10 เทคนิคพิชิตเกรด เตรียมตัวให้พร้อม มาเปลี่ยน เกรด 0 ให้เป็น 4 กันเถอะ!!

Home / การศึกษา / 10 เทคนิคพิชิตเกรด เตรียมตัวให้พร้อม มาเปลี่ยน เกรด 0 ให้เป็น 4 กันเถอะ!!

เพื่อนๆ น้องๆ หลายคน คงกำลังปวดหัวตุ๊บๆ อยู่เป็นแน่ เพราะประสบปัญหาด้านการเรียน !! สอบแต่ละครั้งตาดำเป็นหมี แถมอ้วนอีกเพราะนอนดึก กินเยอะ !!! อ้ายย อะไรนักหนาเนี่ย ก็คนมันเรียนไม่เก่งจะทำยังไง เกรดก็ไม่สูงไปกว่านี้แล้ว โถ่ๆ อย่าเพิ่งตัดพ้อต่อชีวิตขนาดนั้น ลองนึกดูสิว่า เพื่อนๆ น้องๆ ได้ใช้วิธีการเรียนอย่างไร? คุณเรียนด้วยวิธีการที่ถูกต้องแล้วหรือยัง?

10 เทคนิคพิชิตเกรด 4

เทคนิคพิชิตเกรด 4

วิธีที่ 1 วิชาไหนได้เกรดง่ายต้องเก็บให้เรียบ

วิชาที่ว่า ขอยกตัวอย่างเช่น วิชาพละ นาฏศิลป์ คอมพิวเตอร์ ภาษาไทย วิชาเหล่านี้หลายคนให้ความเห็นว่าเป็นวิชาที่ได้เกรดมาไม่ยาก โดยเฉพาะวิชาพละ ขอแค่เข้าให้ครบและเล่นกีฬาให้อาจารย์เห็น แค่นี้ก็ได้เกือบ 100 คะแนนเต็มกันทุกคนแล้ว

ส่วนพวกวิชาศิลปะ นาฏศิลป์ อาจจะต้องเพิ่มทักษะส่วนตัวขึ้นมาหน่อย แต่ก็ได้เกรดมาไม่ยากอยู่ดี ยกเว้นว่าอาจารย์คนนั้นจะโหดม๊ากกก เช่น ต้องตั้งวงให้ได้องศาเป๊ะ นิ้วต้องดัดลงมาให้แตะข้อมือให้ได้ หรือต้องวาดรูปให้ได้เหมือนแวนโก๊ะ!!

มันเป็นโอกาสที่ดีทีเดียว ที่เราจะใช้ช่องทางเก็บเกรดวิชาง่ายๆ เพื่อเพิ่มเกรดของเรา ลองคิดดูว่าถ้าเกรดวิชาอื่นตกต่ำหมด แต่ได้เกรด 4 วิชาพวกนี้ทุกวิชา… เป็นพระเอกขี่ม้าขาวดีๆ นี่เอง (เริศศมาก)

เทคนิคพิชิตเกรด 4

วิธีที่ 2 ส่งงานให้ครบวิชาที่ได้เกรดยาก

เมื่อคะแนนสอบพึ่งไม่ได้ ก็ลองหันมาพึ่งคะแนนเก็บดูบ้าง มีจำนวนไม่น้อยนะคะที่คิดว่า วิชานี้ได้เกรดยากงั้นปล่อยมันไปเถอะ วิชาเดียวช่างมัน!! น้องคะ..ถ้าคิดแบบนี้ตลอดไปแล้วเมื่อไหร่เกรดเราจะดีขึ้น แล้วถ้าเทอมนั้นดันมีวิชาเกรดโหด 5 วิชา เกรดออกมาคงแพ้เด็กอนุบาลแน่ เพราะฉะนั้นตรงไหนที่เราได้คะแนนไม่ดี ก็ต้องหาหนทางอื่นเข้ามาช่วย

โดยปกติในระดับมัธยม สัดส่วนคะแนนเก็บต่อคะแนนสอบปลายภาคจะเป็น 70-30 หรือ 80-20 เห็นตัวเลขนี้ น้องๆ ก็คงมองเห็นแล้วว่าคะแนนเก็บทั้งเทอมมันเยอะกว่าคะแนนปลายภาค 2-3 เท่า ถ้าเราทำคะแนนเก็บดี เกรด 2-3 ก็รอเราอยู่แค่เอื้อม ทำปลายภาคอีกนิดหน่อยเกรด 4 ก็ได้ไม่ยาก

