จุฬาฯ VS มหิดล คณะทันตแพทยศาสตร์

Home / การศึกษา / จุฬาฯ VS มหิดล คณะทันตแพทยศาสตร์

จุฬาฯ VS มหิดล คณะทันตแพทยศาสตร์ …คณะทันตแพทยศาสตร์เป็นคณะที่มองข้ามไม่ได้เลย ใครว่าเรียนแพทย์เครียดๆ มีแต่เด็กเนิร์ดๆ แล้ว มาเจอเด็กทันตะจะหนาว เพราะสาขานี้ พวกเขานั้นก็ต้องเจอศึกหนักไม่แพ้กัน จะมีภาควิชาไหนน่าเรียน และการเรียนโหดยังไงบ้างเรามาดูของ 2 สถาบัน จุฬาฯ และม.มหิดล กันเลยดีกว่า

Campus battle31จุฬาฯ VS มหิดล คณะทันตแพทยศาสตร์

1-6

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประวัติความเป็นมา
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2483 จอมพล ป.พิบูลสงคราม ในตำแหน่งอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ประกาศตั้งแผนกทันตแพทยศาสตร์ขึ้นเป็นแผนกอิสระ และได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ศาสตราจารย์ พ.อ.หลวงวาจวิทยาวัฑฒน์ เป็นหัวหน้าแผนกอิสระ นับว่าเป็นครั้งแรกที่มีการศึกษาทันตแพทยศาสตร์ ระดับมหาวิทยาลัยขึ้นในประเทศไทย ต่อมาในปี พ.ศ.2486 ได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ขึ้นโดยแยกคณะแพทยศาสตร์ แผนกทันตแพทยศาสตร์ แผนกเภสัชศาสตร์ และแผนกสัตวแพทยศาสตร์ออกจากจุฬาฯ รวมเป็นมหาวิทยาลัยสังกัด อยู่ในกระทรวงสาธารณสุขหลักสูตรที่เปิดสอน

1-7

หลักสูตรระดับปริญญาตรี เปิดสอนทั้งหมด 16 ภาควิชา ได้แก่
–    ภาควิชากายวิภาคศาสตร์
–    ภาควิชาชีวเคมี
–    ภาควิชาทันตกรรมชุมชน
–    ภาควิชาทันตกรรมประดิษฐ์
–    ภาควิชาทันตกรรมหัตถการ
–    ภาควิชาปริทันตวิทยา
–    ภาควิชารังสีวิทยา
–    ภาควิชาศัลยศาสตร์
–    ภาควิชาจุลชีววิทยา
–    ภาควิชาทันตกรรมจัดฟัน
–    ภาควิชาทันตกรรมบดเคี้ยว
–    ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก
–    ภาควิชาทันตพยาธิวิทยา
–    ภาควิชาเภสัชวิทยา
–    ภาควิชาเวชศาสตร์ช่องปาก
–    ภาควิชาสรีรวิทยา
–    หลักสูตรทันตกรรมเพื่อความสวยงามและทันตกรรมรากเทียม (หลักสูตรนานาชาติ)

1-4

1-5
จุดเด่น การเรียนการสอน
การเรียนของคณะทันตแพทยศาสตร์ เป็นหลักสูตร 6 ปี โดยการเรียนจะเริ่มจากปี 1 จะเรียนวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และสังคมทั่วๆ ไป ต่อมาในปี 2-3 วิชาก็จะยิ่งเข้มข้นขึ้น และมีการเรียน lab คือการฝึกการรักษากับแบบจำลอง หรือหุ่นฝึกจริงๆ และปี 4-6 จะเรียนในภาคของคลินิกที่เกี่ยวกับภาควิชาที่เลือกอย่างจริงจัง จะได้ทำการตรวจรักษาทางทันตกรรม ปฏิบัติงานด้านทันตกรรมอย่างเต็มตัว ปีที่ 6 ภาคการศึกษาปลาย ก็จะได้ไปฝึกปฏิบัติงานที่แผนกทันตกรรมของโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมในการทำงานในชุมชน

1-3

คนที่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต จะมีความรู้ความสามารถในทางทันตกรรม และสามารถประกอบอาชีพได้ คือ สามารถเป็นอาจารย์สอนและวิจัย เป็นทันตแพทย์ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย รัฐวิสาหกิจ สภากาชาดไทย ฯลฯ และสามารถประกอบอาชีพสาขาทันตกรรมในคลินิกส่วนตัว และโรงพยาบาลเอกชนได้ โดยส่วนใหญ่นิสิตที่เรียนจบแล้วจะเรียนต่อศึกษาเฉพาะทางต่อ เพื่อเจาะสาขาที่ตัวเองสนใจ และนำไปประกอบอาชีพ

