I hate you I love you ดาราวัยรุ่น ภาพยนตร์แสงกระสือ เคล็บลับ เทคนิคการเรียน เรื่องน่ารู้ แสงกระสือ โอบ ฮอร์โมน โอบ โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์

โอบ โอบนิธิ หนุ่มวัยรุ่นที่มีความคิดและเทคนิคการเรียนน่าสนใจมาก

Home / การศึกษา / โอบ โอบนิธิ หนุ่มวัยรุ่นที่มีความคิดและเทคนิคการเรียนน่าสนใจมาก

หนุ่มโอบ โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์  หรือที่เราจำเขาได้จากบท “แจ็ค” หนุ่มแก๊งค์ไฝว์ ในฮอร์โมน นั้นเอง วันนี้ทีนเอ็มไทยได้มีโอกาสพาหนุ่มโอบมานั่งสัมภาษณ์ จากงาน Key to Success กุญแจสู่ความสำเร็จ โดยเอ็นคอนเส็ปท์ เพื่อเจาะลึกเรื่องต่างๆ ของเขา ทั้ง เทคนิคการเรียน, การเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ เอกธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, การเรียนโรงเรียนที่ต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดเขาได้เผยความคิดที่ดีให้กับน้องๆ ได้เป็นแบบอย่างอีกด้วย แต่จะดีแบบไหน ถ้าอย่างรู้ เราไปติดตามกันเลยค่ะ

dsc08784

โอบ โอบนิธิ
เผยเทคนิคการเรียนที่น่าสนใจ

ชื่อ : โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์

ชื่อเล่น : โอบ

วันเกิด : 2 สิงหาคม 2537

การศึกษา : คณะเศรษฐศาสตร์ เอกธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีที่ 4

-ช่วยเล่าถึงการเรียนคณะนี้หน่อยเป็นอย่างไรบ้าง

หลายคนอาจจะบอกว่าการเรียนเศรษฐศาสตร์เป็นเรื่องยาก ซึ่งมันก็ยากจริงๆ ครับ แต่ก็อยากจะบอกว่า มันเป็นเรื่องของการวิเคราะห์ ตอบคำถาม และการตีความมากกว่า มันเลยทำให้วิชานี้ดูยาก

dsc08772

-ทำไมถึงเลือกวิชานี้

ผมว่ามันมีความน่าสนใจ อย่างสมมติเวลาที่เราได้รับโจทย์มา เราจะสามารถนำวิธีไหนมาแก้ปัญหาข้อนี้ดี ซึ่งสิ่งๆ นี้ผมว่ามันท้าทายดี

-อยากรู้ว่าการเรียนเศรษฐศาสตร์เนี่ย เป็นความตั้งใจแต่แรกเลยไหม

เอาจริงๆ ตอนแรก ช่วงม.ปลาย ผมอยากเรียนหมอ และก็เปลี่ยนมาเป็นบัญชี พอสอบบัญชีไม่ติด ก็อยากได้เป็นทางเศรษฐศาสตร์ เพราะว่าผมเคยเรียนเศรษฐศาสตร์ ตอนวิชาสังคมช่วงม.ปลาย ผมรู้สึกว่ามันน่าสนใจ ชอบ

-หลังเรียนจบ ถ้าไม่ได้ทำอาชีพการแสดง เราอยากทำอะไร

สำหรับผม ผมไม่ได้มีความคิดว่าอยากนั่งอยู่หน้าคอม ทำงานในออฟฟิตแบบนั้น แต่ผมอยากเปิดธุรกิจใหม่ๆ ที่ผมบริหาร เพราะผมเป็นคนที่ชอบบริหารด้วยตัวเอง เอาจริงๆ ผมก็ยังอยากทำงานด้านการแสดง ผมว่ามันสนุกและได้พัฒนาไปเรื่อยๆ ครับ

dsc08775

-เรียนป.ตรี คณะเศรษฐศาสตร์แล้ว เราอยากต่อป.โท ต่อเลยไหม

อันนั้นน่าจะเป็นอีกแพลนนึงครับ เพราะว่าผมอยากลองไปศึกษาอะไรต่างๆ ดู ตอนนี้มันยังไม่แน่ชัดว่า เราอยากศึกษาต่อไปทางด้านอะไร แต่ถ้าถามว่าอยากเรียนต่อไหม ก็อยากเรียนต่อ แต่ตอนนี้อยากมองอนาคตใกล้ๆ ว่าเราอยากทำอะไร ตอนนี้อยากทำอะไรให้ประสบความสำเร็จมากกว่า

