การทำงาน นักศึกษาฝึกงาน ประสบการณ์ชีวิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิศวกรรมซอฟต์แวร์

อยากเป็นแฮ็กเกอร์! นศ. วิศวฯ ซอฟแวร์ แชร์ประสบการณ์เรียนและทำงาน “Cyber Security Consultant”

Home / การศึกษา / อยากเป็นแฮ็กเกอร์! นศ. วิศวฯ ซอฟแวร์ แชร์ประสบการณ์เรียนและทำงาน “Cyber Security Consultant”

“หนูอยากเป็นแฮ็กเกอร์ค่ะ” ความฝันที่ชัดเจนตั้งแต่วัยเด็ก คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ “คุณน้อง-ภัทรานิษฐ์ พิศาลธนโรจน์” พาตัวเองเข้ามาศึกษาต่อในหลักสูตรวิศวกรรมซอฟต์แวร์ (Soft-en) ของโครงการ TU-PINE หรือโครงการหลักสูตรนวัตกรรมทางวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TSE) และปัจจุบันเธอกำลังเข้าใกล้ฝันของตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการเข้าทำงานใน Ernst & Young บริษัทผู้ตรวจสอบบัญชีระดับโลก ในตำแหน่งสุดล้ำที่มีชื่อว่า Cyber Security Consultant

การทำงาน Cyber Security Consultant ในบริษัทผู้ตรวจสอบบัญชีระดับโลก

โดยวันนี้ คุณน้อง ขอมาแชร์ประสบการณ์การทำงานให้ทุกคนได้ฟังกันว่า แต่ละโจทย์ที่ได้รับนั้นจะสนุกและท้าทายขนาดไหน ไปติดตามพร้อมๆ กันเลย

ฝันว่าอยากเป็นแฮ็กเกอร์

“ตอนเด็กๆ เราดูหนังพวกแฮ็กเกอร์ โปรแกรมเมอร์แล้วชอบมาก ก็เลยฝันว่าอยากเป็นแฮ็กเกอร์” แม้ความฝันวัยเด็กจะเป็นสิ่งที่ใครหลายคนทิ้งไว้กลางทางระหว่างการเติบโต แต่สำหรับตนแล้ว เลือกที่จะเก็บมันไว้กับตัวและสานต่อมันให้เป็นจริง ด้วยการเลือกเรียนต่อปริญญาตรี ในสาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ (Soft-en) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มธ.”

จากมัธยมปลายสู่รั้วมหาวิทยาลัย ช่วงแรก ๆ ตนต้องปรับตัวอยู่บ้างในเรื่องของสังคมเพื่อนใหม่ เพราะเรียนโรงเรียนหญิงล้วนมาตั้งแต่ชั้นอนุบาล ทำให้ไม่คุ้นชินนักกับการมีเพื่อนผู้ชาย แต่กลับกันหากเป็นเรื่องการเรียนแล้ว ตนค่อนข้างมีความสุข ถึงจะมีเหนื่อยบ้าง แต่ไม่กดดัน แถมยังสามารถแบ่งเวลาไปทำกิจกรรมได้อีกด้วย

หลังจากเรียนจบ สมัครงานในตำแหน่ง “Cyber Security Consultant”

โดยหลังจากเรียนจบได้ไม่นาน ในขณะที่เพื่อน ๆ ในรุ่นส่วนใหญ่ไปทำงานเขียนโค้ด (Coding) ตนตัดสินใจไปสมัครงานในตำแหน่ง “Cyber Security Consultant” ที่บริษัทผู้ตรวจสอบบัญชีระดับโลกอย่าง Ernst & Young หลังจากหาข้อมูลแล้วพบว่ามีขอบข่ายงานที่น่าสนใจ ตรงกับที่ตัวเองอยากทำ ซึ่งนั่นรวมไปถึงงานแฮ็กระบบเพื่อตรวจสอบช่องโหว่ของซอฟต์แวร์

ทำงานได้ประสบการณ์หลากหลายและท้าทาย

ตลอดการทำงานมากกว่า 7 เดือน ตนได้รับโจทย์ที่หลากหลายและท้าทายเป็นอย่างมาก เช่น งานออกแบบผังงาน (Flowchart) เกี่ยวกับการใช้และถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบริษัทต่างๆ โดยเริ่มตั้งแต่การเก็บข้อมูลผู้ใช้งาน เพื่อนำความต้องการของผู้ใช้งานไปวิเคราะห์ และสร้างแบบจำลองที่พร้อมนำไปใช้พัฒนาจริง ซึ่งทำให้เธอได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาจากวิชา Software Requirements and Specification และ Software Architecture and Design แบบเต็มๆ

นอกจากนี้ ยังมีงานตรวจสอบและพัฒนามาตรฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ขององค์กรต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าถูกต้องตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของการเข้าตลาดหลักทรัพย์ทั้งของประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ก็จำเป็นต้องใช้หลากหลายทักษะร่วมกัน โดยเฉพาะความรู้จากวิชา Data Systems และ Programing Skill Development หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ทุกวิชาที่เรียนมามีประโยชน์และใช้ได้จริงทั้งหมด

การเรียนวิศวกรรมซอฟต์แวร์นั้น ทำให้เราสามารถทำงานได้กว้างขวางมากๆ

สำหรับวิชาที่ชอบที่สุดสมัยเรียน หนีไม่พ้นวิชาที่เกี่ยวกับการแฮ็กอย่าง Software Testing and Quality Assurance แต่ การแฮ็กในที่นี่ไม่ใช่เพื่อจารกรรมข้อมูล หรือสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น แต่หมายถึงการเจาะระบบเพื่อทดสอบประสิทธิภาพ หรือตรวจสอบช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งงานที่ตนอยากลองทำมาก แต่โอกาสยังมาไม่ถึง เนื่องจากงานประเภทนี้ไม่ได้มีเข้ามาบ่อยนัก

แต่ถึงแม้ในวันนี้ ตนจะยังไม่ได้ลองทำงานแฮ็กระบบอย่างใจอยาก แต่ก็มองว่าทุกงานที่ได้รับมอบหมายนั้นถือเป็นประสบการณ์ที่ดี ที่ช่วยพัฒนาทักษะรอบด้าน และในอนาคตยังได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า ถ้าทำงานถึงจุดหนึ่งแล้ว ก็อยากจะไปเรียนต่อปริญญาโทด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ที่ต่างประเทศเพิ่มเติม

จริงๆ แล้วการเรียนวิศวกรรมซอฟต์แวร์นั้น ทำให้เราสามารถทำงานได้กว้างขวางมากๆ ทั้งเขียนโปรแกรม ทำเว็บ สร้างแอปพลิเคชัน UX/UI รวมไปถึงพัฒนาระบบต่างๆ ที่ใช้ในองค์กรทุกขนาด ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความต้องการสูงขึ้นเรื่อยๆ ในยุคปัจจุบัน ดังนั้นไม่ต้องกลัวเลยว่าจะหางานยากไหม ขอแค่มีใจรักในสิ่งที่เรียน รับรองว่าอนาคตสดใสแน่นอน” คุณน้อง ฝากทิ้งท้าย

ติดตามความเคลื่อนไหวของ TSE ได้ที่ www.facebook.com/ENGR.THAMMASAT