11 โรงเรียนวัดชื่อดัง ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปีในประเทศไทย

Home / การศึกษา / 11 โรงเรียนวัดชื่อดัง ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปีในประเทศไทย

อย่างที่เราทราบกันว่า ประเทศไทยในสมัยก่อน นิยมส่งลูกหลานไปเป็นลูกศิษย์พระที่วัด การตั้งโรงเรียนในวัด จึงเป็นการปลูกฝังให้ราษฎรส่งบุตรหลานของตน เข้ามาเรียนหนังสือ

makhanna

จากนั้นจึงเริ่มมีการก่อตั้งเป็นโรงเรียน โดยเริ่มขึ้นตั้งแต่สมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๔ มาจนถึงปัจจุบัน และทราบไหมว่ามีโรงเรียนวัดใดบ้างที่มีชื่อเสียง และมีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปีในประเทศไทย ถ้าอยากรู้แล้ว มาติดตามพร้อมๆ กันเลยค่ะ

โรงเรียนวัดที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี

%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1

1. โรงเรียนวัดมหรรณพาราม

ตั้งอยู่ ถนนตะนาว แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร

ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชปรารภให้จัดตั้งโรงเรียนขึ้นหลายแห่ง แต่ ส่วนใหญ่จะเป็นโรงเรียนสำหรับราชนิกูลหรือบุตรหลานของข้าราชการ พระองค์จึงได้ทรงโปรดฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร ตั้งโรงเรียนหลวงขึ้น เพื่อให้บุตรหลานของเหล่าราษฎรได้เล่าเรียน

ในปี 2427 ที่ได้ มีการตั้งโรงเรียนเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ โรงเรียนหลวง สำหรับราษฎร ขึ้นตามวัดหลายแห่งทั้งในพระนคร และตามหัวเมืองสำคัญ ๆ ดังนั้น โรงเรียนหลวงสำหรับราษฎรแห่งแรกจึงถือกำเนิดขึ้น ที่กรุงเทพฯ นี่เอง ณ วัดมหรรณพาราม ถนนตะนาว ตำบลเสาชิงช้า อำเภอพระนคร โรงเรียนหลวงสำหรับราษฎร แห่งแรกนี้ ก็คือ “โรงเรียนวัดมหรรณพาราม” เดิมชื่อ “โรงเรียนวัดมหรรณพ์” โดยเปิดสอนในระดับชั้นอนุบาลถึงระดับชั้นประถมศึกษาแบบสหศึกษา

ข้อมูลและภาพ wikipedia โรงเรียนวัดมหรรณพ์, FB โรงเรียนวัดมหรรณพาราม ในพระราชูปถัมภ์ฯ เขตพระนคร กทม.

%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98

2. โรงเรียนวัดราชบพิธ

ตั้งอยู่ ถนนสนามไชย เขตพระนคร โรงเรียนวัดราชบพิธได้ถือกำเนิดขึ้นมาจากโรงเรียนสอนภาษาไทยในยุคต้นของการจัดการศึกษาในระบบโรงเรียนของไทย ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในครั้งนั้น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ได้ทรงทำความตกลงกับกรมศึกษาธิการ แต่ครั้งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงดำรงตำแหน่งอธิบดี จัดตั้งโรงเรียนวัดราชบพิธขึ้นเมื่อ ปีพุทธศักราช 2428

270px-rb011
อาคารเรียนยุคเริ่มแรกตั้งอยู่รายรอบในเขตพุทธาวาส

เมื่อครั้งแรกตั้งโรงเรียนนั้น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร ได้ทรงอนุญาตใช้ชั้นบนของตึกศาลาการเปรียญ ข้างสระน้ำด้านถนนเฟื่องนครซึ่งใช้เป็น “ภัณฑาคาร” สำหรับเก็บรักษาถาวรวัตถุของสงฆ์ เป็นสถานที่เล่าเรียนโดยมิต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด มีนายกวี ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นขุนสุทรลิขิต เป็นครูใหญ่คนแรก

SANYO DIGITAL CAMERA
สมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถระ) ทรงสอนนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 6 พ.ศ. 2472

