สุดยอด! แรงบันดาลใจจากครูญี่ปุ่น สอนให้เด็กมีความสุขและสนุกกับการเรียน

Home / การศึกษา / สุดยอด! แรงบันดาลใจจากครูญี่ปุ่น สอนให้เด็กมีความสุขและสนุกกับการเรียน

การศึกษาของประเทศญี่ปุ่นนั้นได้ขึ้นชื่อว่ามีการเรียนการสอนที่ดีมากที่สุดอีกประเทศหนึ่งของโลก เราคงเคยได้ยินเรื่องของกฏระเบียบ ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ที่เขาจะสอนกันตั้งแต่เด็กอนุบาลกันเลยทีเดียว การเรียนของประเทศญี่ปุ่นนั้นเขาจะเน้นให้เด็กมีความสุขและสนุกไปกับการเรียน รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนและการดำเนินชีวิตให้เด็กๆ .. วันนี้ทีนเอ็มไทยขอยกตัวอย่างการสอนหนังสือของคุณครูญี่ปุ่น 3 คน ว่าแต่ละคนนั้นเชามีวิธีสอนอย่างไร ที่ทำให้เด็กนักเรียนได้ความรู้แถมสนุกกับการเรียนด้วย ^^ (*แปลจากหนังสือญี่ปุ่น โดย Japan Gossip by เกตุวดี Marumura) สุดยอด! แรงบันดาลใจจากครูญี่ปุ่น สอนให้เด็กมีความสุขและสนุกกับการเรียน

สุดยอด! แรงบันดาลใจจากครูญี่ปุ่น สอนให้เด็กมีความสุขและสนุกกับการเรียน
Numata Takahiro

สุดยอด! แรงบันดาลใจจากครูญี่ปุ่น สอนให้เด็กมีความสุขและสนุกกับการเรียน

1. Numata Takahiro : เซนเซ (ครูประถม)

นุมาตะ เซ็นเซ หรือที่เด็กๆ เรียกกันว่า “นุมัจฉิ เซนเซ” เป็นคุณครูประจำโรงเรียนประถมเซตากายะ เป็นครูประถมที่สอนโดยยึดหลักว่า “ต้องให้เด็กรู้สึกสนุก”

เช่น ในวิชาสังคมศึกษา แทนที่เซนเซจะสอนว่า จังหวัดนี้ อยู่ตรงไหน มีของดังอะไร เซนเซจะแต่งตั้งเด็กๆ เป็น “ทูตการท่องเที่ยวประจำจังหวัด” ให้ไปหาข้อมูลมาพรีเซนต์กันในคลาสโดยให้เด็กหัดใช้ Powerpoint ไปในตัว (เด็กประถมเองนะเธอ!) พอเด็กแต่ละคนๆ พรีเซนต์เสร็จ นุมัจฉิเซนเซก็นึกขึ้นได้ว่า เอ… เด็กได้แต่ทักษะการพรีเซนต์ แต่ยังไม่ได้ฝึกทักษะการเขียนเลย เซนเซเลยให้เด็กแต่ละคน “เขียน” จดหมายไปรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดของตัวเอง ดูวิธีการ Motivate เด็กๆ สิคะ สุดยอดเลย >,<

ผู้ว่าฯ บางจังหวัดก็น่ารักมาก ส่งจดหมายแต่งตั้งเด็กคนนั้นให้เป็นทูตท่องเที่ยวประจำจังหวัดไปเลยก็มี บางจังหวัดส่งมาสค็อทประจำจังหวัดมาทักทายเด็กๆ กันในคลาส

อีกสิ่งหนึ่งที่ปลื้มเซนเซท่านนี้มาก คือ เรื่องการจัดการกับเวรทำความสะอาด ลองนึกตอนที่เรายังเด็กๆ สิคะ ถึงเวรทำความสะอาดห้องทีไร เราอี๋ย์ทุกที แต่นุมัจฉิเซ็นเซแก้ปัญหาได้เด็ดมาก โดยการทำปลอกแขนติดเสื้อเขียนว่า “กัปตัน” กับ “ลูกทีม” ทำให้เด็กรู้สึกเท่ห์เวลาได้ทำเวร (หลอกเด็กเก่งมากค่ะ >,<)

สุดยอด! แรงบันดาลใจจากครูญี่ปุ่น สอนให้เด็กมีความสุขและสนุกกับการเรียน
Hashimoto Takeshi

