เคล็ด (ไม่) ลับสู่ความสำเร็จ แจ๊บ – เจ สอบติดหมออันดับ 1 ของ กสพท 2560

Home / การศึกษา / เคล็ด (ไม่) ลับสู่ความสำเร็จ แจ๊บ – เจ สอบติดหมออันดับ 1 ของ กสพท 2560
กสพท 60 คณะแพทยศาสตร์ สอบติดหมอ เจ เจตะพงศ์ อินสว่าง แจ๊บ ภากร พิทักษ์กิจนุกูร โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
ผ่านไปแล้วสำหรับการประกาศผลสอบ กสพท ปี 2560 น้อง ๆ ที่สอบผ่านขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ และวันนี้ก็ได้ไปคว้าตัว 2 หนุ่มสุดเก่ง นั่นคือ “แจ๊บ ภากร พิทักษ์กิจนุกูร” ผู้คว้าที่ 1 กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย หรือ กสพท คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์วิทยาลัย กับคะแนนสูงถึง 88.37 เป็นสถิติใหม่ของคะแนนที่สูงที่สุด และอีกหนึ่งหนุ่มก็คือ “เจ เจตะพงศ์ อินสว่าง” ที่ 1 คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยคะแนน 83.517 มาเผยเทคการเรียนการสอบที่ทำให้สอบติดคณะในฝัน และติดอันดับ 1 ได้แบบนี้

เคล็ด (ไม่) ลับสู่ความสำเร็จ
แจ๊บ – เจ สอบติดหมออันดับ 1 ของ กสพท 2560

แจ๊บ ภากร พิทักษ์กิจนุกูร

หนุ่มคนแรกคือ น้องแจ๊บ ผู้คว้าที่ 1 กสพท60 คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์วิทยาลัย หนุ่มน้อยยิ้มเก่ง สนุกสนาน ลักษณะนิสัยแบบนี้ทำให้มีเพื่อนเยอะ เป็นที่รักของเพื่อนๆ ทุกคน จบโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สายวิทย์-คอม ด้วยเกรดเฉลี่ยถึง 3.7  อีกด้วย วันนี้เราได้มีโอกาสพูดคุยกับน้องแจ๊บ จึงหยิบเส้นทางการสอบ การเตรียมตัวและเคล็ดลับดีๆจากน้องแจ๊บมาฝากกันค่ะเห็นแบบนี้แล้วอย่ารอช้าไปดูเคล็ดลับพิชิตความฝันของน้องแจ๊บกันดีกว่าค่ะ

เพราะ “ครอบครัว” คือแรงบันดาลใจ

ครอบครัวของแจ๊บเป็นหมอทั้งหมดเลยครับ ซึ่งบอกได้เลยว่าคนในครอบครัวนี่แหละครับที่ทำให้แจ๊บมีวันนี้ เราเห็นทุกอย่างที่คนเป็นหมอทำจากคนในครอบครัว เห็นข้อดีของอาชีพนี้ คอยช่วยเหลือชีวิต หมอก็มีความสุข ผู้ป่วยและญาติก็มีความสุข ทำให้เราตั้งเป้าหมายตั้งแต่ม.4 ว่าเราอยากเป็นหมอ อยากทำให้คนอื่นมีความสุข

เคล็ด(ไม่)ลับ การอ่านหนังสือให้เป๊ะ

          การอ่านหนังสือไม่ควรอ่านแบบกระชั้นชิด ซึ่งแจ๊บเองเริ่มอ่านตั้งแต่ ม.5 เทอม 1แบ่งอ่านทุกวัน วันละ 4-5 ชั่วโมง หรือแบ่งเป็น 2 ชั่วโมงต่อวิชานึง เพื่อไม่ให้เราเบื่อด้วยและที่สำคัญไม่ควรหักโหมอ่านใกล้วันสอบ หรือเหลือเวลาแค่เดือนเดียวก่อนสอบ จะทำให้เครียด แล้วจะทำออกมาได้ไม่ดี

