม้ไฟ เค้าก็จำได้ว่าเคยเห็นในหนังสือ กลับมาบ้านก็มาดูหนังสือคุยกันว่าไปเห็นอะไรเหมือนในหนังสือบ้างไหม พี่น้องเค้าจะชอบเอาหนังสือเรียนมาเปิดอ่านกัน

การเรียนรู้เรื่องใกล้ตัวทำให้เด็กสนุกและพร้อมที่จะรับรู้ได้ง่าย เรื่องหลักๆในชีวิตวัยอนุบาลเน้นกิน เล่น นอน พัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจ เรื่องวิชาการส่วนใหญ่ไปเน้นกันตอนเข้าประถม พวก abc ก็แนวสอนกันเองที่บ้าน ไม่ได้ว่าลูกต้องท่องต้องเขียนได้เป๊ะ ยังไงเค้าก็ต้องได้เอง ยังมีเวลาที่ต้องเรียนอีกยี่สิบกว่าปี อนุบาลยังไม่ต้องรีบให้ท่องจำอะไรที่เกินความจำเป็นมากก็ได้

บีหวังแค่ลูกวัยนี้พึ่งพาช่วยเหลือตัวเองได้ เล่นกับเพื่อนเป็น รู้จักกฏพื้นฐานของสังคม เช่น การต่อแถว การให้และรับ การทักทาย กินข้าวได้ นอนหลับดี สนุกกับการไปโรงเรียนก็พอใจแล้ว

พาชมร.ร.อนุบาลญี่ปุ่น ไม่แปลกใจ! ทำไมญี่ปุ่นพัฒนาอันดับต้นของโลก

กีฬา(สี)อนุบาล

พอเข้าเดือนตุลาอากาศเริ่มเย็น ก็เริ่มต้นฤดูการออกกำลังกาย โรงเรียนต่างๆ บริษัท รวมถึงชุมชนจะจัดงานกีฬาเพื่อกระชับสัมพันธ์ สร้างความสามัคคี ความสนุกสนาน

กีฬาสีที่โรงเรียนลูกชายไม่ได้แบ่งเป็นสีชัดเจน ทุกคนจะได้ร่วมกิจกรรมตามระดับชั้น เช่น วิ่งแข่งก็จะได้วิ่งทุกคน เรียงแถวกันไปทีละห้าคนจนครบทั้งโรงเรียน นอกจากการวิ่งจะมีการแข่งขันระดับชั้นละอย่าง เช่น อนุบาลหนึ่งแข่งโยนบอลเข้าห่วง มีการแข่งร่วมกับผู้ปกครอง เกมส์การแข่งขันต่างกันไป เด็กจะได้ร่วมแรงร่วมใจกับพ่อแม่ เช่น วิ่งสามขา พ่อแม่อุ้มเด็กท่าซุปเปอร์แมนวิ่ง ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีการแข่งวิ่งผลัดของพ่อแม่ การแข่งวิ่งหาของสำหรับรุ่นคุณตาคุณยาย(วิ่งไปรับฉลากเปิดดูว่าให้หาของอะไรก็วิ่งไปขอคนแถวนั้นที่มีแล้ววิ่งเข้าเส้นชัย)สนุกกันทุกรุ่น มีรอยยิ้มตลอดทั้งวัน

พาชมร.ร.อนุบาลญี่ปุ่น ไม่แปลกใจ! ทำไมญี่ปุ่นพัฒนาอันดับต้นของโลก

การแสดงของเด็กๆถือว่าเป็นไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอย เด็กอนุบาลหนึ่งเต้น แปรขบวนเล็กๆน้อยๆ มีคุณครูคอยดูห่างๆมีให้สัญญาณนกหวีดบ้าง เด็กๆทำเองทุกอย่างตั้งแต่เข้าสนาม รู้ตำแหน่งรู้ท่ารู้หน้าที่ เด็กอนุบาลชั้นโตมาหน่อยก็การแสดงยากขึ้น แปรขบวนเยอะ พร้อมเพียง ดูมีระเบียบวินัยมาก เด็กเล็กขนาดนี้มารวมกันเยอะๆแต่ไม่มีความวุ่นวายเลย ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น

วันกีฬาของอนุบาลนั้นผู้ปกครองจะต้องมาร่วมงานด้วยตั้งแต่เช้าจนเลิกงาน พ่อ แม่ พี่ น้อง ปู่ ย่า ตา ยายมากันหมดบ้าน เตรียมอุปกรณ์จัดเต็ม ผ้าปูนั่ง เก้ากี้พับ เต๊นท์ บันไดพับ(ไว้ยืนถ่ายรูป) กล้อง วีดีโอ ขาตั้ง ฯลฯ ถึงช่วงพักทุกคนจะนั่งกินข้าวกล่องที่เตรียมมาด้วยกัน เป็นช่วงเวลาที่สำคัญของครอบครัวที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เห็นเด็กๆแบบนี้พอจะเข้าใจเลยว่าทำไมประเทศญี่ปุ่นถึงเจริญ

