10 เคล็ดลับที่จะทำให้คุณเลิกง่วงในตอนบ่าย

Home / การศึกษา / 10 เคล็ดลับที่จะทำให้คุณเลิกง่วงในตอนบ่าย

อาการลืมตาไม่ค่อยขึ้นในตอนบ่ายใครๆ ก็เป็นกัน แต่มันคงไม่ใช่คุณสมบัติที่เจ้านายของคุณจะปลื้มนัก และคงไม่ดีต่อสุขภาพของคุณหรอก สาเหตุของความง่วงนั้นมีอยู่หลายอย่างค่ะ หลักๆ ก็คือการพักผ่อนไม่เพียงพอ ความอ่อนเพลีย ความเครียด และรวมทั้งความขี้เกียจส่วนตัว! (ข้อสุดท้ายนั้นสารภาพว่ารวมถึงตัวผู้เขียนด้วย -_-)

ยังไงก็ตามแต่นะคะ การที่ใครๆ ก็เป็นกันมันไม่ใช่ข้ออ้างที่เราจะปล่อยให้ตัวเองง่วงกันต่อไป? จึงขอชวนสาวๆ มาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองให้กระฉับกระเฉงกันดีกว่า เพื่อคุณภาพงานที่ดีขึ้น และเพื่อสุขภาพกายใจของเราเองค่ะ

อย่าได้เว้นมื้อเช้าเป็นอันขาด

ถ้าเราไม่มีอาหารอยู่ในกระเพาะเลย แล้วร่างกายจะเอาแหล่งพลังงานจากไหนมาให้คุณใช้ตอนบ่ายล่ะจ๊ะ? หลายคนชอบเว้นมื้อเช้าแล้วไปหวังชดเชยเอาให้เต็มที่กับมื้อกลางวัน ขอบอกว่าไปกินตอนนั้นมันไม่ทันใช้หรอก แถมยังจะทำให้คุณง่วงง่ายขึ้นกว่าเดิมอีก (ก็ล่อซะอิ่มขนาดนั้น)

มื้อเช้าที่เหมาะสำหรับคนง่วงง่ายในตอนบ่าย ควรจะเป็นอาหารที่ร่างกายดูดซึมพลังงานมาใช้ได้ทีละน้อยๆ น้ำตาลไม่สูง และย่อยง่าย เมนูที่เราแนะนำคือ โจ๊กหมูใส่ไข่ ขนมปังโฮลวีทราดสเปรดทูน่า หรือถ้ารีบจัดก็เป็นซีเรียลผลไม้อบแห้งกับนม หรือโยเกิร์ตไขมันต่ำรสสตอวเบอร์รี่ซักถ้วยก็ได้ (รสอื่นก็ได้นะคะ แต่เสริมวิตามินเข้าไปสักหน่อยก็ดี)

 

อย่าพึ่งพา กาแฟ

จริงอยู่กาแฟอาจทำให้คุณตาใส แต่พอหมดฤทธิ์กาแฟหนังตาคุณก็จะหนักจนลืมไม่ขึ้นเลยล่ะ และแม้ว่าคุณจะแก้ง่วงด้วยการซัดกาแฟยามบ่ายอีกรอบ การมีกาแฟสะสมอยู่ในร่างกายมากๆ ก็อาจทำให้คุณเป็นโรคติดกาแฟหรือโรคนอนไม่หลับได้ ซึ่งก็จะทำให้คุณอ่อนเพลียในเช้าวันถัดไปอีก เชื่อเถอะค่ะว่ามันจะเป็นผลเสียต่อคุณในระยะยาว

สาวๆ คอกาแฟอย่าเพิ่งหน้าเบ้ เราไม่ได้บอกให้คุณตัดขาดจากกาแฟเสียเลยทีเดียว แต่เราแนะนำให้คุณดื่มมันในฐานะเครื่องดื่มที่คุณชอบ มากกว่าเครื่องดื่มที่คุณขาดไม่ได้ (ไม่งั้นจะไม่ตื่น) ใครที่ง่วงมากๆ แล้วรู้สึกอยากทานอะไรสักอย่าง แนะนำให้ลองเปลี่ยนเป็น ชาเขียว ชานม หรือถ้าจะให้ดีเปลี่ยนเป็นน้ำผลไม้รสเปรี้ยวจะดีกับทั้งสุขภาพและรอบเอวของคุณอีกด้วยค่ะ

