Think Beyond 2018 กิจกรรม

เปิดตัวโปรเจกต์ ภาษาเปลี่ยนชีวิต ในงาน Think Beyond 2018

Home / กิจกรรม / เปิดตัวโปรเจกต์ ภาษาเปลี่ยนชีวิต ในงาน Think Beyond 2018

เอ็นคอนเส็ปท์จัดงานแนะแนวการศึกษาประจำปี “Think Beyond 2018” เปิดตัวโปรเจกต์ใหญ่ “ภาษาเปลี่ยนชีวิต” เน้นชี้ถึงความสำคัญของภาษาในยุคปัจจุบันที่เป็นพื้นฐานของชีวิตและการต่อยอดไปสู่การศึกษาในศาสตร์อื่นๆ พร้อมเผยโอกาสและความท้าทายของเด็กไทยในยุค Digital Disruption ที่วิถีของดิจิตอลจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกระบบบนโลก พร้อมทั้งแนะนำการเรียนภาษาแห่งอนาคตทั้ง 4

ภาษาเปลี่ยนชีวิต ในงาน Think Beyond 2018

นายแพทย์ธรรมศักดิ์ เอื้ออภิธร ผู้จัดการทั่วไปโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเอ็นคอนเส็ปท์ เปิดเผยถึงแผนงานของเอ็นคอนเส็ปท์ในปี 2018 และการจัดงาน “Think Beyond 2018” ว่า เพื่อการดำเนินงานที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยและสร้างการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของภาษา เอ็นคอนเส็ปท์ได้วางแผนงานของปีนี้ไว้ภายใต้แกนการสื่อสารหลัก คือ “ภาษาเปลี่ยนชีวิต” เพื่อชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของภาษาในแง่มุมต่างๆ ที่เป็นมากกว่าการศึกษา เนื่องจากปัจจุบัน ภาษาได้เข้ามามีส่วนสำคัญในการยกระดับ พัฒนา และเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบต่างๆ ของสังคมโลกไปอย่างมากมาย โดยเอ็นคอนเส็ปท์ไม่ได้มุ่งสื่อสารไปที่กลุ่มเด็กและเยาวชนอันเป็นกลุ่มเป้าหมายเพียงอย่างเดียว แต่ยังสื่อสารไปยังกลุ่มผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป เพื่อสร้างการตระหนักรู้อันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงด้านการเรียน การใช้ภาษาของสังคมไทยด้วย

 

 

“เอ็นคอนเส็ปท์พยายามสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านการใช้ภาษาของสังคมไทยมาโดยตลอด โดยปี 2018 เราจะไม่ได้สื่อสารเพียงแค่ว่าภาษานั้นดีอย่างไร แต่เราจะสื่อสารให้ทั้งเด็ก เยาวชน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปได้ตระหนักว่าภาษานั้นทำให้ตัวเองดีขึ้นได้อย่างไร ภายใต้โปรเจกต์ “ภาษาเปลี่ยนชีวิต” นี้ และภายในงาน “Think Beyond 2018” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 มีนาคม 2561 นี้ จะเป็นการเปิดตัว “ภาษาเปลี่ยนชีวิต” อย่างเป็นทางการ พร้อมๆ กับการแนะแนวการเรียนการศึกษาที่เด็กๆ และผู้ปกครองไม่ควรพลาด เพราะนอกจากการแนะแนวด้านการศึกษาที่เข้มข้นและเป็นเอกลักษณ์แล้ว ภายในงานยังมีการอัพเดตข้อมูลด้านการศึกษาที่น่ารู้ และเทรนด์การศึกษาที่พลาดไม่ได้อีกด้วย” คุณธรรมศักดิ์ กล่าว

ด้านครูพี่หมุย-ธนัช ลาภนิมิตชัย โรงเรียนสอนภาษาไทยและสังคม Soci-Thai ได้ให้ข้อมูลถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบันที่เรียกได้ว่าเป็นยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบว่า การเข้ามาของดิจิทัลในตอนนี้ได้เปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตของคนเราไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเราเรียกการเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีหรือการดำเนิน

ไปของโลกโดยดิจิทัลว่า “Digital Disruption” ในแง่มุมหนึ่งเราต้องปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับยุคสมัยนี้ให้ได้ แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งเราก็พบว่านี่คือโอกาสและความท้าทายของเด็กไทยที่จะเปลี่ยนมุมมองและเตรียมความพร้อมให้กับตัวเองในการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จในยุคนี้ โดยอยากให้มองนอกกรอบจากการเรียนเพื่อจบไปทำงานเป็น “นัก” อะไรสักอย่าง แล้วเปลี่ยนไปมุ่งเน้นที่การเพิ่มทักษะ ความรอบรู้ ความสามารถที่หลากหลาย และความเชี่ยวชาญที่โดดเด่น เนื่องจากหลายๆ อาชีพในปัจจุบัน กำลังจะถูกลดทอนและถูกทำให้หายไปด้วยการเข้ามาแทนที่ของเทคโนโลยี เช่น การลดจำนวนสาขาของธนาคารเพราะถูกแทนที่ด้วยการใช้ Mobile Banking, ความสามารถของพนักงานบัญชีที่มีโปรแกรมและซอฟต์แวร์ทำหน้าที่แทนได้ หรืออาชีพอื่นๆ ที่มีแบบแผน มีการทำงานเป็นขั้นตอน ซึ่งกำลังจะถูกทดแทนด้วยปัญญาประดิษฐ์ที่มีความผิดพลาดทางการทำงานเท่ากับ 0%