2. Hashimoto Takeshi : เซนเซ (ครูมัธยมต้น)

ฮาชิโมโต้เซนเซ เป็นครูสอนภาษาญี่ปุ่นประจำโรงเรียน Nada ถ้าเป็นในไทย คงศักดิ์ศรีประมาณโรงเรียนเตรียมฯ ก่อนเซ็นเซจะเข้ามาสอนที่นี่ โรงเรียน Nada ยังเป็นโรงเรียนที่ไม่มีชื่อเสียงเท่าไร พอเซ็นเซสอนๆ ไป เด็กที่เรียนคลาสเซนเซก็สามารถสอบเข้า ม.โตไดได้ถึง 15 คน รุ่นที่ 2 สอบเข้าเกียวได (ศักดิ์ศรีเท่าธรรมศาสตร์) ได้ 52 คน รุ่นที่ 3 สอบเข้า ม.โตไดได้ 112 คน หลังจากนั้นโรงเรียน Nada ก็ได้กลายเป็นโรงเรียนมัธยมที่มีเด็กสอบเข้าโตไดได้มากสุดในประเทศญี่ปุ่นค่ะ

ฮาชิโมโต้เซนเซ ทำได้อย่างไร?

เซนเซใช้นิยายเรื่อง “Silver Spoon (銀の匙)”  นิยายเล่มบางๆ มีเพียง 200 หน้าในเล่มเดียว ใช้สอนเด็กในระยะเวลา 3 ปี!
เพื่อนๆ อ่านถูกต้องแล้วค่ะ ฮาชิโมโต้เซนเซสอนโดยใช้นิยายเล่มบางๆ เล่มเดียวในช่วง 3 ปี

เซนเซบอกว่า วิธีการสอนของตัวเองเป็นแบบนอกลู่นอกทาง พอให้เด็กอ่านนิยายไปได้ 2 บรรทัด เซนเซก็จะพาลากไปฟังเรื่องอื่น อย่างบทย่อยในนิยาย เขียนแค่ตัวเลข เซนเซก็จะชวนเด็กๆ ตั้งชื่อบทกัน บางครั้งก็จะถามว่า พระเอกพูดประโยคนี้ ด้วยความรู้สึกอย่างไร? มีอยู่บทหนึ่ง พูดถึงพระเอกเล่นว่าวที่กลางสนาม ฮาชิโมโต้เซนเซก็ให้เด็กๆ วาดภาพและทำว่าวเอง แล้วลองเล่นกัน เซนเซบอกว่าจะได้สอนวิชาศิลปะไปด้วยในตัว

ฮาชิโมโต้เซนเซบอกว่า ถ้าเด็กมองเพื่อนเล่นฟุตบอลเฉยๆ เด็กก็ไม่สนุก เด็กต้องลงวิ่งเตะในสนามด้วยถึงจะรู้สึกสนุกได้ การเรียนการสอนของเซนเซจึงพยายามให้เด็กได้ “เล่น” ในสนามจริงๆ ครูสอนภาษาจากหนังสือก็ต้องให้เด็กลองเขียนหนังสือดู ลองคิด ลองแต่งประโยค ลองเขียนจับประเด็น วิพากษ์วิจารณ์นิยายเอง เมื่อเด็กได้ลงสนาม ได้กระโดดโลดแล่น เขาก็จะสนุก จากนั้น เขาจะเริ่มคิดเป็น เริ่มสงสัย และค้นคว้าหาความรู้ เป็นการสร้างวงจรที่ดี ให้เด็กรักการเรียนรู้ได้

ไม่น่าแปลกใจเลยนะคะว่า ทำไมเด็กๆ ของเซนเซถึงสอบเข้ามหาวิทยาลัยดังๆ ได้เยอะขนาดนี้ เพราะเด็กๆ สนุกกับการเรียนนี่เอง

สุดยอด! แรงบันดาลใจจากครูญี่ปุ่น สอนให้เด็กมีความสุขและสนุกกับการเรียน
Tsubota Nobutaka

3. Tsubota Nobutaka : เซนเซ (ครูมัธยมปลาย)

ทซึโบตะเซนเซ จริงๆ แล้วเป็นติวเตอร์ในโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่งในนาโกย่า แต่ที่เซนเซโด่งดังขึ้นมานั้น เพราะสามารถทำให้เด็กสาวเปรี้ยวซ่าที่โหล่ของห้อง สามารถสอบเข้า ม.เคโอ มหาวิทยาลัยเอกชนที่สอบเข้ายากที่สุดของญี่ปุ่นได้ ซึ่งในครั้งที่แล้วทีนเอ็มไทยได้นะเสนอบทความ ทำไม? ครูถึงให้นักเรียนหลังห้อง สอบเข้ามหาลัยที่ยากที่สุดของญี่ปุ่น! นี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันไปแล้วนั่นเอง

อาจารย์ส่วนใหญ่มักจะบอกให้นักเรียน “ตั้งใจเรียนสิ” “อ่านหนังสือสิ” แต่ทซึโบตะเซนเซไม่ทำอย่างนั้น เพราะนั่นยิ่งทำให้เด็กเกลียดการเรียนเข้าไส้ เซนเซยิ่งไม่ทำเด็ดขาด!

