o net O-NET 2559 ข้อสอบ ข้อสอบ O-NET ภาษาต่างประเทศ ภาษาอังกฤษ วิชาภาษาอังกฤษ แนวข้อสอบ

ฝึกทำข้อสอบ ม.3 วิชาภาษาอังกฤษ Pre O-net 2559

Home / การศึกษา / ฝึกทำข้อสอบ ม.3 วิชาภาษาอังกฤษ Pre O-net 2559

ทดสอบก่อนสอบจริง วิชาภาษาอังกฤษ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  กับข้อสอบ Pre O-NET 2559 มีจำนวนทั้งหมด 50 ข้อ พร้อมเฉลย มาดูกันว่าจะตอบคำถามถูกสักกี่ข้อ

วิชา : ภาษาอังกฤษ

ระดับชั้น : ม.3

จำนวน : 50 ข้อ

ถ้าพร้อมแล้วเริ่มเลย!!

ฝึกทำข้อสอบ ม.3 วิชาภาษาอังกฤษ
Pre O-net 2559


ผลคะแนน

ทำได้ดีแบบนี้ เลื่อนขั้นไปม.4 สบายๆ

ไม่เนียนพอ ไปฝึกมาใหม่นะ!

#1 Yes, I’d like ____1____, please.

เพราะ coffee เป็นเครื่องดื่ม

#2 Peter wants ______2______.

#3 What should you do when you see this sign?

ป้ายนี้พูดถึงการจัดเรตผู้เข้าชมภาพยนตร์ที่จะต้องมีอายุมากกว่า 18 ปี

#4 What does this sign mean?

รับกระเป๋าเดินทางคุณที่นี่

#5 Where can you see this sign?

ป้ายนี้จะพบเห็นได้ที่สนามบิน

#6 How many calories are burned in one hour of fast walking?

การเดินเร็วใน 1 ชม. ดูจากกราฟ = 250

#7 How many calories could you burn by in – line skating for two hours?

ในเวลา 2 ชม. in-line skating เผาผลาญไป 500 ใน 1 ชม ดังนั้น 500 x2 =1,000

#8 Which activity burns four times the number of calories per hour as slow walking?

กิจกรรมที่สามารถเผาผลาญได้เป็น 4 เท่า ของการเดินใน 1 ชม. คือ ว่ายน้้า swimming

#9 Who is ______ man in your country?

the most famous มีชื่อเสียงมากที่สุด

#10 My mailman _______ the letter at 10 a.m. every day

เหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นประจำใช้ Present Simple Tense ประธานเป็นเอกพจน์ กริยาเติม s

#11 What is the best title of this passage?

เนื้อหาส่วนใหญ่กล่าวถึง Thai farmers

#12 The main idea of the paragraph is _______

ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ

#13 According to the passage, the farmers should be helped by ___________ .

ตอบ the government จากเนื้อหาในตอนท้าย

#14 This is the best coffee that I’ve _______ tested.’

คำตอบมีความเชื่อมโยง จากประโยคแรก

#15 I’m looking ___________ the summer holidays.

looking จะใช้กับ forward to

#16 Nancy : ________16________

จากสถานการณ์เป็นบทสนทนาที่เกี่ยวกับการสัมภาษณ์

#17 James : _______17______ But I couldn’t get here sooner.

เพราะ Mike บอกว่าเค้ามาเร็วกว่านี้ไม่ได้

#18 James : I was rushing and _____18_____ . And a policeman gave me a speeding ticket.

เพราะถูกต้ารวจให้ไปสั่ง (a speeding ticket)

#19 Boss :_______19______.

What’s matter? มีเรื่องอะไร

#20 Boss : ______ 20 ______ .

That’s all right. I’m sorry to hear that. เป็นประโยคตอบรับที่สุภาพ อนุญาตให้ลาได้ และกล่าวแสดงความเสียใจ

#21 Punnawat : All right. Sorry, _______21______.

Pardon? ในบทสนทนานี้แปลว่า อะไรนะ จึงตอบ I didn’t hear you

#22 Excuse me. ______22______to the nearest MRT?

เป็นประโยคที่สุภาพและชัดเจน

#23 _________23_______. Thank you very much

I see = I understand

#24 _______24______ give her a slideshow of childhood images of you two and your parents.