ในพ.ศ. 2478 สมเด็จพระสังฆราชเจ้าก็ได้ทรงประทานทุนส่วนพระองค์สร้างตึกสัมฤทธิ์วิทยาการให้เป็นที่เล่าเรียนอีก 1 หลัง ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการยกฐานะโรงเรียนเดิมให้เป็นมัธยมตอนต้น โรงเรียนวัดราชบพิธจึงเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนมัธยมวัดราชบพิธ”

ครั้นต่อมาโรงเรียนมัธยมวัดราชบพิธได้เจริญมาโดยลำดับจวบจนกระทั่งสถานที่ที่มีอยู่มีความคับแคบ ต้องมีการจัดเรียนเป็น 2 ผลัด (เช้า – บ่าย) แยกบางส่วนไปเรียนในบริเวณวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร พร้อม ๆ กับการขาดหายไปของคำว่า “มัธยม” ในนามโรงเรียนจนกลายเป็น “โรงเรียนวัดราชบพิธ” ในปัจจุบัน

ข้อมูลและภาพ wikipedia โรงเรียนวัดราชบพิธ, FB โรงเรียนวัดราชบพิธ (Wat Rajabopit School)

%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%a8

3. โรงเรียนวัดนวลนรดิศ

ตั้งอยู่บริเวณวัดนวลนรดิศ เลขที่ 137 ซอยเพชรเกษม 19 เขตภาษีเจริญ เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ เดิมเป็นประเภทนักเรียนชายล้วน ปัจจุบันเป็นประเภทสหศึกษา โรงเรียนวัดนวลนรดิศเปิดทำการสอนเมื่อ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2433 ปีแรกมีนักเรียน 9 คน ใช้ศาลาการเปรียญและกุฏิเป็นที่เรียน มีพระเดชพระคุณพระสาสนานุรักษ์อดีตเจ้าอาวาสวัดนวลนรดิศ เป็นผู้ทำการสอนและมีครูช่วยอีก 2 คน คือ ครูหวาดและครูแก้ว สาลิคุปต์

ข้อมูลและภาพ wikipedia โรงเรียนวัดนวลนรดิศ, FB โรงเรียนวัดนวลนรดิศ

%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99
ตึกมนุษยนาควิทยาทาน

4. โรงเรียนวัดบวรนิเวศ

ตั้งอยู่ถนนพระสุเมรุ เขตพระนคร โรงเรียนวัดบวรนิเวศเป็นส่วนหนึ่งของมหามกุฏราชวิทยาลัย โดยมีพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส ทรงเป็นผู้จัดการพระองค์แรก ต่อมาการเรียนการสอนในโรงเรียน ได้ขยายตัวกว้างขวางออกไปตามลำดับ ในปีพุทธศักราช 2442 (ร.ศ.๑๑๗) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์ให้ขยายการศึกษาให้แพร่หลายไปทั่วประเทศ จึงโปรดเกล้าฯ ให้นำหลักสูตรและวิธีการสอนที่ใช้ในโรงเรียนวัดบวรนิเวศ ไปใช้สอนตามโรงเรียน ต่างๆ ทั่วประเทศ จึงถือได้ว่าโรงเรียนวัดบวรนิเวศเป็นโรงเรียนสาธิตในการใช้หลักสูตร เป็นแห่งแรกของประเทศไทย

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดสร้างตึกมนุษยนาควิทยาทาน เพื่อเป็นที่ระลึกให้แก่ พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นวชิรญาณวโรรส ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๗ โดยหลวงสาโรชรัตนนิมานก์ เป็นสถาปนิก โดยตึกมนุษยนาควิทยาทาน ใช้เป็นสถานที่สำหรับการเรียนการสอนของนักเรียนโรงเรียนวัดบวรนิเวศ และโรงเรียนฝึกหัดครูวัดบวรนิเวศ

ข้อมูลและภาพ wikipedia โรงเรียนวัดบวรนิเวศ

528110_369683423097036_1745133196_n
๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๕ วันคล้ายวันสถาปนา โรงเรียนวัดทรงธรรม ครบรอบ ๑๑๗ ปี

