5 เทคนิคฝึกฝนความจำ แบบฉบับอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

Home / การศึกษา / 5 เทคนิคฝึกฝนความจำ แบบฉบับอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

“รอน ไวท์” หนึ่งในบุคคลที่โด่งดังเป็นที่รู้จักในฐานะคนที่มีความจำยอดเยี่ยมคนหนึ่งของโลก! จากเด็กชายที่เรียนไม่เก่ง ความจำแย่ เขาจึงอยากพัฒนาความจำของตัวเอง ซึ่งเขาได้แรงบันดาลใจจากนักวิทยาศาสตร์ก้องโลกอย่าง “อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์” เขาฝึกฝนตนเองจนกลายเป็นคนที่มีความจำดีที่สุดคนหนึ่งในโลก ซึ่งเขาได้บอกเคล็ดลับเกี่ยวกับวิธีการจำซึ่งเราสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วยกับ 5 เทคนิคฝึกฝนความจำ แบบฉบับอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ น่าสนใจล่ะสิ ลองนำไปใช้กันดูนะคะ ทีนเอ็มไทยว่ามีประโยชน์มากๆ สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังอ่านหนังสือสอบ คงช่วยได้ดีทีเดียว ^^

วิธีการจำแบบอัลเบิร์ต-ไอน์สไตน์5-620x696

5 เทคนิคฝึกฝนความจำ แบบฉบับอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

Ron White (รอน ไวท์) ย้อนกลับไปในสมัยเรียน รอนเป็นนักศึกษาที่เรียนไม่เก่งและมีความจำที่ย่ำแย่มากๆ แต่เขาก็มีความฝันที่ว่าอยากมีความจำที่ดีเลิศเหมือนไอน์สไตน์ เมื่อมีโครงการเปิดอบรมเรื่องความจำแบบ “ไอน์สไตน์” เขาก็ไม่รอช้าเมื่อโอกาสมาถึง หลังจากวันนั้นเขาก็เริ่มเรียนรู้ไปทีละเล็กละน้อย พัฒนาตัวเองไม่หยุด จนในที่สุดเขาก็ได้กลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่โด่งดังเป็นที่รู้จักในฐานะคนที่มีความจำยอดเยี่ยมคนหนึ่งของโลก!

หลังจากนั้นเขาก็เริ่มหันมาเป็นวิทยากร พูดบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการฝึกฝนความจำโดยวิธีพัฒนาความคิดแบบไอน์สไตน์ เขาบอกว่าทุกคนสามารถมีความจำที่ดีได้ เพียงแต่รู้จักพัฒนาความคิดอย่างเป็นระบบ มีระเบียบในการจำ เพื่อนๆรู้ไหมว่า? เขาสามารถจำชื่อคนที่เพิ่งเคยพบกัน 200 ชื่อ ภายใน 15 นาที!

ก่อนเข้าสู่ 5 เทคนิคฝึกฝนความจำ แบบฉบับอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ทุกคนจะต้องแบ่งพื้นที่ในสมองออกเป็นห้องๆ แล้วสร้างแฟ้มข้อมูล นำประเด็นต่างๆ มาแปลงให้เป็นรูปภาพที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวัน เช่น สิ่งต่างๆ ภายในบ้าน สถานที่ทำงาน เมืองสำคัญๆ หรือรายละเอียดของร่างกาย แล้วให้หมายเลขสิ่งของเหล่านั้นเพื่อช่วยในการจำให้ง่ายขึ้น

5 เทคนิคฝึกฝนความจำ แบบฉบับอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
5 เทคนิคฝึกฝนความจำ แบบฉบับอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

1. ชัดเจน (focus)

โฟกัสสิ่งที่ต้องการจดจำให้ชัดเจนว่าคืออะไร มีความโดดเด่นตรงไหน ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดที่สำคัญที่สุดที่ทำให้พลังของการจดจำมีประสิทธิภาพ

2. บันทึก (files)