What shall I do? ใช้เพื่อขอค้าเสนอแนะ
Why don’t you ______? เป็นการเสนอแนะ

#25 Policeman : __________25_________

กระเป๋าเอกสารของคุณมีลักษณะอย่างไร

#26 Policeman : _______26______

มันมีรูปทรงอย่างไร

#27 Teacher : _________27________?

เป็นอย่างไรบ้าง

#28 Nan : _____28_____ But where had we better go?

การตอบตกลง (ไปสิ)

#29 Nan :_____29_____.

เห็นด้วยกับข้อเสนอแนะ = เป็นความคิดที่ดี ตกลง

#30 Darling, I’ve a serious headache.

คุณควรจะไปหาหมอ

#31 Teacher: ______________

What do you mean? เธอหมายความว่าอย่างไร

จากบทสนทนา ครูถามนักเรียนว่า “ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์มาเป็นอย่างไรบ้าง” นักเรียนตอบว่า“หนูคิดว่าเขาให้ข้อมูลพวกเรามากเกินไปค่ะ” และนักเรียนตอบอีกว่า “พวกเราจำอะไรไม่ได้เลยค่ะ” แสดงว่าครูถามว่า “เธอหมายความว่าอย่างไร”

ข้อ 1 Did you see it? คุณเห็นมันไหม (หรืออาจแปลได้ว่า คุณเข้าใจมันไหม)
ข้อ 2 Wasn’t it exciting? มันไม่น่าตื่นเต้นใช่ไหม
ข้อ 4 Did you say anything? คุณได้พูดอะไรไหม

#32 Anna: Yes. ______________

ตอบข้อ 2 I really appreciate your help. ฉันซาบซึ้งในความช่วยเหลือ ของคุณจริงๆ

จากบทสนทนา Alice เสนอความช่วยเหลือที่จะช่วย Anna ยกหนังสือ Anna แสดงความขอบคุณโดยพูดว่า I really appreciate your help. เป็นประโยคที่ใช้กล่าวขอบคุณกรณีที่เรารู้สึกซาบซึ้งในน้้าใจของคนที่ให้ความช่วยเหลือเราอย่างยิ่ง

ข้อ 1 I didn’t order them. ฉันไม่ได้สั่ง
ข้อ 3 I read many books each week. ฉันอ่านหนังสือมากมายในแต่ละสัปดาห์
ข้อ 4 I found your book on the table. ฉันเจอหนังสือของคุณอยู่บนโต๊ะ

#33 Britney: ______________

May be something casual like some old jeans. บางทีฉันอาจจะใส่ยีนส์เก่า ๆ

จากบทสนทนา Jessica ถาม Britney ว่า “เธอจะใส่ชุดอะไรไปงานแต่งงาน” หลังจากที่ Britney ตอบ Jessica พูดว่า “เธอทำอย่างนั้นไม่ได้นะ” แสดงว่า Britney ต้องตอบว่า “บางทีฉันอาจจะใส่ยีนส์เก่า ๆ”

ข้อ 1 I don’t know yet. ฉันยังไม่รู้เลย
ข้อ 2 May be I’ll wear a long dress. บางทีฉันอาจจะใส่ชุดกระโปรงยาว
ข้อ 3 I won’t wear a regular school uniform. ฉันจะไม่ใส่ชุดนักเรียนไป

#34 Puttipat: Why didn’t you ______________?

walk to school instead เดินมาโรงเรียนแทน

จากบทสนทนา Puttipatถาม Ronnapi ว่า “เป็นอะไร ดูไม่มีความสุขเลย” ได้คำตอบว่า “รถโดยสารเสียเลยทำให้มาสาย” และ Ronnapi ตอบคำถามของ Puttipat ว่า
“มันไกลเกินไป” แสดงว่า Puttipat ต้องถามเพื่อนว่า “ทำไมไม่เดินมาโรงเรียน”

ข้อ 1 break the glass? ทุบกระจก
ข้อ 2 fix the broken seat? ซ่อมที่นั่งที่พังอยู่
ข้อ 4 check with the bus driver ตรวจสอบคนขับ