5. โรงเรียนวัดทรงธรรม

ตั้งอยู่ถนนเพชรหึงษ์ อ. พระประแดง จ. สมุทรปราการ

  • พ.ศ. 2429 โรงเรียนวัดทรงธรรม เดิมใช้ชื่อว่า “โรงเรียนเมืองนครเขื่อนขันธ์”
  • พ.ศ. 2438 เจ้าพระคุณอุดมวิจารณ์ (พระใบฎีกากลั่น สีละเตชะ หรือ กลั่น นพคุณ) ได้จัดการพัฒนาการศึกษาจากเดิมเรียนที่กุฏิล่าง ของท่านพระครูปิฎกธร (แทน จันทรังสี) เข้ามาสู่ระบบโรงเรียน โดยตั้งโรงเรียนรัฐบาลบริเวณที่ดินของวัดทรงธรรมวรวิหาร โดยท่านเจ้าพระคุณอุดมญาณ เจ้าอาวาสวัดทรงธรรมวรวิหารได้ทำหนังสือยื่นต่อท่านขุนประพจน์ เนติประวัตร นายเวรการโรงเรียน ขอนำความกราบบังคมทูลพระเจ้าลูกเธอฯ อธิบดีกรมศึกษาธิการ ทรงทราบเป็นโรงเรียนเชลยศักดิ์เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2438 (ร.ศ. 114) โดยมเจ้าพระคุณอุดมวิจารณ์ เป็นครูคนแรกของโรงเรียนเมืองนครเขื่อนขันธ์
  • พ.ศ. 2463 โรงเรียนเมืองนครเขื่อนขันธ์ ได้เริ่มก่อสร้างเรือนนาคณรงค์สงเคราะห์ เรือนเรียนหลังแรกของโรงเรียนเมืองนครเขื่อนขันธ์ โดยมีพระยานาคราชกำแหงประแดงบุรีนายก (แจ้ง คชเสนี) และพระยาณรงค์ฤทธี เป็นแม่กองในการสร้างเรือนเรียนหลังนี้
  • พ.ศ. 2475 โรงเรียนเมืองนครเขื่อนขันธ์ ได้เปิดการเรียนการสอนขยายถึงชั้นมัธยมศึกษา และได้มีฐานะเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดพระประแดง เปิดสอนนักเรียน ชาย-หญิง ต่อมาแยกชั้นประถมศึกษาออกไปเหลือเฉพาะชั้นมัธยมศึกษา มีชื่อว่า “โรงเรียนมัธยมวัดทรงธรรม”
  • พ.ศ. 2478 โรงเรียนมัธยมวัดทรงธรรม ได้เปิดสอนแผนก พณิชยกรรม และยกเลิกเมื่อ พ.ศ. 2481
  • พ.ศ. 2481 โรงเรียนมัธยมวัดทรงธรรม ได้แยกนักเรียนหญิงไปเรียนที่กองโรงเรียนทหารเรือที่ 3 ตั้งเป็น “โรงเรียนมัธยมวัดทรงธรรม แผนกสตรี” และปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนวิสุทธิกษัตริย์”
  • พ.ศ. 2494 โรงเรียนมัธยมวัดทรงธรรม ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนวัดทรงธรรม” จนมาถึงปัจจุบัน
  • พ.ศ. 2517 กรมสามัญศึกษา ได้ทดลองเปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาที่วัดบางน้ำผึ้งใน โดยให้โรงเรียนวัดทรงธรรมเป็นแม่ข่ายให้ความช่วยเหลือโดยรับนักเรียนชาย-หญิง
  • พ.ศ. 2520 โรงเรียนวัดทรงธรรม ได้รับอนุมัติให้เปิดทำการการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย แบบสหศึกษา
  • พ.ศ. 2553 โรงเรียนวัดทรงธรรม ได้รับให้เป็น “โรงเรียนมาตรฐานสากล”

ข้อมูลและภาพ wikipedia โรงเรียนวัดทรงธรรม, FB Wat Songtham

%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2
อาคารเรียนโรงเรียนวัดสระเกศ “เรือนศรียาภัย” พ.ศ. 2441

6. โรงเรียนวัดสระเกศ

ตั้งอยู่ถนนจักรพรรดิพงษ์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ตอนเปิดสอนครั้งแรกใช้ศาลาการเปรียญของวัดเป็นอาคารเรียน แต่ไม่มีบันทึกไว้ว่าเริ่มต้นเมื่อใด ต่อมามีการพบหลักฐานที่บันทึกในสมุดจดหมายเหตุรายวัน พ.ศ. 2441 จึงมีการถือว่าปีนี้เป็นปีเริ่มต้น เดิมมีอาคารเรียนเป็นไม้จำนวน 4 หลังคือ เรือนหลังเตี้ย, เรือนศรียาภัย, เรือนพงษ์พวงและบุตรอุทิศ, และเรือนประพฤทธิ์

