รวมศัพท์ภาษาอังกฤษใช้ในชีวิตประจำวัน ตอนที่ 2

Home / การศึกษา / รวมศัพท์ภาษาอังกฤษใช้ในชีวิตประจำวัน ตอนที่ 2

มาลุยต่อกับ รวมศัพท์ภาษาอังกฤษใช้ในชีวิตประจำวัน ตอนที่ 2 กันคะ ครั้งที่แล้ว เพื่อนๆ คงจะได้นำคำศัพท์ไปใช้กันบ้างเนอะ ได้รู้ความหมาย การใช้ หรือประโยคต่างๆี่ไม่เคยได้ยินหรือได้เห็นมาก่อน ลองนำไปใช้พูดคุยกับเพื่อนๆ ฝึกการจดจำ พูดคุย เป็นภาษาอังกฤษแบบนี้จะยิ่งทำใหเพื่อนๆ เรียนรู้ภาษาอังกฤษได้เร็วยิ่งขึ้น เห็นไหมว่าภาษาอังกฤษไม่ยากอย่างี่คิด เพียงแต่เพื่อนๆ ต้องขยันอ่าน จดจำ และพูดบ่อยๆ นั่นเอง^^

รวมศัพท์ภาษาอังกฤษใช้ในชีวิตประจำวัน ตอนที่ 2

รวมศัพท์ภาษาอังกฤษใช้ในชีวิตประจำวัน ตอนที่ 2

1. ถ้าฝรั่งพูดใส่ว่า Break a leg! ให้ขอบคุณเขาแทน เพราะเขาไม่ได้แช่งให้ “ขาหัก” แต่อวยพรขอให้ “โชคดี”

2.?You reap what you sow หรือหว่านอะไรไว้ก็จะได้อย่างนั้น หมายถึง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

3.?Don’t be so modest! อย่าไปแปลคำว่าโมเดสต์เป็น ผ้าอนามัยนะคะ เพราะประโยคนี้หมายถึง “อย่าถ่อมตัวไปนักเลย!”

4.?You drive me bananas! ไม่ได้แปลว่า คุณขับฉันกล้วยนะครับ แต่หมายถึง “เธอทำฉันเสียอารมณ์” หรือหยาบๆ ก็ “เมิงทำกุปรี๊ดแตกแล้วนะ”

5.?“จับ” : Arrest = จับกุมไปดำเนินคดี , Catch =จับได้ทั้งคนและสิ่งของ หรือไปให้ทันก็ได้ , Hold =ถือหรือยึดไว้ในมือ ส่วน touch คือสัมผัส

6.?Constitution หมายถึง การเมือง รัฐธรรมนูญ ?

7. cronyism : เล่นพรรคเล่นพวก

8. dissolve the House : ยุบสภา ?

9.?The world is my oyster. = โลกนี้เป็นหอยนางรมของฉัน sหมายถึง?”โลกนี้เป็นของข้า ข้ามีความสุขเว้ย”

10.?Look who?s talking! แปลตรงตัวคือ ดูสิว่าใครพูดอยู่ แต่คำนี้เป็นสำนวนหมายถึง “ก่อนว่าใคร ดูตัวเองด้วย” “กลับไปส่องกระจกที่บ้านก่อนนะ”

11.?I always chicken out! ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับไก่นะ แต่หมายถึง “เราไม่ค่อยกล้าเท่าไร” หรือ “กุปอดแหกเป็นประจำเลย”

12.?You can always count on me. ไม่ได้เกี่ยวกับนับเลขนะ แต่หมายถึง “เธอพึ่งพาฉันได้เสมอ” แบบในเพลงของ บรูโน่ มาร์สไง

13.?You’re making me blush! หมายถึง เธอทำให้ฉันเขินอยู่นะ คำว่า “blush” คำนี้คือ หน้าแดงเพราะอาย

14.?Think out of the box คำนี้ภาษาไทยก็คือ “คิดนอกกรอบ”

15.?It takes two to make a quarrel. หมายถึง “ตบมือข้างเดียวไม่ดัง”

รวมศัพท์ภาษาอังกฤษใช้ในชีวิตประจำวัน ตอนที่ 2
รวมศัพท์ภาษาอังกฤษใช้ในชีวิตประจำวัน ตอนที่ 2

16.?Spread your wings! ไว้ใช้ให้กำลังใจเพื่อน หมายถึง “กางปีกของเธอออกสิ” หรือ “กล้าทำอะไรใหม่ๆ” “อย่ากลัวที่จะลองทำ”

17.??”Plain Jane” ไว้ใช้เรียก?ผู้หญิงหน้าตาบ้านๆ ธรรมดาๆ แต่ถ้าผู้ชายที่หน้าตาบ้านๆ เหมือนกันเขาเรียก “Joe Six-pack”

18.?Queen Bee หมายถึง “ตัวแม่” คือผู้หญิงที่โดดเด่นกว่าหญิงคนอื่น

19.?Alpha male?อาจใช้?”ตัวพ่อ”?

20.?Hit the books ไม่ได้หมายถึง “ตีหนังสือ” แต่แปลว่า “ฟิตหนัก” “อ่านหนังสืออย่างเอาจริงเอาจัง”

21.?“Well begun is half done.” หมายถึง เริ่มต้นดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

22.?Time heals all wounds หมายถึง เวลาจะเยียวยาทุกบาดแผล เวลาจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น

23. “Your words are only wind!” หมายถึง ?“คำพูดของเธอก็เป็นแค่ลมปากเท่านั้นแหละ”?

