15 ประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้แทน I Don’t Know ได้!

Home / การศึกษา / 15 ประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้แทน I Don’t Know ได้!

ตามที่เรารู้กันดีว่า  I Don’t Know นั้นแปลว่า ฉันไม่รู้ ซึ่งคำนี้เราจะเอาไว้ใช้พูดกันบ่อยมากๆ แต่เพื่อนๆ รู้ไหมว่า นอกจากคำนี้เราสามารถพูดคำอื่นๆ ได้อีกหลายคำซึ่งมีความหมายเหมือนหรือใกล้เคียงกัน (แต่ก็อย่าลืมใช้ให้ถูกต้องตามสถานการณืด้วยนะ >,<) ทีนเอ็มไทยว่า รู้เอาไว้ก็ไม่เสียหาย หัดและลองนำไปใช้ก็ทำให้เราได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มมากขึ้นอีกด้วยนะ ^^ 15 ประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้แทน I Don’t Know ได้!

15 ประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้แทน I Don't Know ได้!

15 ประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้แทน I Don’t Know ได้!

1. Who knows?  

ใครจะไปรู้ล่ะ ใช้ตอบแบบไม่ค่อยแคร์คู่สนทนาสักเท่าไรนัก

Example

A: How long does it take to get to Georgia? (ถ้าจะไปจอเจียร์นี่ต้องใช้เวลาเท่าไรเหรอ)
B: Who knows? (ใครจะไปรู้ล่ะ!)

นอกจากนั้นฝรั่งยังใช้ Who knows? ในความหมายว่า ไม่แน่,บางที,อาจจะ เช่น

Calvin and Taylor have been a couple for two years. Who knows, they might get married soon. (คาลวินกับเทเลอร์คยกันมาสองปีแล้ว บางทีเขาอาจแต่งงานกันในเร็วๆ นี้ก็ได้นะ)

2. I couldn’t tell you

ฉันบอกคุณไม่ได้หรอก ไม่ได้หมายความว่าเรื่องราวเหล่านั้นเป็นความลับที่ไม่สามารถบอกใครๆได้ แต่หมายความว่าเราเองก็ไม่รู้คำตอบเหมือนกัน ก็เลยไม่สามารถจะตอบคำถามนั้นๆได้

Example
A: Is there a pharmacy near here? (แถวนี้มีร้านขายยามั้ย?)
B: I couldn’t tell you. This is the first time I came here. (ฉันตอบคุณไม่ได้หรอก เพราะฉันก็เพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรกเหมือนกัน)

3. Who can say?

แปลว่า “ใครจะไปรู้” “ใครจะไปตอบได้” ใช้กับคนกันเอง หรือระหว่างเพื่อนกับเพื่อน

Example
A : What’s happening here? (เกิดอะไรขึ้นเนี่ย)
B : Who can say? Why don’t you ask someone else instead? (ใครจะไปรู้ล่ะ ลองถามคนแถวนี้ดูสิ)

4. Beats me!

นี่ก็แปลว่าไม่รู้เหมือนกัน แต่ได้ยินคำว่า beats (ตี,ชก) แล้วอย่าคิดว่าคนพูดต้องการให้คุณซ้อมเขาหรือทุบตีเขาล่ะ คำพูดสั้นๆนี้เป็นคำที่ใช้บ่อยมากในหมู่เจ้าของภาษาเมื่อพวกเขาสับสน, งุนงง, หรือ ไม่เข้าใจอะไรบางสิ่ง มักใช้ในความหมายประมาณว่า “ไม่รู้เหมือนกัน”

Example
It beats me how he could survive alone in the mountain for 3 months. (ไม่รู้เหมือนกันว่าเขารอดชีวิตในหุบเขามาได้ไงตั้ง 3 เดือน)

5. I’m not sure

ฉันไม่แน่ใจ คำนี้หลายๆคนน่าจะใช้บ่อยกันจนเคยชินแล้ว

Example
A: What are you going to do tomorrow? (วันพรุ่งนี้คุณมีแผนจะทำอะไรบ้าง)
B: I’m not sure. (ฉันก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน)

6. I’m not certain

มีความหมายเช่นเดียวกับ I’m not sure คือ “ไม่แน่ใจ” ใช้ในกรณีที่ผู้พูดสามารถให้คำตอบได้ แต่ก็ไม่รับรองว่าจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ

Example
A: I’m not certain we can trust this man. ฉันไม่แน่ใจนะว่าเราจะไว้ใจผู้ชายคนนี้ได้รึเปล่า

7. How should I know?

ฉันจะไปรู้ได้ไงล่ะ ใช้ในนัยยะคล้ายๆกับคำว่า… “แล้วฉันจำเป็นต้องรู้ด้วยเหรอ” ซึ่งให้อารมณ์ในแง่ลบต่อคนฟัง หรือตอบแบบคนตอบไม่ค่อยเต็มใจจะพูดถึงเรื่องนั้นสักเท่าไรนัก

Example
A: Who do you think will win? (เธอคิดว่าใครจะชนะ)
B: How should I know? (ฉันจะไปรู้เหรอ!)