“กำลังใจ” จากตัวเองสำคัญที่สุด…

บางครั้งที่เราอ่านหนังสือเยอะๆ ก็ทำให้รู้สึกท้อและเหนื่อย บางทีก็พูดกับตัวเองว่า “อ่านเยอะแล้วนะ ทำไมไม่จบสักที” ซึ่งเชื่อว่าหลายคนก็ต้องเคยรู้สึกแบบนี้ สำหรับแจ๊บแล้วเวลาท้อก็จะไปกอดพ่อกับแม่

เพื่อขอกำลังใจ แต่สิ่งที่สำคัญคือกำลังใจจากตัวเราเองมากกว่า เพราะถ้าเราท้อแล้วล้มเลิกความตั้งใจ ไม่เอาชนะใจตัวเอง ความฝันของเราก็จะไม่สำเร็จ

“ภาษาอังกฤษ” วิชาสำคัญที่ต้องเน้น

ไม่ว่าจะเรียนสายวิทย์หรือสายศิลป์ก็ไม่ควรทิ้งภาษาอังกฤษ เพราะการสอบทุกสนามต้องใช้คะแนนภาษาอังกฤษ อย่างเช่นสอบหมอวิชาหลักก็คือ คณิตศาสตร์กับภาษาอังกฤษ เป็นวิชาที่มีเปอร์เซ็นต์เยอะที่สุด บางคนอาจจะคิดว่าภาษาอังกฤษจำยาก คำศัพท์เยอะ แต่ถ้าเราจดโน้ตคำศัพท์ที่ยากๆ หรือคำศัพท์ใหม่ๆ ไว้ แล้วเอามาท่องทบทวนเรื่อยๆ ก็จะจำได้ง่ายขึ้น หรือไม่ก็ใช้เทคนิคจำคำศัพท์เป็นเพลง (Memolody) ของครูพี่แนน รับรองว่าความน่าเบื่อและความยากจะหายไปแน่นอนครับ

เจ เจตะพงศ์ อินสว่าง

หนุ่มคนที่ 2 คือ น้องเจ เจตะพงศ์ อินสว่าง ที่ 1 คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล จากรั้วโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยหนุ่มหน้ามล คนพูดน้อย แต่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจอย่างเต็มที่ไปดูเคล็ดลับดี ๆ จากน้องเจกันเลยดีกว่า

“ความสุข” คือ การได้ช่วยเหลือคน

ผมอยากเป็นหมอเพราะอยากช่วยเหลือคนครับ คิดว่าอาชีพหมอเราสามารถทำให้คนที่เจ็บป่วย หายจากความทรมานได้ ทำให้เขามีรอยยิ้ม การที่เราได้ช่วยเหลือคนทุกวันมันก็คือความสุขของผมแล้วครับ บางคนคิดว่าอยากเป็นหมอเพราะเงินเดือนสูงหรือเปล่า ซึ่งบอกได้เลยว่าสำหรับผมตัดเรื่องเงินออกไปได้เลยครับ เพราะอาชีพหมอได้เงินเยอะก็จริงแต่ก็ต้องแลกด้วยเวลาและความสุขส่วนตัว

(เกือบ)ติดเกมส์จนไม่ได้อ่านหนังสือ

          ประมาณม.4เวลาว่างหลังจากอ่านหนังสือผมก็จะเล่นเกมส์ออนไลน์ครับ ชื่อว่า Overwatchเป็นการแบ่งฝ่ายไล่ยิงเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตัวเกมกำหนด โดยชัยชนะของทีมคือชัยชนะของเรา ซึ่งการรักษาหน้าที่ของตนเองจึงสำคัญมากช่วงนั้นเล่นเกมส์ทุกวัน จนไม่อยากอ่านหนังสือ แล้วมีอยู่วันนึงเราเป็นฝ่ายชนะ เพราะเรามีเป้าหมายในเกมส์ที่ชัดเจน มันทำให้เราหันมามองตัวเองว่า ในชีวิตจริงเราก็ต้องมีเป้าหมายชัดเจนเหมือนกัน คืออยากจะเป็นหมอ คอยช่วยเหลือคนอื่น แล้วทำไมถึงไม่ทำตามเป้าหมายให้สำเร็จ หลังจากวันนั้นก็กลับมาอ่านหนังสือย่างจริงจังครับช่วงม.5 กับ ม.6 ผมก็ไม่ค่อยได้เล่น เพราะกิจกรรมเยอะ และเอาเวลามาทุ่มเทกับการเรียน การอ่านหนังสือมากกว่าครับ