 

อย่าทานหวานมากในมื้อกลางวัน

หลายคนอาจคิดว่าเวลาเหนื่อยๆ ทานน้ำตาลเยอะแล้วจะทำให้สดชื่น ซึ่งนั่นก็เป็นความจริงครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งที่เหลือคือพอน้ำตาลหมดตัวคุณก็จะฟุบลงกับโต๊ะเลยล่ะ ฤทธิ์ของมันก็คล้ายกับคาแฟอีนนั่นล่ะค่ะ คือจะทำให้คุณสดชื่นกระปรี้กระเปร่าหลังจากทาน แต่พอน้ำตาลลดแล้วคุณก็เหนื่อยง่าย หงุดหงิดง่ายขึ้นเป็นสองเท่า ซึ่งก็จะทำให้คุณอยากเติมน้ำตาลเข้าไปใหม่ ขอบอกว่าทานน้ำตาลเกินพอดีนอกจากทำให้เหนื่อยง่าย อ้วนง่าย แล้วยังทำให้หน้าเหี่ยวอีกเร็วด้วยนะ

 

เปลี่ยนของว่างจากขนมหวานเป็นผลไม้หรือธัญพืช

อย่างที่บอกไปแล้วว่าการทานน้ำตาลมากๆ ไม่ดีกับคุณ (ก็ใช่ว่าจะให้เลิกทานเลยนะ แต่เพลาๆ ลงสักหน่อย) สาวๆ คนไหนชอบหาซื้อของว่างทานหลังมื้อเที่ยง หากรู้ตัวว่าง่วงง่ายก็เก็บพวก เค้ก ชอกโกแลต ขนมปัง ไว้สำหรับวันหยุดดีกว่า แล้วหันไปหาผลไม้หวานฉ่ำ (น้ำเยอะๆ ยิ่งดี) หรือใครชอบของขบเคี้ยวก็ลองเปลี่ยนเป็นธัญพืชอย่างเช่น มะม่วงหิมพานต์ หรืออัลมอนด์ก็ได้ค่ะ

 

วิตามินบีช่วยคุณได้

การได้รับวิตามินบีในปริมาณที่เพียงพอจะทำให้สมองแจ่มใส และรู้สึกสดชื่น ลองสำรวจตัวเองดูนะคะว่าเราได้ทานอาหารจำพวกผักใบเขียว คาร์โบไฮเดรตไม่ขัดสี และถั่ว อย่างเพียงพอหรือเปล่า ถ้ารู้สึกว่าไม่ก็เพิ่มมันเข้าไปในเมนูของคุณ หรือจะเลือกทานเป็นวิตามินบีแบบแคปซูลก็ได้ สำหรับสาว OL คุณอาจเลือกทานวิตามินบีรวมแบบที่ทาน 2 เวลา เช้า ? เย็น เพื่อความสดชื่นตอนเช้า และการหลับสบายในตอนเย็น หรือจะทานเป็นมัลติวิตามินเพื่อเสริมวิตามินอื่นๆ ด้วยก็ได้ค่ะ

ข้อแนะนำ : แม้ว่าวิตามินจะดีต่อร่างกาย แต่มันไม่ใช่ยาวิเศษที่ยิ่งทานเยอะๆ ยิ่งดี ใครที่ทานวิตามินเป็นประจำอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องอัดเข้าไปอีกเยอะๆ เพื่อหวังผลเพิ่มเป็นพิเศษหรอกนะคะ เพราะนอกจากจะไม่ได้ผลแล้วยังจะเป็นโทษกับร่างกายอีกด้วย

 