%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c
เรือนประพฤทธิ์

ในช่วงแรกมีชื่อว่า โรงเรียนประถมอนุกรมวิทยาคาร เปิดสอนระดับประถมศึกษา ต่อมาเลิกสอนระดับประถมศึกษา แต่สอนระดับมัธยมศึกษาแทน และได้เปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนมัธยมวัดสระเกศ ภายหลังจึงกลายเป็น โรงเรียนวัดสระเกศ ถึงปัจจุบัน

ข้อมูลและภาพ wikipedia โรงเรียนวัดสระเกศ

%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2

7. โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม

ตั้งอยู่ ถนนพิบูลสงคราม จังหวัดนนทบุรี โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม แต่เดิมนั้นกำเนิดจากการที่บิดามารดากุลบุตร มาฝากเป็นศิษย์วัดเขมาภิรตาราม กินอยู่หลับนอนที่วัดเพื่อการศึกษาเล่าเรียนกับพระ มีเจ้าอาวาสเป็นผู้ดูแลคล้ายกับครูใหญ่ พระลูกวัดเป็นครูน้อย วิชาที่สอนมี ภาษาไทย ภาษาขอม การอ่าน การเขียน การคัดลายมือ วิชาศีลธรรม วิชาพุทธศาสตร์ ประวัติศาสตร์พงศาวดารไทย จากความรู้และประสบการณ์ของพระผู้สอน

การเรียนการสอนดำเนินมาจนถึง พ.ศ. 2443 ท่านเจ้าคุณพระวินัยรักขิต (คง ปัญญาทีโป) เป็นเจ้าอาวาสวัดเขมาภิรตาราม ท่านมีความประสงค์จะส่งเสริมการศึกษาของกุลบุตรให้เจริญยิ่งขึ้น ประจวบกันเป็นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยายการศึกษาออกไปยังหัวเมือง มีการตั้งโรงเรียนหลวงหรือโรงเรียนรัฐบาลในหัวเมืองหลายแห่ง โดยมีกรมศึกษาธิการในสมัยนั้นเป็นผู้ดำเนินการตามพระราชประสงค์ ท่านเจ้าคุณพระวินัยรักขิต เห็นว่ากุลบุตรที่นิยมศึกษาเข้าเรียนในโรงเรียนวัดเขมาภิรตารามมากขึ้นเรื่อยๆ ควรจะดำเนินการขอจัดตั้งโรงเรียนหลวงขึ้น จึงได้ติดต่อกรมศึกษาธิการให้ตั้งโรงเรียนหลวงขึ้นที่วัดเขมาภิรตาราม พ.ศ. 2450 กรมการศึกษาธิการอนุญาตให้ตั้งโรงเรียนหลวงขึ้นที่วัดเขมาภิรตาราม ให้ชื่อว่า “โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม” มีฆราวาสเข้ามาเป็นครูสอน เป็นโรงเรียนประเภทสหศึกษา (ในยุคเริ่มต้น) โดยมีท่านเจ้าคุณพระวินัยรักขิตอุปการะโรงเรียน

ข้อมูลและภาพ wikipedia โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม

%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97
ภาพถ่ายเก่าอาคารพระพุทธเจ้าหลวง ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน

8. โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร

ตั้งอยู่ในบริเวณวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เขตดุสิต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริว่า วัดเบญจมบพิตรตั้งอยู่ห่างไกล บรรดาศิษย์วัดซึ่งต้องอุปฐากรับใช้ภิกษุสามเณร ไม่สะดวกที่จะเดินทางไปเล่าเรียนที่ห่างไกล จึงมีพระราชประสงค์ให้สร้างขึ้นเพื่อ “สอนศิษย์ซึ่งเป็นคฤหัสถ์” พระราชทานกำเนิดเมื่อ ร.ศ.119 (พ.ศ. 2443) ในชั้นต้นที่อาคารชั่วคราวหลังมุงจากใช้เสื่อลำแพนกั้นเป็นประตูและหน้าต่างเพียงหลังเดียว พระองค์ทรงกำหนดหลักสูตรแนวการสอนด้วยพระองค์เอง และเปิดสอนตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2444 มีนักเรียน 40 คน เป็นโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์โดยตรง ไม่ขึ้นตรงต่อกระทรวงธรรมการสมัยนั้น

หลังจากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระบรมวงศานุวงศ์ ชั้นผู้ใหญ่และเสนาบดีกระทรวงธรรมการ ร่วมกันวางแผนปรับปรุงโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร อาทิเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล)จัดทำหลักสูตรโรงเรียนตามพระราชดำริ ที่สำคัญยิ่งก็คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างอาคารถาวรซึ่ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นผู้ทรงออกแบบก่อสร้างเป็นตึกทรงยุโรป ขณะที่พระองค์เสด็จประพาสยุโรปนั้นได้โปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถเสด็จมาทรงควบคุมแทนพระองค์ และพระราชทานนามจารึกที่หน้าบันมุขกลางว่า “โรงเรียนเบญจมบพิตร สร้าง รัตนโกสินทรศก ๑๒๑” เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน รัตนโกสินทรศก 121 ตรงกับ วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2445 แล้วได้โปรดเกล้าฯให้นักเรียนขึ้นเรียนบนอาคารถาวรหลังใหม่หลังจากฉลองอาคารแล้ว ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน 2447 เป็นต้นมา

แล้วต่อมาทางการได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนจาก “โรงเรียนเบญจมบพิตร” เป็น “โรงเรียนมัธยมเบญจมบพิตร” เป็น “โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร” ตามลำดับ และสุดท้ายทางการได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น “โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร” ในปัจจุบัน ส่วนชื่อ “โรงเรียนเบญจมบพิตร ได้นำไปใช้กับ โรงเรียนประถม”
โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร เป็นโรงเรียนแรกของประเทศไทยที่ชื่อขึ้นต้นว่า “เบญจม” และเป็นโรงเรียนเดี่ยวที่ขึ้นต้น “เบญจม” ที่ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า “เบญจมบพิตร” ซึ่งต่างจากโรงเรียนอื่นๆที่ขึ้นต้นว่า “เบญจม” ที่ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

800px-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9a-%e0%b8%9a-%e0%b8%aa
เครื่องแบบนักเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตรสมัยก่อน

ข้อมูลและภาพ wikipedia โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร

%e0%b8%95%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1
ตึกไชยันต์หลังเก่า ประมาณ พ.ศ. 2508-2509

9. โรงเรียนวัดราชาธิวาส

ตั้งอยู่ที่ ซอยสามเสน 9 เขตดุสิต โรงเรียนวัดราชาธิวาสสถาปนาเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2446 พระครูปลัดพิพัฒน์พรหมจริยคุณ รองเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสขณะนั้น ในลักษณะอาคารเรียนชั่วคราวและได้มีการก่อสร้างเป็นอาคารเรียนถาวร ในลำดับต่อมา คือ ตึกไชยันต์ 2462 และตึกสามพี่น้อง โดยทุนทรัพย์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าไชยันตมงคล กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย (พระโอรสของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) และหม่อมเจ้าหญิงสุภางค์พักตร์ ไชยันต์ ภายหลังได้งบประมาณจากกระทรวงศึกษาธิการให้สร้างตึกวาสุกรี ตึกสมอรายขึ้นเพิ่มเติมและสร้างตึกสามพี่น้อง ตึกไชยันต์ของใหม่ แทนของเก่าที่ทรุดโทรม ปัจจุบันโรงเรียนวัดราชาธิวาสมี 4 อาคารเรียน โรงเรียนได้เปิดสอนเฉพาะนักเรียนชายทั้งมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายมาจนถึงปี พ.ศ. 2538 จึงได้เริ่มเปิดรับนักเรียนหญิงตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ

ข้อมูลและภาพ wikipedia โรงเรียนวัดราชาธิวาส

%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1

10. โรงเรียนวัดสุทธิวราราม

ตั้งอยู่ถนนเจริญกรุง เขตสาทร เป็นโรงเรียนแรกในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ราษฎรสร้างขึ้นแล้วยกให้กระทรวงธรรมการ โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ถูกสถาปนาขึ้นบนธรณีสงฆ์ของบริเวณที่เดิมเรียกว่าวัดลาว เนื่องจากเดิมวัดลาวนี้เป็นวัดร้าง ในพ.ศ. 2424 ท่านผู้หญิงสุทธิ์ มารดาของท่านปั้น ภรรยาเจ้าพระยาวิเชียรคีรี (เม่น ณ สงขลา) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลา ลำดับที่ 6 ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สร้างวัดลาวขึ้นใหม่และหลังจากได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามวัดนี้ว่า “วัดสุทธิวราราม” ตามนามของท่านผู้หญิงสุทธิ

ภายหลังวัดนี้ทรุดโทรมลง ท่านปั้นมีกตัญญูระลึกถึงคุณบิดามารดา และเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาได้ปฏิสังขรณ์ก่อสร้างขึ้นบริบูรณ์ในพ.ศ. 2442 และได้เป็นผู้อุปถัมภ์วัดสุทธิวราราม ต่อมา พระศิริศาสตร์ประสิทธิ์ ได้เป็นผู้นำในการปรึกษาเรื่องดังกล่าวกับกรมศึกษาธิการ กระทรวงธรรมการ ซึ่งได้ให้ความร่วมมือในการออกแบบก่อสร้างอาคารตามแบบที่เหมาะสม และได้เป็นผู้อุปการะโรงเรียนต่อมาอีกด้วย โรงเรียนดังกล่าวซึ่งกรมศึกษาธิการรับไว้เรียกชื่อว่า “‘โรงเรียนมัธยมพิเศษสุทธิวราราม”‘ เริ่มเปิดทำการสอนในวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 เป็นวันแรก โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาทรงกระทำพิธีเปิด ขณะนั้นหลวงวิจิตรวรสาสน์ เป็นอาจารย์ใหญ่

ข้อมูลและภาพ wikipedia โรงเรียนวัดสุทธิวราราม, FB โรงเรียนวัดสุทธิวราราม

%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%86%e0%b8%b1%e0%b8%87

11. โรงเรียนสตรีวัดระฆัง

ตั้งอยู่ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2457

โรงเรียนสตรีวัดระฆัง สถานที่แต่เดิมกระทรวงทหารเรือ ได้รับอนุญาตจากวัดให้สร้างอาคารไม้จำนวน 3 หลัง เป็นโรงพยาบาลทหารเรือชั่วคราว เมื่อกระทรวงทหารเรือสร้างโรงพยาบาลทหารเรือถาวรที่ปากคลองมอญเรียบร้อยแล้ว จึงยกอาคารเดิมให้แก่วัด และ ได้รายงานไปยังกระทรวงธรรมการ ในครั้งนั้นขุนวรเวทย์พิสิฐเป็นพนักงานจัดการแขวงตะวันตกเฉียงเหนือ เห็นชอบด้วยในการจัดตั้งโรงเรียนสตรีของรัฐบาลขึ้นในสถานที่แห่งนี้ จึงได้นำความกราบเรียนท่านเจ้ากรมศึกษาธิการและได้กราบเรียนท่านเจ้าอาวาสวัดระฆังฯ เจ้าคุณพระพิมลธรรม ( สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ) ท่านเจ้าอาวาสเห็นชอบด้วย อนุญาตให้ใช้อาคารและสถานที่ เป็นโรงเรียนสตรี กระทรวงธรรมการ จึงได้แล้วจึงประกอบพิธีทางศาสนา เปิดโรงเรียนเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2457 จึงถือว่าวันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นวันสถาปนาโรงเรียน

ประธานในพิธีคือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร เมื่อครั้งดำรงพระยศเป็นพระเจ้าน้องยาเธอพระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ผู้แทนเจ้ากรมศึกษาธิการ มีนางธนากรภักดี ( สว่าง อมรสิงห์ ) เป็นครูใหญ่คนแรก มีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 75 คน พ.ศ. 2463 เปิดสอนจนถึงชั้นม. 6 และเปิดสอนชั้นเตรียมอุดมศึกษา ปีที่ 1 แผนกอักษรศาสตร์และแผนกวิทยาศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2489

ข้อมูลและภาพ wikipedia โรงเรียนสตรีวัดระฆัง