“เกมส์” ตัวช่วยการวางแผนในชีวิตจริง

ผมคิดว่าการเล่นเกมส์ไม่ได้มีแต่ข้อเสียนะครับ การเล่นเกมส์สามารถทำให้เรากล้าตัดสินใจ กล้าที่จะลองผิดลองถูกครับอย่างเกมส์Overwatchที่ผมเล่น จะเป็นการวางแผนเพื่อให้เราเอาชนะคนอื่นให้ได้

ซึ่งผมก็นำมาใช้ในการวางแผนเรื่องการเรียน การอ่านหนังสือ ทำให้เรามีระเบียบมากขึ้น บางคนอาจจะไม่ได้เล่นนี้ แต่ผมเชื่อว่าเกมส์อื่นก็จะมีสิ่งดีๆ อยู่ในนั้นครับ

อย่าคิดว่า “ภาษาอังกฤษ” ไม่สำคัญ

          เด็กสายวิทย์บางคนทิ้งภาษาอังกฤษ ซึ่งส่วนตัวผมคิดว่าภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่สำคัญมากอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่ในการสอบ แต่ในชีวิตประจำวันเราก็ต้องใช้ แต่ถ้าเราทิ้งไปตอนนี้ในอนาคตเราก็ต้องเจออยู่ดี เช่น ถ้าผมเป็นหมอ ผมก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการอ่าน Text Book หรือคุยกับคนไข้ต่างชาติเป็นภาษาอังกฤษ แต่ไม่ใช่ว่าอาชีพหมออย่างเดียวที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษนะครับ ทุกอาชีพก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษเช่นกันครับ เอาจริง ๆ ผมก็ไม่ค่อยชอบภาษาอังกฤษนะครับเป็นคนไม่เก่งวิชานี้ แต่เน้นทำเรื่อย ๆ ตั้งแต่ม.4 ใช้ความพยายามเพื่อจะไปสู่เป้าหมายของเรา ผมจะท่องคำศัพท์ทุกวัน โดยใช้ตัวช่วยเช่นพวกเทคนิคการจำศัพท์จากเพลง จากภาพ Memologicหรือพวกแกรมม่าก็ควรเรียนแบบเป็นระบบจะทำให้เราเอาไปใช้งานได้ง่ายขึ้นเมื่อเรียนเสร็จก็จด Short note เพื่อไว้อ่านภายหลัง ทำให้การเรียนภาษาอังกฤษดีขึ้นครับ

ฝากเคล็ดลับฉบับน้องเจให้กับน้องๆ ที่อยากประสบความสำเร็จ

          อยากให้น้อง ๆ ตั้งเป้าตัวเองให้ชัดเจนว่าอยากเป็นอะไร แล้วดูว่าคณะที่เราจะเข้าต้องใช้คะแนนอะไรบ้าง แล้วรีบเตรียมตัวในการอ่านวิชานั้น ๆ ยิ่งเราเตรียมตัวเร็วก็จะทำให้อ่านหนังสือได้หลายวิชา ครบถ้วน ไม่หลุดเนื้อหาที่สำคัญ ถ้าเริ่มอ่านใกล้ๆ สอบเราจะเครียด อ่านไม่ทัน จะส่งผลให้เราทำข้อสอบไม่ได้ครับ

ข้อมูลและภาพจาก Enconcept