ดื่มอย่างฉลาด

นอกจากการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงอย่างน้อยวันละ 8 แก้วแล้ว คุณควรงดดื่มหลังเลิกงาน (ที่ไม่ใช่วันศุกร์) ถ้าคุณไม่อยากมีอาการเมาค้าง หรืออาการขาดน้ำในวันถัดมา นอกจากนั้นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ในช่วงพักเที่ยงก็ไม่ใช่สิ่งที่เรา แนะนำ รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มหวานจัด อย่างเช่น โกโก้ปั่นผสมคาราเมลและวิปครีม แบบที่สาวๆ หลายคนอาจจะชอบทานหลังมื้อเที่ยง เพราะนอกจากจะชวนอ้วนแล้วมันจะยิ่งทำให้คุณง่วงง่ายขึ้นกว่าเดิมอีกเยอะ

สรุปว่า ถ้าอยากดื่ม ดื่มน้ำเปล่าแทนดีกว่า นอกจากจะดีต่อร่างกายแล้วยังไม่เปลืองตังด้วย แต่ถ้าเบื่อจัดจริงๆ ลองเปลี่ยนเป็นพวกชาเขียว หรือน้ำผลไม้ น้ำสมุนไพรรสชาติอ่อนๆ แต่มีประโยชน์อย่าง กระเจี๊ยบ เก๊กฮวย ก็ได้นะคะ

 

นอนพัก สัก 20 นาที

สุดจะทานทนแล้วก็นอนพักเถอะค่ะ ฝืนไปก็ทำงานไม่ไหวอยู่ดี ถ้าเจ้านายใจดีคุณอาจขอพักนอกเวลาหน่อยเพื่อให้ทำงานต่อได้อย่างเต็ม ประสิทธิภาพ หรือถ้าจะให้สบายใจทั้งนายทั้งเรา ก็พักเที่ยงให้เร็วขึ้นอีกหน่อยแล้วกลับมานอนพักที่โต๊ะสัก 20 นาที เชื่อสิว่าได้พักแล้วจะดีขึ้นเยอะเลยล่ะ

 

ออกกำลังเบาๆ ก่อนกลับมาเริ่มงาน

ได้ออกแรงซักหน่อยจะทำให้เลือดลมสูบฉีด ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น รวมทั้งช่วยลดความเครียดได้ด้วย ถ้าคุณไม่รู้จะไปออกที่ไหนก็เริ่มด้วยการเดินขึ้นบันไดนี่แหละค่ะ จอดลิฟท์ก่อนจะถึงชั้นตัวเองสัก 3 ชั้นแล้วออกกำลังน่องด้วยการเดินไต่บันไดดูบ้าง หรือพอเริ่มบ่าย คุณอาจจะยังไม่นั่งทำงานที่โต๊ะทันที แต่เปลี่ยนเป็นเดินต่องาน เดินส่งเอกสาร หรือเดินไปชงกาแฟให้เพื่อนรวมงานทานก็ได้ (แต่ตัวเองก็อย่าทานเยอะล่ะ) นอกจากได้ออกกำลังแล้วยังได้กระชับมิตรอีกด้วยนะ

 

ปิดเฟซบุค ทีวี และมือถือ แล้วเข้านอนให้เร็วขึ้น

ถ้านอนเรานอนไม่พอ วันถัดมันมันก็ต้องง่วงอยู่แล้ว ดังนั้นเราก็ควรแก้ที่ต้นเหตุด้วยการนอนให้เต็มอิ่มสิจริงไหม รู้ค่ะว่ายากกกกกก แต่ทำได้ก็ทำเถอะนะเพื่อสุขภาพของเราเอง ใครที่พบว่าตัวเองนอนเร็วๆ ไม่ค่อยจะได้ มันต้องนั่งหน้าคอมทุกทีสิ ลองตัดขาดโซเชียลเน็ตเวิร์ก มือถือ ทีวี ในช่วงเย็นดูแล้วจะรู้ว่า เนี่ยแหละ เวลานอนที่หายไปของเรา