#35 The doctor has said all EXCEPT______________.

work hard ทำงานหนัก

จากโจทย์ “หมอพูดถึงทั้งหมด ยกเว้น ทำงานหนัก” (ไม่มีการพูดถึงในเรื่องนี้)

ข้อ 1 eat less กินน้อย
ข้อ 2 exercise ออกกำลังกาย
ข้อ 4 walk more เดินมากขึ้น ความหมายจากเรื่องชาวอเมริกันกำลังอ้วน จากการศึกษาพบว่าชาวอเมริกัน ส่วนมากอ้วนเกินไป มันจริงไหม? มองดูคนที่อยู่รอบๆ ตัวคุณ พวกเขาอ้วน? พวกเขาผอม? หรืออยู่ระหว่างนั้น? คนอ้วนจำนวนมากป่วยง่ายและเสียชีวิตตั้งแต่อายุน้อยๆ หมอกล่าวว่าคนเหล่านี้มีอายุยืนขึ้นได้ถ้าพวกเขากินผักและผลไม้มาก
ขึ้น พวกเขาต้องกินเนื้อและอาหารทอดให้น้อยลง ต้องกินปลามากขึ้น ต้องไม่กินอาหารที่ร้านอาหารประเภทอาหารจานด่วน (fast food) ไม่กินเบเกอร์ชีส และเฟรนช์ฟรายส์ ต้องกินขนมปังและพาสต้าให้น้อยลง ถ้ากินน้อยลงน้ำหนักก็จะลดลง แต่พวกเขาต้องออกกำลังกายมากขึ้นด้วย ต้องเดินมากขึ้น อย่างน้อยวันละ 30 นาที ไม่ยากที่จะทำเลยใช่ไหม? กินน้อยลง เดินมากขึ้น อายุยืนขึ้นมันไม่ง่ายที่จะกินให้น้อยลงพยายามทำดูนะ มันไม่ยากเลยที่จะทำ

#36 How do Americans get their healthy food?

They must eat more fish. พวกเขาต้องกินปลามากขึ้น

โจทย์ถามว่า ชาวอเมริกันจะได้รับอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้อย่างไร

ข้อ 2 They must eat less salad. พวกเขาต้องกินสลัดให้น้อยลง
ข้อ 3 They must eat more fried egg. พวกเขาต้องกินไข่ทอดมากขึ้น
ข้อ 4 They must eat more meat than fruits. พวกเขาต้องกินเนื้อสัตว์มากกว่าผลไม้

#37 From the passage, which is true?

Americans must walk more. คนอเมริกันต้องเดินมากขึ้น

โจทย์ถามว่าจากเนื้อเรื่องข้อใดถูกต้อง

ข้อ 1 Americans must run fast. คนอเมริกันต้องวิ่งเร็วๆ
ข้อ 3 Americans must not eat meat. คนอเมริกันต้องไม่กินเนื้อ
ข้อ 4 Americans must not die young. คนอเมริกันต้องไม่เสียชีวิตเมื่ออายุน้อยๆ

#38 What is the problem of most Americans?

They are too fat. พวกเขาอ้วนเกินไป

โจทย์ถามว่า ปัญหาของคนอเมริกันส่วนมากคืออะไร

ข้อ 2 They dislike eating fast food. พวกเขาไม่ชอบกินอาหารจานด่วน
ข้อ 3 They eat a lot of vegetables.พวกเขากินผักมาก
ข้อ 4 They eat less but walk more. พวกเขากินน้อยแต่เดินมาก

#39 Opal : _______39_______

Oh, yes. John introduced us.อ๋อ ค่ะ จอห์นแนะนำให้พวกเรารู้จักกันแล้ว

จากบทสนทนา Sudjai ถาม Opal และ Paiwat ว่า “เธอสองคนเคยพบกันมาก่อนแล้วใช่ไหม” จากประโยคที่ Paiwat พูดว่า We went to see John at the same time.