พาชมร.ร.อนุบาลญี่ปุ่น ไม่แปลกใจ! ทำไมญี่ปุ่นพัฒนาอันดับต้นของโลก

งานวันเกิดโรงเรียนอนุบาลญี่ปุ่น

แต่ละเดือนจะมีวันนึงที่เลิกครึ่งวัน ช่วงครึ่งบ่ายจะจัดกิจกรรมให้เด็กๆทุกชั้นทุกห้องที่เกิดเดือนนั้นๆ ลูกชายคนโตบีเกิดเดือนตุลา ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วม

ก่อนไปบีก็คิดว่าคงจะเป็นงานปาร์ตี้มีขนมหรือเค้กใหัเด็กๆกินกัน ก็ไม่ได้เตรียมอะไรไปนอกจากรองเท้าผ้าที่เค้าให้เอาไปใส่ในหอประชุม มองซ้ายขวาพ่อแม่คนอื่นๆอุปกรณ์พร้อมกล้องวีดีโอพร้อมขาตั้ง บีมีแต่โทรศัพท์มือถือ(>_<)

เด็กๆที่เกิดเดือนนี้ทยอยกันเข้ามาในหอประชุม ครูใหญ่กล่าวเปิดงาน เริ่มการแสดงของแต่ละชั้นแต่ละห้อง ลูกชายบีอยู่อนุบาลนึงร้องเพลงประกอบเครื่องเคราะจังหวะ เด็กที่โตขึ้นไปจะร้องเพลงและเล่นเมโลเดี้ยนหรือเปล่าขลุ่ย โดยมีครูประจำชั้นแต่ละห้องเป็นคนเล่นเปียโน(จะเป็นครูอนุบาลต้องเล่นเปียโนได้นะจ๊ะ)

เด็กๆตั้งใจกันมาก พอการแสดงจบ คุณครูเล่านิทานหุ่นมือ แจกของขวัญวันเกิดเป็นเซ็ทชาม ตะเกียบดิสนีย์และขนม เด็กๆออกไปรับกับครูใหญ่ทีละคน และปิดท้ายด้วยครูประจำชั้นจะมาคุยกับพ่อแม่ทีละคนเรื่องลูกว่าอยู่โรงเรียนเป็นยังไงกันบ้าง รู้สึกดีที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมแบบนี้ ได้เห็นความตั้งใจของเด็กๆ คุณครูให้ความสำคัญกับเด็กๆแต่ละคนอย่างเท่าเทียม(โรงเรียนญี่ปุ่นห้ามซื้อของฝากครู ห้ามทำอะไรที่จะก่อให้เกิดความลำเอียง)

พาชมร.ร.อนุบาลญี่ปุ่น ไม่แปลกใจ! ทำไมญี่ปุ่นพัฒนาอันดับต้นของโลก

งานแสดงผลงานเด็กอนุบาล

วันนี้มาร่วมงานโรงเรียนอนุบาลของลูกชายคนโต(อนุบาล1) มีการแสดงผลงานฝีมือของเด็กๆ คนนึงมีสามสี่อย่าง เด็กๆเก่งกันมาก เห็นของลูกตัวเองก็คิดไม่ถึงว่าจะทำได้ วาดรูปเป็นกะเค้าเหมือนกัน(อยู่บ้านเล่นอย่างเดียว)

นอกจากเดินชมผลงานเด็กๆแล้ว ก็มีการออกร้านเล็กโดยครูและผู้ปกครอง เช่น ร้านข้าวราดแกงกระหรี่ อูด้ง โอเด้ง ขนมญี่ปุ่น มีเปิดขายของที่ให้นำของไม่ใช้ที่บ้าน(แต่เป็นของใหม่ไม่เคยใช้)มาวางขายในราคาย่อมเยา

กิจกรรมที่จัดนี้เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมกับโรงเรียน ได้เห็นพัฒนาการของลูกเวลาอยู่ที่โรงเรียน ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับคุณครู
เห็นอย่างนี้แล้วอดจะตั้งหน้าตั้งตารอชมผลงานลูกปีหน้าไม่ได้(≧∇≦)

ขอบคุณข้อมูลที่มาดีๆ อ่านเพิ่มได้ที่ http://pantip.com/topic/33092741