24.? “Believe you me!” = “Believe me!” คือให้เชื่อ “me” (แปลว่า “เชื่อฉันเถอะ” นั่นเอง) เป็นรูป emphatic หรือเป็นการเน้น

25.?ขอยืมลิควิกเพื่อนฝรั่งไม่ใช้คำว่า “liquid” นะครับ เพราะหมายถึงของเหลว แต่ให้ใช้ “correction pen”

26.?Where’s the john? จอห์นในที่นี้ไม่ใช่ชื่อคนนะคะ แต่เป็นสแลงหมายถึง “ห้องน้ำ” ฉะนั้นเวลาฝรั่งถามก็ให้แปลว่า “ห้องน้ำไปทางไหน”?สาเหตุที่เราเรียกห้องน้ำว่า John ก็เพราะว่าคนที่ประดิษฐ์ห้องน้ำ (Water Closet) คนแรกก็คือ Sir John Harrington นั่นเอง

27.?Gold digger เป็นคำแสลง?หมายถึง ผู้หญิงที่หลอกเงินผู้ชายไปวันๆ หรือหญิงที่ยอมพลีกายตัวเองเพื่อได้เงิน

28.?“No can do” คำนี้เป็นสำนวน หมายถึง “ไม่ได้หรอก” หรือ “เป็นไปไม่ได้” ที่จริงมันก็คือ No, I can’t นี่เอง

29.?เจอป้าย “Smoke-free zone” ไม่ได้แปลว่า ให้สูบบุหรี่’ฟรีๆ’ นะคะ แต่หมายถึง “เขตปลอดบุหรี่” เพราะ free ตรงนี้คือ without

30.?Pass away หมายถึง “ตาย” รูปแบบของกริยาวลีคือ VERB+PREPOSITION และจะมีความหมายไม่ตรงตัวนะจ๊ะ

รวมศัพท์ภาษาอังกฤษใช้ในชีวิตประจำวัน ตอนที่ 2

รวมศัพท์ภาษาอังกฤษใช้ในชีวิตประจำวัน ตอนที่ 2
รวมศัพท์ภาษาอังกฤษใช้ในชีวิตประจำวัน ตอนที่ 2

31.?Pass out คำนี้เป็น Phrasal verb ไม่ได้หมายถึง ‘ผ่านออก’ แต่แปลว่า “เป็นลม”หรือ “หมดสติ”

32.? To be in the pink หมายถึง สุขภาพดี

33.?To be green หมายถึง ขาดประสบการณ์,?โดนหลอกง่าย ?

34. To be in the red หมายถึง?ติดหนี้

35. ? To have the blues หมายถึง เศร้าสร้อย

36.?FOR GOOD หมายถึง “ตลอดกาล” หรือ “ชั่วฟ้าดินสลาย” เหมือน forever?เช่น I will love you for good. (ฉันจะรักคุณตราบดินฟ้ามลาย)

37.?“บ่องตง” ภาษาอังกฤษก็มี ใช้คำว่า “To talk straight” หรือ “Frankly” ก็ได้

38.?Just love me “body and soul” หมายถึง เพียงรักฉัน”ทั้งตัวและหัวใจ” เพราะ body and soul = ทั้งเรือนร่างและจิตใจ

39.?แต่คำเหล่านี้ใช้ตอบกลับได้ทั้ง “ขอบคุณ” และ”ขอโทษ” : ?”no problem” หมายถึง ไม่มีปัญหา, “It’s alright” หมายถึง ไม่เป็นไร, ?”It’s no bother” หมายถึง ไม่เป็นการรบกวน

40.?“ไม่เป็นไร” เวลามีคนมาขอโทษใช้ “Never mind”, “Don’t apologize”, “Don’t worry about it”, “I quite understand”, “No harm done”

41.??One swallow doesn’t make a summer.? ก็คือ นกนางแอ่นตัวเดียวมิได้หมายความว่าฤดูร้อนมาถึงแล้ว หรือหมายถึง อย่าเพิ่งด่วนสรุป

42.?Get real! สำนวนสั้นๆ ง่ายๆ ครับหมายถึง “เลิกฝันกลางวันได้ปะ”,”เลิกพูดเป็นเล่นได้และ” หรือ “เอาจริงเอาจังซะทีเหอะ”

43. เรื่องของ ยิ้ม :)?Beam หมายถึง ยิ้มเพราะสุขใจ, Grin หมายถึง ยิ้มจนเห็นเหงือก, Smile หมายถึง ยิ้มเพราะรู้สึกดี, Sneer หมายถึง ยิ้มเยาะ

44.?“Try putting yourself in their shoes” เป็นสำนวนหมายถึง “ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้างสิ” ฝรั่งว่าต้องลองใส่รองเท้าของอีกคนดูบ้างนั่นเอง

45.?(Oh) Dear me! เป็นคำอุทาน หมายถึง “ตายจริง” “อุ๊ยตาย” “คุณบร๊ะ” หรือ “ว้ายยย”

46.?Speak your mind! หมายถึง พูดออกมา”ตรงๆ” ไม่มีอ้อมค้อม หรือเรียกว่า “พูดเปิดอก”

47.?Once bitten twice shy. หมายถึง “เจ็บแล้วต้องจำ”

48.?“Earn one’s keep” หมายถึง อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น หรือแปลว่า ทำงานเล็กๆ น้อยเพื่อตอบแทนเจ้าของบ้าน

49.?Hear ได้ยิน แต่ Listen คือได้ฟัง, See ได้เห็น แต่ Watch คือได้ดู

50.?“บ่นไรของเมิงนักวะ” ภาษาอังกฤษใช้ What are you bitching about? (to bitch about = บ่น)

ขอบคุณข้อมูล?vocabaday?เรียบเรียงโดย teen.mthai