คะแนนเก็บส่วนใหญ่จะมาจากรายงาน การบ้าน ส่วนตัวพี่มองว่าคะแนนการบ้าน อาจารย์จะแค่เช็คว่าเราทำครบ ส่งครบมั้ย เรื่องถูกผิดจะให้ความสำคัญรองลงมา อย่างวิชาเคมี ฟิสิกส์ ถ้ามีการทดลองในห้องแล้วให้ส่งบันทึกผลการทดลอง ก็ควรจะส่งให้ครบตามกำหนดเวลา อย่าลืมนะ ส่งให้ครบและทัน ชีวิตจะดีขึ้นเอง

เทคนิคพิชิตเกรด 4
เทคนิคพิชิตเกรด 4

วิธีที่ 3 ใส่ใจเรื่องหน่วยกิต

หน่วยกิต คือ ตัวเลขที่แสดงค่าน้ำหนักของวิชานั้นๆ เช่น วิชาภาษาไทยมี 2 หน่วยกิต คณิตมี 2 หน่วยกิต ซึ่งจะเรียนจบได้ก็ต้องได้หน่วยกิตให้ครบ หากใครเคยลองสังเกตดูก็จะรู้ว่าคาบเรียนกับจำนวนหน่วยกิตจะคล้องกันอยู่ คือ ถ้าหน่วยกิตยิ่งเยอะก็จะมีจำนวนชั่วโมงเยอะ เช่น มี 2 หน่วย ก็จะเรียน 4 คาบ/สัปดาห์ แต่ถ้า 1 หน่วย ก็จะเรียน 2 คาบ/สัปดาห์ และหน่วยกิตก็เป็นตัวแปรสำคัญต่อการคิดเกรดของน้องๆ พูดง่ายๆ คือ ยิ่งหน่วยกิตเยอะ ก็ยิ่งมีผลต่อเกรดรวมของน้องๆ เช่น หน่วยกิตหนักๆ อย่าง 2 หรือ 2.5 ถ้าได้เกรดดี เกรดรวมของน้องๆ ก็จะอลังการไปเลย แต่ถ้าได้ต่ำก็ฉุดให้เกรดรวมต่ำลงไปด้วย

เมื่อรู้แบบนี้แล้ว หลังจากนี้ขอให้น้องๆ หันมาใส่ใจหน่วยกิตให้มากๆ วิชาไหนที่ค่าน้ำหนักหน่วยกิตสูง ก็ขอให้ตั้งใจเรียนและพยายามให้ได้เกรด 4 มาครองไว้ดีที่สุด

วิธีที่ 4 งานกลุ่มดี ดีทั้งกลุ่ม ถ้าล่ม ก็ล่มทั้งกลุ่ม

หลายๆ วิชาจะมีงานกลุ่ม ซึ่งประโยชน์ของงานกลุ่มที่เห็นได้ชัดๆ เลย คือ คะแนนจะสูงกว่างานที่ทำคนเดียว แต่โทษของมันคือ อาจจะเจอปัญหาเรื่อง “คน” มากกว่า “งาน” เช่น ไม่ค่อยช่วยงานบ้าง หรือทำงานไม่เต็มที่บ้าง

ดังนั้นต่อไปนี้ ถ้ามีงานกลุ่ม ขอให้น้องๆ เห็นความสำคัญของงานกลุ่มมากขึ้น อย่าคิดแค่ว่าถ้าเราไม่ทำ คนอื่นก็ทำ หรือ คะแนนงานไม่ดี แต่เพื่อนพรีเซ้นเก่ง เดี๋ยวก็ได้คะแนนดีเอง

อย่าให้ความคิดพวกนี้มาทำให้น้องๆ ประมาททีเดียวเชียว งานกลุ่มมันก็เหมือนสัญญาชีวิตอะไรบางอย่าง คะแนนดีก็ดีทั้งกลุ่ม แต่ถ้าคะแนนห่วยก็ห่วยทั้งกลุ่ม ลองให้ความสำคัญกับมันเยอะๆ ตั้งใจทำให้เต็มที่ เพราะมาตรฐานของงานกลุ่ม อาจารย์ตั้งเป้าให้สูงกว่างานเดี่ยวอยู่แล้ว หากงานสำเร็จก็ยังได้ความภูมิใจเป็นรางวัลด้วยนะ