1-1

จุดเด่นของที่นี่คือ มีโรงพยาบาลคณะทันตแพทยศาสตร์ เป็นหน่วยทันตกรรม โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ มีบริการตรวจรักษา โดยคลินิกบัณฑิตศึกษา จะเป็นงานบริการในส่วนของการตรวจรักษาของนิสิต 8 สาขาวิชาคือ สาขาวิชาทันตกรรมหัตถการ, วิทยาเอ็นโดดอนต์, ปริทันตวิทยา, ทันตกรรมบดเคี้ยวและคลินิกระงับปวด,ทันตกรรมสำหรับเด็ก, ทันตกรรมจัดฟัน,เวชศาสตร์ช่องปาก และทันตกรรมประดิษฐ์ นอกจากนี้ในปีนี้ QS World Ranking 2015 ได้มีการจัดอันดับ World Ranking ทางด้านทันตแพทยศาสตร์เป็นครั้งแรก และคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้อันดับ 1 ของประเทศ

เครดิต : www.dent.chula.ac.th

 

2-1

มหาวิทยาลัยมหิดล
ประวัติความเป็นมา
ในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2512 มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ได้รับพระราชทานนาม “มหิดล” เป็นนามใหม่ของมหาวิทยาลัย ตามพระนามาภิไธยในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อการแพทย์แผนปัจจุบันของประเทศไทย จึงเป็นคณะทันตแพทยศาสตร์พญาไท มหาวิทยาลัยมหิดล ต่อมาในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2517 ทบวงมหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้ตัดคำว่า “พญาไท” ท้ายคำคณะทันตแพทยศาสตร์พญาไทออก จึงได้ใช้ชื่อว่า “คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล” มาจนถึงปัจจุบัน
ภาควิชาที่เปิดสอน

2-3
หลักสูตรระดับปริญญาตรี เปิดสอนทั้งหมด 15 ภาควิชา ได้แก่
–    ภาควิชากายวิภาคศาสตร์
–    ภาควิชาจุลชีววิทยาช่องปาก
–    ภาควิชาชีววิทยาช่องปาก
–    ภาควิชาทันตกรรมจัดฟัน
–    ภาควิชาทันตกรรมชุมชน
–    ภาควิชาทันตกรรมเด็ก
–    ภาควิชาทันตกรรมทั่วไปขั้นสูง
–    ภาควิชาทันตกรรมประดิษฐ์
–    ภาควิชาทันตกรรมหัตถการและวิทยาเอ็นโดดอนต์
–    ภาควิชาพยาธิวิทยาช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล
–    ภาควิชาเภสัชวิทยา
–    ภาควิชารังสีวิทยาช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล
–    ภาควิชาวิทยาระบบบดเคี้ยว
–    ภาควิชาเวชศาสตร์ช่องปากและปริทันตวิทยา
–    ภาควิชาศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล
–    หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ)

2-2
จุดเด่น การเรียนการสอน
คณะทันตแพทยศาสตร์ มีหลักสูตรการเรียน 6 ปีไม่ต่างจากคณะแพทยศาสตร์ และสำหรับ ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ปี 1 จะได้เรียนที่โรงพยาบาลทันตกรรม มหาจักรีสิรินธร (ศาลายา) เป็นการเรียนวิชาพื้นฐานที่หนักเหมือนกัน พอปี 2 เป็นต้นไปจะได้ย้ายกลับมาเรียนโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ (พญาไท) ได้เรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับทันตะมากขึ้น ปี 3 จะได้ฝึกภาคปฏิบัติเยอะแยะมากมาย เสมือนได้ใช้ชีวิตเป็นแพทย์ทันตกรรมแล้วจริงๆ แต่ของจริงอยู่ที่ปี 4-5 ที่จะได้ลงคลินิกจริงๆ จะได้ทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายในคลินิก สุดท้ายแล้วปี 6 เป็นปีที่หนักที่สุดเพราะว่าต้องเข้ามาทำงานร่วมกับคลินิก และยังได้ไป Extern ที่โรงพยาบาลต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอีกด้วย

2-4

2-5

จุดเด่นของที่นี่คือ มีโรงพยาบาลทันตกรรม โดยคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้การบิรการคลินิกระบบการเรียนการสอน ซึ่งรักษาโดยนักศึกษาทันตแพทย์ และมีคลินิกที่บริการโดยทันตแพทย์อยู่ภายในโรงพยาบาลด้วย มีพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้ สิรินธนทันตพิพิธ เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งการเรียนรู้ทางทันตแพทยศาสตร์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งแรกในเอเชีย และในปีนี้ QS World Ranking 2015 ได้มีการจัดอันดับ World Ranking ทางด้านทันตแพทยศาสตร์เป็นครั้งแรก และคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้อันดับ 2 ของประเทศ

เครดิต : www.dt.mahidol.ac.th

.

ติดตาม Campus Battle ได้ที่นิตยสาร Campus Star No.31

Facebook : www.facebook.com/campusstar

IMG_4870