-วิธีการแบ่งเวลาเรียน

อย่างแรกเลยนะครับ ผมจะพยายามรับงานที่ไม่ตรงเวลาเรียนมากที่สุด หรือว่าถ้าตรงจริงๆ ก็อย่างเช่น ถ้ามีงานเช้า ก็จะขอไปเรียนบ่าย ถ้ามีงานบ่ายก็จะขอไปเรียนเช้า ก่อนที่จะไปทำงาน แต่ถ้าวันไหนที่มันต้องขาดทั้งวันจริงๆ ก็อาจจะให้เพื่อนอัดคลิปเสียงไว้ให้ แล้วก็ขอจดเลคเชอร์จากเพื่อน และก็ไม่ลืมที่จะทบทวนบทเรียนอีกครั้ง

-ดูๆ แล้วเราชอบเรียนเลขมากกว่า ภาษา หรือเปล่า

ใช่ครับ ผมเป็นคนชอบเรียนเลขครับ ชอบวิชาคำนวณ

-เทคนิคการเรียนส่วนตัวของหนุ่มโอบ

ผมพยายามมีสมาธิกับการเรียนในห้องมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามจดทุกคำพูดของอาจารย์ เพราะว่าอย่างน้อยบางคำพูด เวลาที่เรากลับมานั่งฟังคลิปเสียงย้อนอีกครั้ง จะทำให้เราเข้าใจอะไรได้ง่ายมากขึ้น

-วิธีขจัดความเครียด

ผมเป็นคนที่ชอบออกกำลังกาย อย่างว่ายน้ำ ตีเทนนิส เตะบอล และเข้าฟิตเนส สำหรับความเครียดผมคิดว่า มันเกิดจากการที่เราโฟกัสเรื่องๆ หนึ่งเยอะมากเกินไป ถ้าสมมติว่าเราออกจากจุดๆ จุดนั้นมาแล้ว เราไปทำอย่างอื่นที่เป็นการเปลี่ยนโฟกัสใหม่ น่าจะทำให้ดีขึ้นได้

-เวลาว่าง

ผมชอบนอนครับ (หัวเราะ) เพราะอยากนอนอย่างต่ำ 8 ชั่วโมง แต่ถ้าออกไปข้างนอก ก็คงไปฟิตเนส และออกไปเดินเล่น เดินดูแฟชั่นเสื้อผ้า

-สไตล์การแต่งตัว

ง่ายๆ ที่ผมใส่ประจำ ก็คือ เสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ

dsc08781

-นิสันส่วนตัว

เฮฮา กวนประสาทคนอื่น

-ผลงานชิ้นแรก คือ

เอ็มวีเพลง สุดท้ายก็ต้องยอม เป็นเอ็มวีที่ซึ้งมากๆ ของ FiFi Blake จุดเริ่มต้นที่ได้งานชิ้นแรกคือ ผมมาเรียนพิเศษ แล้วตอนที่กำลังจะขึ้นรถไฟฟ้ากลับ มีพี่คนหนึ่งมาดีงกระเป๋าผม และบอกว่าอยากให้ผมไปแคสโฆษณา ซึ่งพอไปแคสโฆษณาแต่ดันได้เล่นเอ็มวีเพลงนี้ก่อน และก็เล่นโฆษณา