วิธีที่ 5 ทำตัวดีๆ จิตพิสัยล้นปรี่

ทำตัวดีๆ ในที่นี้ก็ควรทำทั้งต่อหน้าและลับหลัง หลักสูตรเมืองไทยค่อนข้างให้ความสำคัญกับพฤติกรรมของเด็ก ถึงได้มีคะแนนจิตพิสัยเข้ามาช่วย ถึงแม้จะมีแค่ 10 คะแนน แต่ก็เปลี่ยนเกรดได้ถึง 2 เกรดเชียวนะคะ ลำพังถ้า 10 คะแนนนี้เป็นคะแนนสอบ ต้องอ่านหนังสือกี่วันถึงจะได้ 10 คะแนนเต็ม แต่ในอีกมุมนึง แต่เราทำตัวดี ตอบคำถามในห้องเรียน ส่งการบ้านครบ แต่งตัวเรียบร้อย น้องๆ แทบจะไม่ต้องลงทุนอะไร ก็ได้ 10 คะแนนมาง่ายมากๆ

วิธีที่ 6 สอบย่อย สอบเล็กสอบน้อยเก็บให้หมด

test ย่อย อันนี้สำคัญมาก…..คุณจะได้เกรด4หรือไม่มันขึ้นอยู่กับการสอบย่อยพวกนี้แหละ….ถ้าคุณทำคะแนนตรงนี้ได้ไม่ดีโอกาสที่คุณจะได้เกรด4 ก็คงยาก….ดังนั้นคุณจึงควรให้ความสำคัญกับตรงนี้ให้มาก (ขอย้ำ…ว่าให้มาก) ฟิตปฎิบัติ (Practice) ต้องลงมือปฎิบัติให้เกิดความชำนาญไม่ใช่รู้แต่ทฤษฎีอย่างเดียว การลงมือปฏิบัตจริงจะทำให้จำแม่นยำเกิดการถ่ายโยงความจำระยะสั้นให้เป็นระยะยาว

วิธีที่ 7 ซ้อมทำโจทย์ ซ้อม ซ้่อม และก็ซ้อม

การซ้อมทำโจทย์ เป็นสิ่งที่คุณควรทำนอกจากการอ่านหนังสือ (ข้อนีนำไปประยุกต์ใช้ได้กับบางวิชานะ อย่างวิชาศาสนา,ภาษาไทย..วิชาท่องจำทั้งหลายเนี๊ยะ ไม่ต้องก็ได้) ทำซ้ำ (Repetition) ทบทวน ท่อง และทำแบบฝึกหัดซ้ำๆ

วิธีที่ 8 ย้ำที่จด จดที่ย้ำ

ในห้องเรียนอาจารย์ท่านเน้นย้ำอะไรก็จดไว้บ้าง อันที่ท่านเน้นย้ำบ่อยๆหนะ….นั้นแหละ..ข้อสอบ..สะสม (Gradal) เรียนอย่างค่อยเป็นค่อยไป สะสมวันละนิดไม่ใช่หักโหมก่อนสอบ มันจะตาลาย

วิธีที่ 9 เคลียร์งานให้เสร็จ แล้วไปวิ่งเล่นได้

การบ้านต้องเสร็จเป็นปัจจุบันนะ ได้ปุ๊บทำปั๊บเลย ถ้าการบ้านนั้นไม่ใช่รายงานและคุณก็สามารถทำมันได้เดี๋ยวนั้นก็ควรจะทำซะ….เพราะเวลาทุกนาทีมีค่า โดยเฉพาะเด็กม.ปลายทั้งหลาย……กิจกรรมมากเวลามีน้อย จึงไม่ควรปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเสียปล่าวนะ

วิธีที่ 10 ย้ำรางวัล

ย้ำรางวัล ( Reinforcement ) ควรให้รางวัลตัวเอง เมื่อทำงานเสร็จในแต่ละครั้ง เพื่อให้ขยันขึ้น และ?ขยันคิด( Active Learning ) ใส่ใจคิดตามเสมอ อย่าฟังหรืออ่านไปเรื่อยๆ?หาทางบังคับตัวเอง(Stimulas Control) โดยอาศัยการจัดสิ่งแวดล้อมเป็นตัวเร่งและกระตุ้น

หลายคนมองว่าเกรดไม่ใช่เรื่องสำคัญ ขอให้ดูที่ความรู้และผลงานดีกว่า มันก็จริงแต่สำหรับน้องๆ ม.ต้น – ปลาย อย่าเพิ่งปล่อยวางขนาดนั้น เพราะจะต้องระลึกเสมอว่าเกรดยังจำเป็นต่อการเรียนของน้องๆ อยู่ ทั้งการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่ใช้ถึง 20% หรือน้องๆ ม.ต้น ก็ต้องประครองเกรดไว้ใช้เลือกสายการเรียนด้วย เริ่มเห็นด้วยหรือยังที่จะต้องเพิ่มเกรดให้ตัวเอง ถ้าใครเห็นด้วยแล้วก็ลุยเลย ฮุ่ยเล่ฮุ่ย