“เราไปพบจอห์นพร้อมกัน” เป็นข้อมูลทำให้รู้ว่า Opal ตอบว่า “อ๋อ ค่ะ จอห์นแนะนำให้พวกเรารู้จักกันแล้ว” ซึ่งเนื้อหาการสนทนาที่สอดคล้องกัน

ข้อ 1 Is that so? อย่างนั้นเลยหรือ
ข้อ 2 I’m sorry, I don’t know. ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้
ข้อ 4 I don’t think I have ever seen him. ฉันไม่คิดว่าฉันเคยพบเขา

#40 Paiwat : _______40_______ We went to see John at the same time.

That’s right. We met in John’s office.ใช่แล้ว เราเจอกันที่ท้างานของจอห์น

จากคำอธิบายในข้อ 39 และจากตัวเลือกที่กำหนด คำพูดที่เหมาะสมที่สุด Paiwat พูดคือ “ใช่แล้ว เราเจอกันที่ทำงานของจอห์น” ซึ่งเป็นการกล่าวเสริมคำพูดของ Opal

ข้อ 1 John is our old friend. จอห์นเป็นเพื่อนเก่าของพวกเรา
ข้อ 2 It was all right. We met John. ทุกอย่างเรียบร้อยดี เราได้เจอจอห์น
ข้อ 4 John was right. He knows both of us. จอห์นพูดถูกแล้ว เขารู้จักเราทั้งคู่

#41 Your friend’s father is seriously ill. To make your friend feel better, you say: “______________”

Is there anything I can do? มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้บ้างไหม

จากโจทย์ พ่อของเพื่อนของคุณป่วยหนัก คุณควรพูดว่าอย่างไรเพื่อให้เพื่อนรู้สึกดีขึ้น จากตัวเลือกคำพูดที่เหมาะที่สุด ควรพูดว่า “มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้บ้างไหม”

ข้อ 1 Better luck next time. คราวหน้าคงโชคดีกว่านี้
ข้อ 3 Don’t worry. It’s not important. อย่ากังวลไปเลย มันไม่สำคัญหรอก
ข้อ 4 It’s no use crying over spilt milk. เป็นสำนวนที่มีความหมายเป็นภาษาไทยว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะเศร้าเสียใจกับสิ่งที่สูญเสียไปแล้ว

#42 Brian is in a restaurant and the waiter who is taking his order asks:“_____________”

What would you like to eat? คุณต้องการรับประทานอะไรดีครับ

จากโจทย์ Brian อยู่ที่ภัตตาคาร และบริกรมาขอรับรายการอาหารที่ Brian จะสั่ง โดยพูดว่า

ข้อ 2 Where would you like to sit? คุณต้องการนั่งตรงไหนครับ
ข้อ 3 Would you like more menus? คุณต้องการรายการอาหารเพิ่มไหมครับ
ข้อ 4 Would you like a table for two? คุณต้องการโต๊ะสำหรับสองคนใช่ไหมครับ

#43 Beam : ______________

I’m afraid I’m not feeling well. ขอโทษนะ ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย (I’m afraid เป็นการกล่าวปฏิเสธ หรือ แจ้งข่าวร้าย หรือ ไม่เห็นด้วย อย่างสุภาพ ดังนั้นการ
แปลเป็นภาษาไทย สามารถเลือกใช้คำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ อาจแปลว่า “ฉันเกรงว่า” “ฉันขอโทษ”)

จากบทสนทนา Som ชวน Beam ออกไปรับประทานอาหารเย็นข้างนอก จากคำพูดของ Som บรรทัดสุดท้ายที่ว่า “ฉันเข้าใจ ไว้คราวหน้าก็ได้” แสดงว่า Beam ปฏิเสธ โดยพูดว่า“ขอโทษนะ ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย”

ข้อ1 I’d love to. What time? ด้วยความยินดีเลยไปเวลาเท่าไร
ข้อ 2 Sure, that sounds great. ได้เลย ฟังดูเยี่ยมมาก
ข้อ 4 I’m afraid I can’t. How about tomorrow? ฉันเกรงว่า ฉันคงไปไม่ได้เป็นพรุ่งนี้ได้ไหม

#44 Kate: ______________ Have I ever missed a party?

