เส้นทางการเรียน Gen Z ไม่ทำงานประจำ อยากทำธุรกิจทันที!

Home / การศึกษา / เส้นทางการเรียน Gen Z ไม่ทำงานประจำ อยากทำธุรกิจทันที!

จากกระแสสังคมและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ที่หันมาให้ความสำคัญกับการมีธุรกิจเป็นของตนเองจำนวนมาก ทั้งการเริ่มต้นธุรกิจได้ตั้งแต่อายุยังน้อย หรือการสานต่อธุรกิจของครอบครัว ด้วยการขยายกลุ่มสินค้า-บริการทางเลือกใหม่ในรูปแบบที่ต่างออกไปจากผู้ใหญ่ในยุคบุกเบิก

เส้นทางการเรียน Gen Z
ไม่ทำงานประจำ อยากทำธุรกิจทันที!

วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับน้อง “ภูดิศ เลิศศันสนะ” นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาวิทยาศาสตร์อุตสาหการและการจัดการ (iSC) คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ.  และเป็นทายาทธุรกิจร้านขนม “น้อย เบเกอร์รี่” ย่านพระราม 2 ที่มุ่งสานต่อธุรกิจครอบครัว ด้วยการอาศัยความรู้พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารที่ทันสมัย มาประยุกต์ใช้ร่วมกับความรู้ด้านบริหารจัดการ ด้วยมองเห็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ขนมมีรูปแบบและความหลากหลาย ที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น จึงได้เลือกศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ที่จะช่วยสามารถต่อยอดทางความคิดโดยอิงความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ สู่การพัฒนาธุรกิจและนวัตกรรมใหม่ได้อย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งสานต่อธุรกิจของครอบครัวได้อย่างชาญฉลาด

โดยน้อง ภูดิศ เล่าว่า ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วเมื่อตอนที่ต้องเลือกศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยนั้น ส่วนตัวแล้วไม่ได้ประสบปัญหาในการเลือกคณะมากนั้น เนื่องจากมีเป้าหมายแน่วแน่ที่ต้องการศึกษาต่อในสาขาที่สามารถประยุกต์ใช้กับธุรกิจที่บ้านได้ ซึ่งเป็นธุรกิจร้านขนม “น้อย เบเกอร์รี่” ที่ก่อตั้งขึ้นเป็นเวลากว่า 37 ปี นับตั้งแต่ยุคที่เบเกอร์รี่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก และตัวเองต้องการที่จะสืบทอด และพัฒนาธุรกิจให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคปัจจุบันมากขึ้น โดยจากที่สังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคจากลูกค้าของร้านนั้นพบว่า ผู้บริโภคยุคปัจจุบันต้องการขนมที่ทานง่าย พกพาสะดวก แต่แฝงคุณประโยชน์ครบครัน ยกตัวอย่างเช่น ขนมทานแล้วขับถ่ายสะดวก หรือทานแล้วไม่อ้วน เป็นต้น ดังนั้นในช่วงแอดมิชชั่น จึงได้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้ จนพบกับโครงการปริญญาตรีภาคพิเศษ สาขาวิทยาศาสตร์อุตสาหการและการจัดการ (iSC) คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มีสาขาเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์อาหารและเทคโนโลยี

            น้อง ภูดิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อได้เข้ามาศึกษาในโครงการดังกล่าว พบว่าการเรียนการสอนจะแบ่งเนื้อหาสาระออกเป็น 2 ด้านสำคัญ คือ

1) ด้านวิทยาศาสตร์ ที่มีความเข้มข้นของเนื้อหาในภาคทฤษฎี ครอบคลุมด้านเคมี ฟิสิกส์ และชีววิทยา ควบคู่ไปกับการเน้นหนักในภาคปฏิบัติ ผ่านการทดลองใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ในแง่มุมต่างๆ โดยเน้นหลักไปที่การทดลองที่สามารถนำไปต่อยอดในเชิงธุรกิจได้ เช่น การตรวจหาสารเคมีในสิ่งแวดล้อมหรือในผลิตภัณฑ์ต่างๆ และการทดลองผสมจุลินทรีย์ลงในผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อยืดอายุหรือเพิ่มคุณค่าทางอาหาร เป็นต้น

2) ด้านบริหารจัดการทางพาณิชยศาสตร์ ที่เน้นสอนการประยุกต์ใช้ความรู้วิทยาศาสตร์สู่การต่อยอดธุรกิจ วางแผนธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค และการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับเงินทุน โดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสาขาต่างๆ และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ. รวมไปถึงอาจารย์พิเศษจากหน่วยงานภายนอกอย่าง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด และ บริษัท ไบโอเนท-เอเชีย จำกัด ที่มาร่วมสอนและแชร์ประสบการณ์ทำงานที่หลากหลาย พร้อมทั้งยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้าชมกระบวนการทำงานจริงของบริษัท

นอกจากนี้ ในรายวิชาด้านวิทยาศาสตร์อย่าง วิชาปฏิบัติการเคมี และชีววิทยาทั่วไป ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้การพัฒนาธุรกิจเบเกอร์รี่ของครอบครัว และจุดประกายแนวความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ได้ โดยจุดที่ทำให้ประทับใจ คือ ได้รู้จักคุณสมบัติของสารเคมีและจุลินทรีย์แต่ละชนิด ว่ามีประโยชน์หรือโทษอย่างไร อีกทั้งยังได้ทดลองใช้จุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติในการยืดอายุอาหารโดยไม่ต้องแช่ตู้เย็น เป็นต้น