เทคนิคของ ทซึโบตะเซนเซ คือ .. การยอมรับเด็กค่ะ มองว่า เด็กทุกคนมีศักยภาพ ไม่มองเด็กในแง่ร้าย หมั่นชม ให้กำลังใจ และเลือกตำรา เลือกเนื้อหาให้เหมาะกับเด็กแต่ละคนค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ซายากะจัง เด็กสาวซ่าห้องบ๊วย เธอพบทซึโบตะเซ็นเซตอน ม. 5 และนี่ คือความรู้ที่เธอมีค่ะ …

ทซึโบตะเซนเซ  : ไหนลองเรียงลำดับชื่อสมัยต่างๆ ในประวัติศาสตร์ซิ

ซายากะ : ยุคปักกิ่ง … มั้ง?

ทซึโบตะเซนเซ : ไม่ช่ายย ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นสิ!

ซายากะ : อ้อ โจมอนจิได (สมัยโจมอน)…โชเนนจิได

ทซึโบตะเซนเซ : แล้วไงต่อ?

ซายากะ : แล้วก็โชโจจิได

ทซึโบตะเซนเซ  : (ยิ้มพร้อมชู 2 นิ้ว) เย่! …. เอ้ย ไม่ช้ายยย นั่นมันชื่อนักร้องแล้ว!

ซายากะ : ฮ่าๆๆ

ทซึโบตะเซนเซ : มันเริ่มจากยุคโจมอง แล้วก็ไปยุคหินไง ที่มีมนุษย์หินน่ะ

ซายากะ : อ๋อ .. มนุษย์ถ้ำ ยุคแมมมอธ น่ะเอง

สุดยอด! แรงบันดาลใจจากครูญี่ปุ่น สอนให้เด็กมีความสุขและสนุกกับการเรียน
หนังสือเรื่องราวของ ซายากะ เขียนโดย ทซึโบตะเซนเซ ขายดีอันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่น กว่า 100 ล้านเล่ม!

สาบานได้ว่านี่คือบทสนทนาของเด็ก ม. 5 ที่ทซึโบตะเซ็นเซคุยกับเธออย่างเป็นมิตร ไม่เคยดุด่าว่า ทำไมไม่รู้เรื่องนี้เรื่องนั้น ไม่เคยด่าว่าโง่เลย แถมชมเสียอีก หาว่าสร้างสรรค์ เข้าใจคิด อย่างโน้นอย่างนี้ (แต่แบบแซวๆ จิกกัดนะคะ) พอซายากะจังเริ่มเปิดใจ เซนเซ ก็ค่อยๆ สอน ค่อยๆ เล่าประวัติศาสตร์แบบใส่ดราม่านิดๆ ให้ซายากะฟังอย่างสนุกสนาน

ความเก๋ของเซนเซอีกอย่าง คือ วิธีเลือกตำราค่ะ เพื่อทำให้ซายากะมีความรู้ด้านประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นในช่วงเวลาจำกัด ครูบอกให้เธอไปอ่านหนังสือการ์ตูนประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นซะ ให้อ่านหลายๆ รอบ เพราะครูเห็นว่าเด็กคนนี้เชื่อฟังง่ายแต่ก็รักสนุก ต้องให้อ่านอะไรที่สนุกๆ ส่วนวิชาภาษาญี่ปุ่น ก็เอานิยายที่คนแต่งจบ ม.เคโอ มหาลัยที่ซายากะอยากเข้าเรียนมาให้อ่าน เนื้อหาก็ดี อ่านง่าย แถมทำให้ซายากะปลื้มคนจบมหาลัยเคโอ และยิ่งมุมานะที่จะสอบเข้ามหาลัยนี้ให้ได้

การเลือกเนื้อหาที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน การเป็นมิตร การชมและให้กำลังใจเด็กสม่ำเสมอ ก็พลิกชีวิตเด็กม.ปลาย ที่เรียนไม่ไปถึงไหนหลายๆ คน ให้สามารถเข้ามหาวิทยาลัยดังๆ ได้ และเรียนได้อย่างสนุกค่ะ

ส่งท้ายด้วย คำกล่าวว่า

ครูทั่วๆ ไป ก็แค่สอน ครูที่ดี ถึงจะอธิบาย ครูที่ดีกว่า ถึงขั้นสาธิตให้ดู ส่วนครูที่ยิ่งใหญ่ สร้างแรงบันดาลใจ”

ขอบคุณข้อมูล เรื่องราวดีๆ จาก facebook – Japan Gossip by เกตุวดี Marumura และเพื่อนๆ สามารถติดตามเรื่องราวสนุกๆ สังคม และสิ่งต่างๆ ของประเทศญี่ปุ่น เพิ่มเติมได้ที่นี่นะคะ ^^