-พูดถึงความสำคัญของการเรียนภาษาอังกฤษหน่อย

คือแม่ผมจะให้ความสำคัญกับการเรียนมากรวมทั้งตัวผมด้วย แม่ส่งผมไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่เด็ก แบบไม่กี่เดือน อย่างเช่นตอน ม.2 ก็ไปเรียนที่สิงคโปร์ ประมานเดือนหนึ่ง พอม.4 ก็ไปเรียนที่นิวซีแลนด์ 3 เดือน คือแม่ผมจริงจังอยากให้เก่งเรื่องภาษา ด้วยความที่ตอนเด็กๆ ผมเริ่มเรียนพิเศษภาษาอังกฤษจากแถวบ้าน ก็เลยทำให้มีพื้นฐานในระดับนึง แบบพูดกับฝรั่งได้ก็โอเคแล้ว ตอนแรกๆ ที่ไปต่างประเทศก็เกร็งๆ ในการสื่อสาร เพราะเขาพูดเร็ว แล้วคนไทยพูดช้า เวลาเราจะสื่อสารกับเขา ก็เลยต้องบอกให้เขาช่วยพูดช้าๆ นิดนึง

-มีความแตกต่างอย่างไรบ้าง ระหว่างการเรียนที่เมืองนอก กับ เมืองไทย ช่วยเล่าให้เราฟังหน่อย

ต่างกันมากเลยครับ ที่นู้นจะเรียนตามเกรด อย่างตอนนั้นผมเรียนอยู่ ม.4 ไปที่นู้น ก็คือ เกรด 12 ที่เทียบเท่ากับ ม.6 บ้านเราแล้วอ่ะครับ สำหรับการเรียน ที่นู้นเขาจะจริงจังมาก เขาเน้นให้เด็กนักเรียนได้ฝึกปฎิบัติ ซึ่งมันมีวิชาหนึ่ง ผมลงเรียน engineer เขาก็สั่งให้ผมไปนั่งสร้างตะกร้าเหล็ก โดยการตะไบ และอ๊อกเพื่อเชื่อมเหล็กเอง คราวนี้ไฟก็กระเด็นปุ้งๆ เต็มไปหมด ทำให้ผมคิดว่ามันได้ลงมือปฎิบัติมากกว่า ซึ่งโรงเรียนมัธยมปลายทั่วไปไม่ค่อยจะมี

-เทคนิคการฝึกพูดภาษาอังกฤษให้ได้ ในแบบของหนุ่มโอบ

เริ่มแรกผมคิดว่ามันอยู่กับตัวเราก่อน ว่าเรามีความสนใจมากขนาดไหน และยิ่งภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่จำเป็นมากๆ ในตอนนี้ เพราะต้องใช้ติดต่อสื่อสารกับใครหลายๆ คน ดังนั้นผมเชื่อว่าการที่จะเก่งได้เนี่ย นอกจากไปเรียนพิเศษตามสถาบันที่เปิดสอนมากมายแล้ว ผมยังได้มีโอกาสไปฝึกพูดกับฝรั่งในวัดพระเก้าอีกด้วย ซึ่งตรงนี้แหละที่คนไทยชอบอายกัน กลัวจะพูดผิด ออกเสียงออกคำผิด หรือกลัวเขาฟังไม่รู้เรื่อง จริงๆ แล้วการสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้จำเป็นต้องใช้ Tense อะไรมากมาย หรือไม่ต้องฟิคเรื่องแกรมมามากขนาดนั้น แค่สื่อสารให้เข้าใจได้ง่ายๆ เขาก็โอเค

-ฝากถึงน้องๆ ที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ก็คิดว่าน้องๆ ได้พยายามกันมาในระดับนึงกันแล้ว ผมอยากจะขอชื่นชมในความพยายามของน้องๆ เพราะผมรู้สึกว่าน้องๆ ทำเพื่อตัวเองเยอะ ในการสอบเอ็นทรานซ์ หรือ แอดมิชชั่น มันไม่ได้ขึ้นกับใครเลย มันขึ้นกับตัวเรา แล้วก็เป็นอนาคตของเราด้วยซ้ำ ถ้าน้องๆ ได้มายืนเป็นตัวผมและมองย้อนกลับไป น้องจะรู้สึกถึงความภูมิใจ ว่าอย่างน้อยความพยายามของเรามันก็ไม่เสียเปล่า เพียงแต่ตอนนี้อดทนอีกหน่อย เชื่อว่าน้องๆ จะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน และผมจะคอยดูความสำเร็จของน้องๆ

เรียบเรียงข้อมูลและภาพโดย teen.mthai.com


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง