ทีนวาไรตี้

เพลงชาติไทย ต้นตำรับเพลงชาติ พ.ศ.2475


?ธงชาติและเพลงชาติไทย เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย เราจงร่วมใจยืนตรง เคารพธงชาติ ด้วยความภาคภูมิใจในเอกราช และความเสียสละของบรรพบุรุษไทย? เสียงผ่านสื่อที่คนไทยได้ยินกันสองครั้ง ในแต่ละวัน คือเวลาแปดนาฬิกา และสิบแปดนาฬิกา ก่อนที่เสียงเพลงชาติไทยจะบรรเลง

เพื่อนอยากรู้ไหมว่า? เพลงชาติที่เราได้ร้องและได้ยินกันมาตั้งแต่จำความได้นั้น มี ที่มาที่ไปอย่างไร? ใครเป็นคนแต่ง กว่าจะมาเป็น เพลงชาติไทย ฉบับปัจจุบันมีการเปลี่ยนเนื้อเพลง หลายครั้งทีเดียว ^^ อีกทั้ง teen.mthai จะนำ เกร็ดความรู้ เล็กๆ น้อยๆ ว่า การเคารพธงชาติครั้งแรกนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

เพลงชาติไทย ต้นตำรับเพลงชาติ พ.ศ.2475

เพลงชาติไทย ต้นตำรับเพลงชาติ พ.ศ.2475

ที่มา เพลงชาติไทย

  • ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ได้มีการใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นเพลงถวายความเคารพพระมหากษัตริย์?ต่างชาติที่เสด็จเยี่ยมประเทศสยามตามธรรมเนียมสากล แม้เพลงดังกล่าวไม่ใช่เพลงชาติของประเทศสยามอย่างเป็นทางการก็ตาม แต่ก็ถืออนุโลมว่าเป็นเพลงชาติโดยพฤตินัยตามหลักดังกล่าว
  • เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ใน พ.ศ. 2475 คณะราษฎรได้ประกาศใช้เพลงชาติมหาชัย ซึ่งประพันธ์เนื้อร้องโดย เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เป็นเพลงชาติอยู่ 7 วัน (ใช้ชั่วคราว ระหว่างรอพระเจนดุริยางค์แต่งเพลงชาติใหม่) แต่ไม่ได้รับความนิยมจากประชาชน ต่อมาจึงได้เปลี่ยนมาเป็นเพลงชาติฉบับที่แต่งทำนองโดยพระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) เป็นเพลงชาติอย่างเป็นทางการแทนเพลงสรรเสริญพระบารมี

พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) ผู้ประพันธ์ทำนองเพลงชาติไทย ต้นตำรับเพลงชาติ พ.ศ.2475

พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) ผู้ประพันธ์ทำนองเพลงชาติ

ที่มาของ ทำนองเพลงชาติ

  • ปัจจุบันนั้น จากบันทึกความทรงจำของพระเจนดุริยางค์ ได้เล่าไว้ว่า ราวปลายปี พ.ศ. 2474 เพื่อนนายทหารเรือชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งของท่าน คือ หลวงนิเทศกลกิจ (กลาง โรจนเสนา) ?ได้ขอให้ท่านแต่งเพลงสำหรับชาติขึ้นเพลงหนึ่ง ในลักษณะของเพลงลามาร์แซแยส ซึ่งพระเจนดุริยางค์ได้บอกปฏิเสธ เพราะถือว่าเพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นเพลงชาติอยู่แล้ว ทั้งการจะให้แต่งเพลงนี้ก็ยังไม่ใช่คำสั่งของทางราชการด้วย
  • แม้ภายหลังหลวงนิเทศกลกิจจะมาติดต่อให้แต่งเพลงนี้อีกหลายครั้งก็ตาม พระเจนดุริยางค์ก็หาทางบ่ายเบี่ยงมาตลอด เพราะท่านสงสัยว่าการขอร้องให้แต่งเพลงนี้เกี่ยวข้องกับการเมือง ประกอบกับในเวลานั้นก็มีข่าวลือเรื่องการปฏิวัติอย่างหนาหูด้วย
  • หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ผ่านไปได้ประมาณ 5 วันแล้ว หลวงนิเทศกลกิจ ซึ่งพระเจนดุริยางค์รู้ภายหลังว่าเป็น 1 ในสมาชิกคณะราษฎรด้วย ได้กลับมาขอร้องให้ท่านช่วยแต่งเพลงชาติอีกครั้ง โดยอ้างว่าเป็นความต้องการของคณะผู้ก่อการ ท่านเห็นว่าคราวนี้หมดทางที่จะบ่ายเบี่ยง เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองในเวลานั้นอยู่ในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อ จึงขอเวลาในการแต่งเพลงนี้ 7 วัน และแต่งสำเร็จในวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ตนได้กำหนดนัดหมายวันแต่งเพลงชาติไว้
  • ขณะที่นั่งบนรถรางสายบางขุนพรหม-ท่าเตียน เพื่อไปปฏิบัติราชการที่สวนมิสกวัน จากนั้นจึงได้เรียบเรียงเสียงประสานสำหรับให้วงดุริยางค์ทหารเรือบรรเลง และมอบโน้ตเพลงนี้ให้หลวงนิเทศกลกิจนำไปบรรเลง ในการบรรเลงตนตรีประจำสัปดาห์ที่พระที่นั่งอนันตสมาคมในวันพฤหัสบดีถัดมา พร้อมทั้งกำชับว่าให้ปิดบังชื่อผู้แต่งเพลงเอาไว้ด้วย
  • อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์ศรีกรุงก็ได้ลงข่าวเรื่องการประพันธ์เพลงชาติใหม่โดยเปิดเผยว่า พระเจนดุริยางค์เป็นผู้แต่งทำนองเพลงนี้ ทำให้พระเจนดุริยางค์ถูกเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ เสนาบดีกระทรวงวัง ตำหนิอย่างรุนแรงในเรื่องนี้
  • แม้ภายหลังพระยามโนปกรณ์นิติธาดา นายกรัฐมนตรี จะได้ชี้แจงว่าท่านและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้คิดการแต่งเพลงนี้ และเพลงนี้ก็ยังไม่ได้รับรองว่าเป็นเพลงชาติเนื่องจากยังอยู่ในระหว่างการทดลองก็ตาม แต่พระเจนดุริยางค์ก็ได้รับคำสั่งปลดจากทางราชการให้รับเบี้ยบำนาญ ฐานรับราชการครบ 30 ปี และหักเงินเดือนครึ่งหนึ่งเป็นบำนาญ อีกครึ่งที่เหลือเป็นเงินเดือน โดยให้รับราชการต่อไปในอัตราเงินเดือนใหม่นี้ ในเดือนตุลาคมปีเดียวกันนั้นเอง


ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์) ผู้ประพันธ์คำร้องเพลงชาติฉบับแรกสุด

ที่มาของ เนื้อร้องของเพลงชาติ

  • คณะผู้ก่อการได้ทาบทามให้ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์) เป็นผู้ประพันธ์ โดยคำร้องที่แต่ขึ้นนั้นมีความยาว 2 บท สันนิษฐานว่าเสร็จอย่างช้าก่อนวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2475 เนื่องจากมีการคันพบโน้ตเพลงพร้อมเนื้อร้องซึ่งตีพิมพ์โดยโรงพิมพ์ศรีกรุง ซึ่งลงวันที่ตีพิมพ์ในวันดังกล่าว
  • แม้เพลงนี้จะเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วไปก็ตาม แต่เพลงนี้ก็ยังไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเป็นเพลงชาติ และมีการจดจำต่อๆ กันไปเรื่อยๆ โดยไม่มีใครรู้ที่มาชัดเจน ดังปรากฏว่า มีการคัดลอกเนื้อเพลงชาติของขุนวิจิตรมาตราส่งเข้าประกวดเนื้อเพลงชาติฉบับราชการ เมื่อ พ.ศ. 2476 โดยอ้างว่าตนเองเป็นผู้แต่งด้วย
  • เนื้อร้องที่ขุนวิจิตรมาตราประพันธ์เริ่มแรกสุด ก่อนที่จะมีการแก้ไขเมื่อมีการประกวดเนื้อเพลงชาติฉบับราชการ ใน พ.ศ. 2476 มีดังนี้

แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง ? ? ? ? ไทยเข้าครองตั้งประเทศเขตต์แดนสง่า
สืบชาติไทยดึกดำบรรพ์บุราณลงมา ? ? ? ? ?ร่วมรักษาเอกราษฎร์ชนชาติไทย
บางสมัยศัตรูจู่มารบ ? ? ? ? ไทยสมทบสวนทัพเข้าขับไล่
ตะลุยเลือดหมายมุ่งผดุงผะไท ? ? ? ? ?สยามสมัยบุราณรอดตลอดมา
อันดินแดนสยามคือว่าเนื้อของเชื้อไทย ? ? ? ? ?น้ำรินไหลคือว่าเลือดของเชื้อข้า
เอกราษฎร์คือกระดูกที่เราบูชา ? ? ? ? ? เราจะสามัคคีร่วมมีใจ
ยึดอำนาจกุมสิทธิ์อิสสระเสรี ? ? ? ? ?ใครย่ำยีเราจะไม่ละให้
เอาเลือดล้างให้สิ้นแผ่นดินของไทย ? ? ? ? ? ?สถาปนาสยามให้เทิดชัยไชโย

เพลงชาติไทย :?เพลงชาติสยามฉบับราชการ พ.ศ. 2477

  • ในปี พ.ศ. 2477 รัฐบาลได้จัดประกวดเนื้อร้องเพลงชาติใหม่ โดยมีคณะกรรมการพิจารณาเพลงชาติเป็นผู้ดำเนินการ ประกอบด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ทรงเป็นประธาน มีกรรมการท่านอื่นๆ ดังนี้คือ พระเรี่ยมวิรัชพากย์, พระเจนดุริยางค์, หลวงชำนาญนิติเกษตร, จางวางทั่ว พาทยโกศล และนายมนตรี ตราโมท การประกวดเพลงชาติในครั้งนั้นได้ดำเนินการประกวดเพลงชาติ 2 แบบ คือ เพลงชาติแบบไทย (ประพันธ์ขึ้นโดยดัดแปลงจากดนตรีไทยเดิม) และเพลงชาติแบบสากล ซึ่งผลการประกวดมีดังนี้

1. เพลงชาติแบบไทย

  • คณะกรรมการพิจารณาเพลงชาติได้ตัดสินให้ผลงานเพลง “มหานิมิตร” ซึ่งประพันธ์โดย จางวางทั่ว พาทยโกศล เป็นผลงานชนะเลิศ
  • ประพันธ์ดัดแปลงมาจากเพลงหน้าพ?าทย์สำคัญของไทยที่มีชื่อว่า “ตระนิมิตร” ให้สามารถบรรเลงเป็นทางสากล
  • ซึ่งเพลงตระนิมิตรนี้ เป็นเพลงที่ถือว่าเป็นเพลงครู นักดนตรีจะใช้บรรเลงในพิธีสำคัญต่างๆ เช่น งานไหว้ครู บรรเลงเป็นการอัญเชิญครูบาอาจารย์ เทวดาทั้งหลายมาประชุมกันเพื่อความเป็นสิริมงคล
  • ดังนั้นจึงมีความหมายอันควรแก่การเคารพนับ?ถือเป็นสิริมงคล เหมาะสมที่จะใช้เป็นเพลงชาติไทยได้
  • รัฐบาลได้ทดลองบรรเลงออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียงอยู่ระยะหนึ่ง แต่ต่อมาเมื่อคณะกรรมการพิจารณาเพลงชาติจะเสนอผลการประกวดให้คณะรัฐมนตรีประกาศรับรองนั้น คณะกรรมการฯ ได้ประชุมกันและมีความเห็นว่า เพลงชาติมีลักษณะที่บ่งบอกถึงความ?ศักดิ์สิทธิ์ หากมีการใช้อยู่ 2 เพลง จะทำให้คลายความศักดิ์สิทธิ์ลง จึงได้ตัดสินใจไม่เสนอเพลงชาติแบบไทยที่ได้คัดเลือกไว้ให้คณะรัฐมนตรีประกาศรับรองเป็นเพลงชาติในที่สุด

2. เพลงชาติแบบสากล

  • คณะกรรมการพิจารณาเพลงชาติมีความเห็นให้ใช้ทำนองเพลงซึ่งประพันธ์โดยพระเจนดุริยางค์เป็นทำนองเพลงชาติแบบสากล สำหรับบทร้องนั้นได้คัดเลือกบทร้องของขุนวิจิตรมาตราซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมเป็นบทร้องชนะเลิศ และได้เพิ่มบทร้องของนายฉันท์ ขำวิไล ซึ่งเป็นบทร้องที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศเข้าอีกชุดหนึ่ง คณะรัฐมนตรีได้ประกาศรับรองให้เป็นบทร้องเพลงชาติฉบับราชการเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2477
  • บทร้องทั้งของขุนวิจิตรมาตราและนายฉันท์ ประพันธ์ในรูปฉันทลักษณ์แบบกลอนสุภาพ (กลอนแปด) ความยาว 4 บท แต่ละบทมี 4 วรรค ผลงานของแต่ละคนจึงมีความยาวของบทร้องเป็น 16 วรรค
  • เมื่อนำมารวมกันแล้วจึงทำให้บทร้องเพลงชาติทั้งหมดมีความยาวถึง 32 วรรค ซึ่งนับว่ายาวมาก หากจะร้องเพลงชาติให้ครบทั้งสี่บทจะต้องใช้เวลาร้องถึง 3 นาที 52 วินาที (เฉลี่ยแต่ละท่อนรวมดนตรีนำด้วยทั้งเพลงตกที่ท่อนละ 35 วินาที) ในสมัยนั้นคนไทยส่วนใหญ่จึงนิยมร้องแต่เฉพาะบทร้องของขุนวิจิตรมาตรา
  • และต่อมาภายหลังจึงไม่มีการขับร้อง คงเหลือแต่เพียงทำนองเพลงบรรเลงเท่านั้น

เพลงชาติไทย :?เพลงชาติสยามฉบับสังเขป พ.ศ. 2478

  • ในปี พ.ศ. 2478 รัฐบาลของพระยาพหลพลพยุหเสนาได้ออกระเบียบการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงชาติ ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2478 (มีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ปีเดียวกัน)
  • ระเบียบดังกล่าวนี้ได้มีการกำหนดให้แบ่งการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงชาติออกเป็น 2 แบบ คือ การบรรเลงแบบพิสดาร (บรรเลงตามความยาวปกติเต็มเพลง) และการบรรเลงแบบสังเขป
  • ในกรณีของเพลงชาตินั้น ได้กำหนดให้บรรเลงเพลงชาติฉบับสังเขปในการพิธีที่เกี่ยวข้องกับประชาชน สโมสรสันนิบาต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพิธีปกติ ส่วนการบรรเลงแบบเต็มเพลงนั้นให้ใช้ในงานพิธีใหญ่เท่านั้น
  • ท่อนของเพลงชาติที่ตัดมาใช้บรรเลงแบบสังเขปนั้น คือท่อนขึ้นต้น (Introduction) ของเพลงชาติ (เทียบกับเนื้อร้องเพลงชาติฉบับปัจจุบันก็คือตั้งแต่ท่อน สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี จนจบเพลง) ความยาวประมาณ 10 วินาที ไม่มีการขับร้องใดๆ ประกอบ
  • สำเนาประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยรัฐนิยม ฉะบับที่ ๖ เรื่อง ทำนองและเนื้อร้องเพลงชาติ ลงวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๘๒
  • ในปี พ.ศ. 2482 “ประเทศสยาม” ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ประเทศไทย” รัฐบาลจึงได้จัดประกวดเนื้อร้อง เพลงชาติไทย ใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงชื่อประเทศ
  • โดยกำหนดเงื่อนไขยังคงใช้ทำนองของพระเจนดุริยางค์อยู่เช่นเดิม แต่กำหนดให้มีเนื้อร้องความยาวเพียง 8 วรรคเท่านั้น และปรากฏคำว่า “ไทย” ซึ่งเป็นชื่อประเทศอยู่ในเพลงด้วย
  • ผลการประกวดปรากฏว่าเนื้อร้องของพันเอกหลวงสารานุประพันธ์ ซึ่งส่งประกวดในนามกองทัพบกได้รับรางวัลชนะเลิศ รัฐบาลไทยจึงได้ประกาศรับรองให้ใช้เป็นเนื้อร้องเพลงชาติไทย โดยแก้ไขคำร้องจากต้นฉบับที่ส่งประกวดเล็กน้อย เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2482 และใช้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

เนื้อร้องของหลวงสารานุประพันธ์ ซึ่งส่งประกวดในนามกองทัพบกไทยก่อนแก้ไขเป็นฉบับทางการมีดังนี้

ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย เป็นประชาธิปไตยของไทยทุกส่วน
อยู่ยืนยงดำรงไว้ได้ทั้งมวล ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี
ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่
สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี เถลิงประเทศชาติไทยทวีมีชัย ชโย

  • การประกวดเพลงชาติครั้งนี้ได้ปรากฏหลักฐานว่ามีกวีและผู้มีชื่อเสียงในทางการประพันธ์เพลงหลายท่าน เช่น เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี , แก้ว อัจฉริยะกุล ชิต บุรทัต เป็นต้น ซึ่งรวมถึงผู้ประพันธ์เนื้อเพลงชาติสองฉบับแรก (ขุนวิจิตรมาตรา และฉันท์ ขำวิไล) ได้ส่งเนื้อร้องของตนเองเข้าประกวดด้วย แต่ปรากฏว่าไม่ผ่านการตัดสินครั้งนั้น เฉพาะเนื้อร้องที่ขุนวิจิตรมาตราแต่งใหม่นั้น ปรากฏว่ามีการใช้คำว่า “ไทย” ถึง 12 ครั้ง

บทร้อง

เพลงชาติไทย?ฉบับปัจจุบัน

ทำนอง: พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร)
คำร้อง: พันเอก หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) ในนามกองทัพบก

ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย?เป็นประชารัฐ ไผทของไทยทุกส่วน
อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล?ด้วยไทยล้วนหมาย รักสามัคคี
ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด?เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่
สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี?เถลิงประเทศชาติไทยทวี มีชัย ชโย

ฉันท์ ขำวิไล?ผู้ประพันธ์เพลงชาติสยามฉบับราชการ บทที่ 3 และบทที่ 4เพลงชาติไทย พ.ศ. 2482 – ปัจจุบัน

เพลงชาติไทย ฉบับ พ.ศ. 2477

  • ประพันธ์ทำนองโดยพระเจนดุริยางค์ ใช้เป็นเพลงชาติไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2475 (ในลักษณะไม่เป็นทางการ) โดยช่วงแรกใช้คำร้องที่ประพันธ์โดย ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์)
  • ต่อมาปลายปี พ.ศ. 2476 รัฐบาลได้จัดการประกวดเนื้อร้องเพลงชาติ และประกาศรับรองเนื้อร้องที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่โดยขุนวิจิตรมาตรา และเนื้อร้องที่แต่งโดยนายฉันท์ ขำวิไล ซึ่งเป็นฉบับที่ชนะการประกวด เป็นเนื้อร้องเพลงชาติฉบับทางราชการ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2477

ทำนอง: พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?ทำนอง: พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร)
คำร้อง: ขุนวิจิตรมาตรา ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?คำร้อง: ฉันท์ ขำวิไล
(บทที่ 1 และบทที่ 2) ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? (บทที่ 3 และบทที่ 4)
แต่งเมื่อ พ.ศ. 2475 ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?แต่งเมื่อ พ.ศ. 2477
แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?ประกาศใช้เพิ่มเติมจากเนื้อร้องเดิมในปีเดียวกัน

แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? เหล่าเราทั้งหลายขอน้อมกายถวายชีวิต
ไทยเข้าครองตั้งประเทศเขตต์แดนสง่า ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?รักษาสิทธิ์อิสระ ณ แดนสยาม
สืบเผ่าไทยดึกดำบรรพ์โบราณลงมา ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ที่พ่อแม่สู้ยอมม้วยด้วยพยายาม
รวมรักษาสามัคคีทวีไทย ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ปราบเสี้ยนหนามให้พินาศสืบชาติมา
บางสมัยศัตรูจู่โจมตี ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?แม้ถึงภัยไทยด้อยจนย่อยยับ
ไทยพลีชีพร่วมรวมรุกไล่ ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?ยังกู้กลับคงคืนได้ชื่นหน้า
เข้าลุยเลือดหมายมุ่งผดุงผะไท ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?ควรแก่นามงามสุดอยุธยา
สยามสมัยบุราณรอดตลอดมา ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? นั้นมิใช่ว่าจะขัดสนหมดคนดี
อันดินสยามคือว่าเนื้อของเชื้อไทย ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?เหล่าเราทั้งหลายเลือดและเนื้อเชื้อชาติไทย
น้ำรินไหลคือว่าเลือดของเชื้อข้า ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? มิให้ใครเข้าเหยียบย่ำขยำขยี้
เอกราษฎร์คือเจดีย์ที่เราบูชา ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?ประคับประคองป้องสิทธิ์อิสรเสรี
เราจะสามัคคีร่วมมีใจ ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? เมื่อภัยมีช่วยกันจนวันตาย
รักษาชาติประเทศเอกราชจงดี ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? จะสิ้นชีพไว้ชื่อให้ลือลั่น
ใครย่ำยีเราจะไม่ละให้ ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?ว่าไทยมั่นรักชาติไม่ขาดสาย
เอาเลือดล้างให้สิ้นแผ่นดินของไทย ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?มีไมตรีดียิ่งทั้งหญิงทั้งชาย
สถาปนาสยามให้เทอดไทยไชโย ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?สยามมิวายผู้มุ่งหมายเชิดชัยไชโย

เรียบเรียง teen.mthai

อ้างอิง?wikipedia.org

ที่มา การเคารพธงชาติ การแสดงความเคารพ

การยืนเคารพธงชาติ ประเพณีนิยมที่เราได้รับการปลูกฝังให้ปฏิบัติตามตั้งแต่เด็ก เมื่อเข้าเรียนระดับอนุบาลก็มีพีธีเคารพธงชาติหน้าเสาธงที่เราได้ปฏิบัติกันอย่างพร้อมเพรียงก่อนเข้าเรียน จนถึงระดับมัธยมศึกษาก็ยังคงมีพิธีนี้อยู่ และเมื่อได้เข้าทำงานในบางแห่งก็มีการเคารพธงชาติก่อนจะเริ่มงานในแต่ละวัน แต่รู้หรือไม่ว่าประเทศไทยเรามีการเคารพธงชาติกันครั้งแรกเมื่อใด และเหตุใดจึงต้องมีการเคารพธงชาติ

ลัทธิชาตินิยมในสังคมไทย?

  • ชาตินิยม คือความเป็นสมัยใหม่ในลักษณะที่เป็นเครื่องมือนำไปสู่การสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกัน ระบบบริหารเดียวกัน ประเพณี วัฒนธรรมเดียวกัน และเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกผูกพันต่อชาติ
  • ลัทธิชาตินิยมในสังคมไทยเกินขึ้นเมื่อสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า จึงได้คิดหาวิธีที่จะให้รัฐบาลของตนมั่นคงและบริหารประเทศได้นานที่สุด วิธีที่ทำได้ดีที่สุดคือ พยายามชักจูงประชาชนให้สนับสนุนตนมากที่สุด โดยใช้วิธีการปลูกฝังลัทธิชาตินิยมในหมู่ประชาชน
  • ในช่วงนั้นก็มีเหตุการณ์ที่ฝรั่งเศสบีบบังคับเอาดินแดนไปจากไทย และการเข้าร่วมกับญี่ปุ่นเพื่อประกาศสงครามกับอังกฤษและอเมริกา จึงทำให้คนไทยเกิดความรู้สึกร่วมที่จะสนับสนุนรัฐบาล ต่อมามีการประกาศใช้รัฐนิยมอย่างเป็นทางการซึ่งมีแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเคารพธงชาติในประกาศรัฐนิยมฉบับที่ 4