เพื่อให้สามารถเรียกข้อมูลกลับมาใช้ได้ในระยะเวลาต่อมา ทุกคนจำเป็นต้องบริหารจัดการความทรงจำ และจัดเก็บข้อมูลไว้ในตู้เก็บไฟล์แห่งความทรงจำอย่างมีระบบและมีระเบียบ เพื่อเวลาเรียกใช้จะได้ง่ายขึ้น

3. ภาษาภาพ (pictures)

จินตนาการสิ่งที่ต้องการจำให้เป็นภาพที่คุ้นเคย หรือภาพที่สะดุดตา และนี่คือเหตุผลที่อธิบายถึงการจดจำหน้าตาของผู้คน แต่ไม่สามารถจำชื่อได้เนื่องจากทุกคนมองเห็นรูปหน้าคน แต่มองไม่เห็นชื่อของคนคนนั้น  การจำเป็นภาพก็ใช้หลักการเดียวกัน

4. ติดตรึง (glue)

การจะจดจำบางสิ่งบางอย่าง สิ่งนั้นต้องมีความโดดเด่นเพียงพอที่จะติดตรึงอยู่ในความทรงจำ กระทบกับความรู้สึกของตัวเองอย่างแรง ดังนั้น ภาพที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อจำ จะต้องเป็นภาพที่ติดตรึงในความทรงจำได้ดี มีความเคลื่อนไหว หรือความรู้สึกร่วมด้วย และหากเป็นภาพที่มีความพิเศษมากก็จะยิ่งช่วยให้จำได้ดีขึ้น

5. ทบทวน (review)

การทบทวนสิ่งที่บันทึกไว้ในความทรงจำ เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่จะทำให้สามารถจำ สิ่งต่างๆ ได้ในระยะยาว วิธีการง่ายๆ ตื่นเช้าขึ้นมาให้ถามตัวเองว่า เมื่อวานนี้เราได้พบใครบ้าง เพื่อจะทบทวนรายชื่อของคนที่เราได้พบ แล้วดูว่ามีกี่คนที่คุณสามารถจำได้

*ข้อมูลเพิ่มเติม เพิ่มประสิทธิภาพสมองด้วย 4 วิธี*

1. สมองจะทำงานได้ดีเมื่อได้รับออกซิเจนเยอะ เช่น การนั่งสมาธิ (เพราะเป็นการยืดเวลาการหายใจ) หรือการออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ จะทำให้สมองได้รับออกซิเจนเยอะ

2. สมองจะทำงานได้เมื่อมีเลือดไหลเวียนเลี้ยงสมองเป็นประจำสม่ำเสมอในปริมาณที่มากเพียงพอ การเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง อาจทำได้โดยว่ายน้ำใต้น้ำ นอนราบกับพื้น และยกเท้าเหนือศีรษะ หรือการทำสมาธิ

3. คนที่ฟังเพลงของ Mozart เป็นเวลา 10 นาทีขึ้นไป จะทำให้มีไอคิวเพิ่มขึ้นจากเดิม 8-9 จุด โดยเฉพาะ Mozart ที่เป็น Sonata for two pianos in d-major K448 แต่ไอคิวที่เพิ่มขึ้นนั้นจะค่อยๆ ลดลงหลังจากฟังจบ 15 นาที วิธีการทำคือ ให้ฟังก่อนทำกิจกรรมสำคัญๆ เช่น ฟังก่อนพูดต่อหน้าสาธารณะชน หรือฟังก่อนเข้าห้องสอบ

4. มีงานวิจัยออกมาว่า ชนเผ่าที่เลี้ยงเด็กแบบ ให้เด็กคลานไปมาตอนเด็กๆ นั้นทำให้เด็กฉลาดมากกว่า และเป็นชนเผ่าที่มีภาษามากกว่าเผ่าที่เลี้ยงแบบผูกติดไว้กับตัว เพราะสภาพแวดล้อมที่เด็กได้รับนั้น Complex มากกว่า

ขอบคุณข้อมูล www.wegointer.comwww.kru-somsri.ac.th