Of course. I’m coming. แน่นอน ฉันจะมาจากบทสนทนา Kim พูดว่า “นี่ ฉันต้องการคำยืนยันที่แน่นอนว่าเธอจะมาคืนนี้” จาก คำพูดประโยคสุดท้ายของ Kate ที่พูดว่า “ฉันเคยพลาดงานเลี้ยงหรือไงล่ะ” แสดงว่า Kate ควรพูดตอบว่า “แน่นอน ฉันจะมา”

ข้อ 2 You really know this place. คุณรู้จักสถานที่นี้ดี
ข้อ 3 Can I take a rain check on that? ขอฉันดูฝนฟ้าก่อนนะ
ข้อ 4 I can come if I’m back by the 15th. ฉันมาได้ถ้าฉันกลับมาวันที่ 15

#45 ______________I’m in a hurry.

No, thanks. ไม่ครับ ขอบคุณ

จากบทสนทนา A พูดว่า “เต็มถังแล้วครับ มีอะไรให้ผมช่วยอีกไหมครับ” B พูดประโยคสุดท้ายว่า “ผมรีบครับ” ดังนั้น B ต้องตอบว่า “ไม่ครับ ขอบคุณ”

ข้อ 2 Yes, please. ได้เลย
ข้อ 3 Fill it up, please. ได้โปรดเติมให้หน่อย
ข้อ 4 I’ve just run out of the gas. น้้ามันฉันหมด

#46 Rearrange the following sentences into order

3-1-2-4

3. Have you ever been to a live concert? คุณเคยไปดูการแสดงดนตรี แบบแสดงสดไหม

1. Yes, I have. เคย
2. When did you go? คุณไปดูมาเมื่อไร
4. I went last year. ฉันไปเมื่อปีที่แล้ว

#47 Rearrange the following words into order

ตามหลักโครงสร้างของคำ Adj.

#48 You go to the airport to meet your friend from England. It is the first time for him to come to Thailand, you say:______________

Welcome to Thailand.ยินดีต้อนรับสู่ประเทศไทย

จากโจทย์ คุณไปสนามบินเพื่อไปพบกับเพื่อนที่มาจากประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นการมาประเทศไทยครั้งแรกสำหรับเขา คุณต้องพูดว่า “ยินดีต้อนรับสู่ประเทศไทย”

ข้อ 2 Welcome back to Thailand. ยินดีต้อนรับกลับสู่ประเทศไทย
ข้อ 3 When was your last trip to Thailand? คุณมาประเทศไทยครั้งที่แล้วเมื่อไร
ข้อ 4 Where did you stay in Thailand last year? ปีที่แล้วคุณพักที่ไหนในประเทศไทย

#49 You come to school late. When your teacher asks you why, you say:____________

I got up late this morning.เมื่อเช้านี้ผมตื่นสายครับ

จากโจทย์ คุณมาโรงเรียนสาย เมื่อครูถามหาเหตุผล คุณจะพูดว่า “เมื่อเช้านี้ผมตื่นสายครับ”

ข้อ 2 I had breakfast at seven o’clock.ผมรับประทานอาหารเช้าตอนเจ็ดนาฬิกา
ข้อ 3 I always finish my homework on time.ผมทำการบ้านเสร็จตรงเวลาเสมอ
ข้อ 4 My parents are very responsible people.พ่อแม่ผมเป็นคนมีความรับผิดชอบสูง

#50 You are asking a senior teacher at your school about your project. What would you say?

Well, have you seen my report yet? เอ่อ,คุณครูดูรายงานของผมหรือยังครับ

จากโจทย์ ที่โรงเรียนคุณกำลังถามครูเรื่องโครงงานของคุณ คุณควรพูดว่าอย่างไร “เอ่อ, คุณครูดูรายงานของผมหรือยังครับ” ความหมายประโยคนี้ดูสุภาพและเหมาะสมที่สุด

ข้อ 2 You are taking much too long to do this! คุณครูใช้เวลากับงานนี้มากเกินไปแล้วครับ
ข้อ 3 I am very upset that you haven’t done this yet! ผมผิดหวังมากที่ครูยังทำไม่เสร็จ
ข้อ 4 I know you are busy but that’s not a good excuse. ผมรู้ว่าครูยุ่ง แต่นั่นไม่ใช่ข้อแก้ตัวที่ดีนะครับ

ส่งคำตอบ