ส่วนภาษาแห่งอนาคตที่เด็กไทยควรพร้อมรับมือ มีด้วยกัน 4 ภาษา ดังนี้

ภาษา AI : เพื่อปรับตัวให้เข้ากับยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง ภาษา AI จะกลายเป็นภาษาเบื้องต้นหรือภาษาพื้นฐานที่เด็กทุกคนควรเรียนรู้และใช้ได้ในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะอยู่ในสายงานใด โดย AI จะไม่ใช่การเรียนรู้เฉพาะสำหรับเด็กที่เรียนในสาย IT หรือสายเทคโนโลยีเท่านั้น เนื่องจากการเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีของดิจิทัล ซึ่งเปรียบได้กับยุคก่อนที่เด็กทุกคนต้องเรียนรู้ระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์และการใช้โปรแกรมเบื้องต้น เช่น ไมโครซอฟต์ออฟฟิศ

ภาษาตรรกะศาสตร์ : การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ คือการเรียนรู้บนพื้นฐานของตรรกะศาสตร์ ที่แสดงแก่นของความเป็นเหตุเป็นผล การเรียนรู้ศาสตร์ทางด้านนี้ จึงต้องใช้ภาษาอีกภาษาหนึ่ง ซึ่งมีทั้งคำศัพท์ รูปแบบ และการเรียบเรียงที่ต้องศึกษาและนำไปใช้อย่างถูกต้อง โดยการมองว่าศาสตร์ทางด้านนี้ก็คือภาษาอีกภาษาที่ต้องเรียนรู้ จะทำให้กำแพงของเด็กไทยที่มีต่อวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ถูกทำลายลง

ภาษาสังคมศาสตร์ : สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์จึงถือเป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่กล่าวได้ว่ามีภาษาของตัวเอง การศึกษาให้ลึกซึ้งลงไปทางศาสตร์นี้จึงจำเป็นที่จะต้องใช้ภาษาเฉพาะทางเพื่อสร้างแบบแผนการเรียนรู้ที่ถูกต้อง นำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวันและชีวิตการทำงาน เนื่องจากในอนาคต “นักสังคมศาสตร์” อาจจะไม่มีอีกต่อไป หากแต่เปลี่ยนเป็นผู้ที่เข้าใจในประวัติศาสตร์ สังคม ศาสนา วัฒนธรรม และสามารถสื่อสารสิ่งเหล่านี้ให้เป็นรูปธรรมได้

ภาษาต่างประเทศ : ในยุคที่ประชาคมโลกเข้าใกล้คำว่าไร้พรมแดน การสื่อสารในภาษาที่หลากหลายจึงเป็นความจำเป็นพื้นฐานที่เด็กไทยจะต้องปรับตัว ปรับทัศนคติ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางด้านการ

เรียนและการใช้ภาษา โดยภาษาอังกฤษจะกลายเป็นภาษาพื้นฐานที่ทุกคนต้องใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว เพื่อเปิดประตูไปสู่โอกาสทางการทำงานและประสบผลสำเร็จในชีวิต ในขณะที่ภาษาอื่นๆ ถือเป็นความท้าทายที่หากสามารถช่วงชิงมาได้ ก็จะยิ่งเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเองได้มากเท่านั้น

โดยภาษาเหล่านี้ จะต้องถูกนำไปใช้ร่วมกับการทำงาน การใช้ชีวิต เพื่อให้สามารถประสบความสำเร็จและมีความสุขตรงตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นภาษาที่ทุกคนต้องใช้และมีผลต่อความสำเร็จ ทั้งในการเรียน การงาน และการใช้ชีวิตนั่นเอง

“Think Beyond 2018 : ภาษาเปลี่ยนชีวิต” งานแนะแนวการศึกษาสำหรับน้องๆ ทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย รวมไปถึงผู้ปกครองที่สนใจในการวางแผนการศึกษาให้กับบุตรหลาน งานนี้ครบครันด้วยการอัพเดตเทรนด์การศึกษาจากกูรูด้านต่างๆ รวมไปถึงการชี้ช่องโอกาสทางการศึกษาเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จของชีวิต “Think Beyond 2018 : ภาษาเปลี่ยนชีวิต” จะจัดขึ้นในวันที่ 3 มีนาคม 2561 นี้ เวลา 8.00 – 12.30 น. ณ สยามภาวลัย ชั้น 6 ศูนย์การค้าสยามพารากอน สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ www.enconcept.com