10 อันดับประเทศที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก

Home / การศึกษา / 10 อันดับประเทศที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก

เพียร์สันบริษัทสำนักพิมพ์และให้บริการทางด้านการศึกษาของประเทศอังกฤษ ได้เผยรายงานการจัดอันดับเกี่ยวกับผลการศึกษาซึ่งได้รับการรวบรวมโดยอิโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิท (อีไอยู)  และจากการจัดอันดับจาก 40 ประเทศทั่วโลก กับอันดับประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก จะมีประเทศไหนบ้างไปติดตามกันเลยคะ 10 อันดับประเทศที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก

10 อันดับประเทศที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก

 10 อันดับประเทศที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก

1. เกาหลีใต้

2. ญี่ปุ่น

3. สิงคโปร์

4. ฮ่องกง

5. ฟินแลนด์

6. สหราชอาณาจักร

7. แคนาดา

8. เนเธอร์แลนด์

9. ไอร์แลนด์

10. โปแลนด์

จากการจัดอันดับดังกล่าวนี้อันดับที่ 1 อย่างเกาหลีใต้ นั้นขยับขึ้นมาจากอันดับที่ 2 ในครั้งก่อน ในส่วนของประเทศฟินแลนด์แชมป์เก่าในปี 2012 นั้นตกไปอยู่ในอันดับที่ 5  โดย

10 อันดับประเทศที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก

ย้อนมาดู ทำไม? ประเทศฟินแลนด์ ถึงได้อันดับ 1  ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก!

ในขณะที่บ้านเรามีการแข่งขันทางด้านการศึกษาสูงขึ้นทุกทีๆ แต่ในขณะเดียวกันเด็กนักเรียนชาวฟินแลนด์ (ซึ่งได้รับอนุญาตให้เล่นในโรงเรียนโดยไม่ต้องเรียนหนังสือได้จนถึงอายุ 6 ขวบ) กลับได้รับการศึกษาที่ดีกว่า ระบบการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ดีกว่าของประเทศอื่นอย่างไร?

ทุก ๆ 3 ปี องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) จะทำการสำรวจคุณภาพระดับการศึกษาที่เรียกว่า PISA โดยวัดระดับทักษะในวิชาที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเล่นเชิงสร้างสรรค์ ได้แก่การอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ของเด็กอายุ 15 ปี

วิชาเหล่านี้เป็นวิชาที่ชาวเอเชีย “น่าจะ” ถนัด เนื่องด้วยรูปแบบการเรียนการสอนที่มักเน้นสาขาวิชาเหล่านี้โดยเฉพาะ และก็ไม่แปลกที่จะเห็นประเทศจีน สิงคโปร์และเกาหลีใต้ติดอันดับต้น ๆ แต่ที่น่าแปลกใจคือทำไมเด็ก ๆ ชาวฟินแลนด์ ซึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเล่นกลับติดอันดับกับเขาด้วย ทำให้เราสงสัยว่าระบบการศึกษาของฟินแลนด์นั้นมีอะไรพิเศษ? นอกจากนั้นฟินแลนด์ยังถูกจัดให้มีนักเรียนที่มีคุณภาพที่สุดในโลก อีกด้วย

10 อันดับประเทศที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก
ประเทศฟินแลนด์ ถึงได้อันดับ 1 ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก

1. ไม่มีข้อสอบมาตรฐาน

ในประเทศฟินแลนด์ ไม่มีการสอบมาตรฐาน เว้นแต่การสอบ National Matriculation Exam (ซึ่งคล้ายกับการสอบ O Level) ครูผู้สอนจะได้รับการฝึกให้ทดสอบนักเรียนด้วยการสอบในแบบของตนเอง รายงานผลการเรียนจะขึ้นอยู่กับคะแนนของนักเรียนแต่ละคน โดยไม่อิงค่าเฉลี่ยหรือคะแนนของนักเรียนคนอื่น ๆ

2. ไม่แข่งขัน

ชาวฟินแลนด์มีทัศนคติพื้นฐานต่างจากชาวเอเชีย นั่นก็คือพวกเขาไม่ชอบเปรียบเทียบหรือแข่งขัน นักเขียนชาวฟินแลนด์คนหนึ่งกล่าวไว้ว่า “ผู้ชนะตัวจริงไม่แข่งขัน” แล้วเราจะวัดความเก่งกันได้อย่างไรโดยไม่ต้องแข่งขัน? คำตอบคือโดยเชื่อในความสามารถของตนเองและแข่งขันกับตนเอง ซึ่งนี่เป็นแนวความคิดที่แปลกประหลาดสำหรับชาวเอเชีย