8. Not as far as I know

แปลเป็นภาษาบ้านๆว่า เท่าที่รู้ก็ไม่นะ

Example
A: Have you ever been to Australia? (นายเคยไปออสเตรเลียยังอะ)
B: Not that I know of… (เท่าที่ฉันรู้ก็คิดว่ายังไม่เคยนะ)

จริงๆการใช้คำนี้ ก็ไม่เชิงว่า “ไม่รู้เลย” จริงๆ คำนี้มีความหมายในเชิงที่คนตอบเองก็ไม่ค่อยจะแน่ใจสักเท่าไร แต่เท่าที่เดาหรือคิดเอาเองในตอนนั้น คำตอบคือ ไม่…นะ

15 ประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้แทน I Don't Know ได้!
15 ประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้แทน I Don’t Know ได้!

9. I’m not sure I’m the best person to answer that

ฉันไม่แน่ใจนะว่าฉันจะเป็นคนที่เหมาะที่จะตอบ ประมานว่า ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะตอบคำถามนี้ได้นะ

Example
A: Do you know who is the first man on earth? (คุณรู้ไหมว่าใครคือมนุษย์คนแรกที่เกิดขึ้นมาบนโลก)
B: Hmm…I’m not sure I’m the best person to answer that. (เอ่อ… ฉันไม่คิดว่าฉันจะตอบคำถามนี้ได้นะ)

10. Dunno

หลายๆคนคงเคยเห็นคำนี้ใน Chat กันมาเยอะ อย่าเพิ่งงงกันนะ เพราะคำนี้ก็แปลว่า “ไม่รู้” เช่นกัน (มาจากคำว่า don’t know) เป็นภาษาที่ไม่เป็นทางการอย่างมากของ British English คล้ายๆกับคำว่า ไม่รุ, มะรุ ของภาษาไทยนั่นเอง และแนะนำว่าอย่าใช้คำนี้ในการเขียนที่เป็นทางการอย่างเด็ดขาด เพราะอย่างที่บอกว่าคำนี้ก็คล้ายๆกับภาษาวัยรุ่นบ้านเรานั่นแหละ ไม่เหมาะกับการเอาไปเขียนที่เป็นทางการนะจ๊ะ

Example
A : I dunno what to do. If you leave me now (ฉันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ถ้าเธอจากฉันไปในตอนนี้)

11. Search me!

ไม่ได้หมายความว่าหาฉันให้เจอนะ แต่แปลว่า “ฉันไม่รู้” เป็นคำตอบแบบไม่เป็นทางการ ที่มีคำว่า Search อยู่ด้วย ก็เพราะสามารถใช้ในความหมายที่ว่า “มาถามอะไรฉันล่ะ” “มาถามฉันเหรอ ฉันไม่รุ้หรอก”

A: Where is my boyfriend? (แฟนฉันอยู่ไหนล่ะ)
B: Search me! (มาถามฉันเนี่ยนะ ฉันไม่รู้หรอก)

และหากเพื่อนๆต้องการบอกว่า I don’t know หรือ ฉันไม่รู้ ในที่ที่เป็นทางการหน่อย อย่างห้องประชุม การติดต่อธุรกิจกับลูกค้า หรือกับใครก็แล้วแต่ที่ต้องการความสุภาพเป็นพิเศษ สามารถนำประโยคเหล่านี้ไปใช้ได้ค่ะ

12. Let me double-check and then get back to you. 

(ขอไปเช็คอีกครั้ง แล้วจะมาให้คำตอบนะคะ)

13. I’ve been wondering the same thing. Let’s find out together.

(ฉันก็กำลังสงสัยในสิ่งเดียวกันกับคุณ เราไปหาคำตอบกันเถอะ)

14. Hold on. Let me check and get back to you.

(ขอเวลาตรวจสอบสักครู่ แล้วจะมาให้คำตอบทีหลังนะคะ)

15. I don’t have that information right now, but I’ll be happy to get the answer for you.

(ตอนนี้ฉันยังไม่มีข้อมูลในเรื่องนี้เลย แต่ยินดีจะไปหาคำตอบให้คุณนะ)

ขอบคุณข้อมูล-อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Moomin – www.dailyenglish.in.th