3. เชื่อมั่นในตัวครู

เด็ก ๆ ชาวฟินแลนด์เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ตามความสามารถและจังหวะของแต่ละคน โดยที่ครูจะปรับเปลี่ยนการสอนให้เข้ากับการเรียนของเด็ก ครูผู้สอนจะต้องผ่านการฝึกอบรมอย่างหนัก (ขั้นต่ำต้องจบปริญญาโท) แต่ละชั้นเรียนจะมีนักเรียนไม่มาก และอาชีพครูเป็นอาชีพที่ได้รับความเคารพอย่างสูง แม้ว่าระบบการศึกษาของฟินแลนด์จะไม่ได้สมบูรณ์แบบ และใช่ว่าผู้ปกครองชาวฟินแลนด์ทุกคนจะปลื้มระบบ แต่วิธีการดังกล่าวก็ทำให้การศึกษาของประเทศฟินแลนด์ให้ประสิทธิผลที่ดี

4. ทุกโรงเรียนเท่าเทียม

การศึกษาของฟินแลนด์เริ่มต้นจากการมุ่งหวังให้เด็กทุกคนมีโอกาสเล่าเรียนเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะมีพื้นเพฐานะอย่างไร อาศัยอยู่ส่วนไหนของประเทศ แทนที่จะใช้การศึกษาเฟ้นหาเด็กที่เก่งที่สุด พวกเขากลับใช้การศึกษาสร้างความเท่าเทียมทางสังคม

10 อันดับประเทศที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก
ระบบการศึกษาของเกาหลี ยุคใหม่

ระบบการศึกษาของเกาหลี ยุคใหม่ มาแรงแซงโค้ง!

ระบบการศึกษาของเกาหลียุคใหม่เป็นการจัดการศึกษาโดยสร้างระบบการศึกษาใหม่ (New Education System) เพื่อมุ่งสู่ ยุคสารสนเทศและโลกาภิวัตน์โดยเป้าหมายสูงสุดของระบบการศึกษาของเกาหลียุคใหม่ คือความเป็นรัฐสวัสดิการทางการศึกษา สร้างสังคมการศึกษาแบบเปิดและตลอดชีวิต ทำให้ชาวเกาหลีทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จากการศึกษาได้ทุกเวลาและทุกสถานที่

รัฐปรับโครงสร้างระบบการศึกษาระดับอาชีวศึกษาและเทคนิค นำเยาวชนเข้าสู่ชีวิตยุคสารสนเทศมีเสรีภาพที่จะถ่ายโอนการเรียน สามารถถ่ายโอนหน่วยกิตข้ามโรงเรียนหรือข้ามสถาบันการศึกษาตลอดจนข้ามสาขาวิชาได้ ณ วันนี้ระบบการศึกษาของเกาหลียุคใหม่ ได้ให้ความสำคัญแก่ผู้เรียน จัดให้มีโรงเรียนและการศึกษาเฉพาะทางหลายรูปแบบ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถหาความรู้พัฒนาตนเองตามความสนใจ โรงเรียนมีอำนาจในการบริหารจัดการโดยการมีส่วนร่วมกับชุมชนและผู้ปกครองมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่และอุปกรณ์ในระบบมัลติมีเดียช่วยให้บุคคลศึกษาหาความรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา รวมทั้งจัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัยทางวิชาชีพ เพื่อพัฒนาวิชาชีพในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ

กล่าวโดยสรุป เกาหลีได้สร้างระบบการศึกษาสมัยใหม่ ที่มุ่งพัฒนาเครือข่ายสารสนเทศเพื่อการเป็นสังคมแห่งความรู้ (Knowledge-based Society) สร้างสภาวะแวดล้อมที่กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อให้คนเกาหลีมีความรู้ ความสามารถ มีความทันสมัย และที่สำคัญคือมีจริยธรรม แต่ยังคงความเป็นเลิศด้านการศึกษาและดำรงมาตรฐานของระบบการศึกษาของเกาหลีได้อีกด้วย

เรียบเรียง teen.mhai.com

อ้างอิงจาก : โพสต์ทูเดย์, http://th.theasianparent.com/http://upluskorea.com