ปลูกฝังการเคารพธงชาติ

  • การให้ความสำคัญกับการเคารพธงชาติหลังจากผ่านการประกาศรัฐนิยมให้มีการเคารพธงชาติแล้ว รัฐบาลยังได้โฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านวิทยุกระจายเสียง โดยผ่านทางรายการสนทนาระหว่างนายมั่น ชูชาติกับนายคง รักไทย (เป็นชื่อที่สมมติขึ้นเพื่อส่งเสริมลัทธิชาตินิยมโดยตรง) ในรายการสนทนาระหว่างนายมั่น-นายคงนั้น ? ได้พูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับธงชาติ ความสำคัญของธงชาติ และการประดับธงชาติในวันสำคัญต่างๆ
  • การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ชักชวนให้ประชาชนเคารพธงชาตินั้นก็ได้มีการกล่าวถึงความสำคัญของธงชาติว่าเป็นเครื่องหมายของความเป็นชาติ ความเป็นไทย และเป็นที่รวมแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งนายมั่น-นายคง ได้กล่าวไว้วันที่ 14 กันยายน พ.ศ.2485?กำหนดนัดหมายประชาชนให้เคารพธงชาติพร้อมกันทั่วทั้งประเทศดังนี้

“…ทงชาติเปนเครื่องหมายของความเปนเอกราชของชาติไทย เปนเครื่องหมายที่รวมความสูงสักดิ์ และความสักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวงของชาติไทย…”?

“เมื่อเช้านี้เท่ากับเราได้เปิดฉากไหม่ของชีวิตชาติไทยอีกด้านหนึ่ง คือการเคารพทงชาติ ซึ่งเปนด้านสำคันมาก เพราะเปนการรวมจิตไจของคนทั้งชาติเข้าด้วยกัน รวมจิตไจของคนทั้งชาติ เข้าสู่ความเปนเอกราชของชาติ และเกียรติอันสูงสุดของชาติที่รวมหยู่ที่ทงชาติไทย แม้การนี้จะได้นัดแนะกันล่วงหน้าไม่กี่วันก็ตาม แต่ได้ผลส่วนรวมเปนที่น่ายินดีมาก เท่าที่ฉันได้ยินได้ฟังจากบุคคลที่หยู่ไนสถานที่ต่างๆ กัน จะยังมีบกพร่องกันบ้างเล็กน้อยนั้น เข้าไจว่าคงเกิดจากยังไม่เข้าไจกันดี”

  • จากที่ได้กล่าวมาจะพบว่าการเคารพธงชาติเกิดจากลัทธิชาตินิยมในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ต้องการหล่อหลอมให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวของคนในชาติ เกิดความรู้สึกรักชาติ และในปัจจุบันก็ยังคงมีการเคารพธงชาติอยู่เพื่อแสดงถึงการเคารพต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตชาวไทย

การประกาศใช้รัฐนิยมฉบับที่?4 เรื่องการเคารพธงชาติ เพลงชาติ และเพลงสรรเสริญพระบารมี

  • จอมพล ป. พิบูลสงคราม มีความเห็นว่า ธงชาติ เพลงชาติ และเพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นสิ่งที่ชาวไทยควรให้การเคารพ และเชิดชู คณะรัฐมนตรีจึงได้ประกาศรัฐนิยมฉบับที่ 4 เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ.2482 ดังนี้

1. เมื่อได้เห็นการชักธงชาติขึ้นหรือลงจากเสาประจำสถานที่ราชการตามเวลาปกติ หรือได้ยินเสียงแตรเดี่ยวหรือนกหวีดเป่าคำนับ หรือให้อาณัติสัญญาณการชักธงชาติ หรือลดธงชาติ ให้ทุกคนแสดงความเคารพโดยปฏิบัติตามระเบียบเครื่องแบบ หรือตามประเพณีนิยม

2. เมื่อได้เห็นธงไชยเฉลิมพล ธงเรือรบ ธงประจำกองยุวชนทหาร หรือธงประจำกองลูกเสือ ให้แสดงความเคารพโดยปฏิบัติตามประเพณีนิยม

3. เมื่อได้ยินเพลงชาติ ซึ่งทางราชการบรรเลงในราชการก็ดี ซึ่งบุคคลบรรเลงในงานพิธีอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ให้ผู้ที่ร่วมงานอยู่ในวงงานนั้นแสดงความเคารพโดยปฏิบัติตามระเบียบเครื่องแบบ หรือตามประเพณีนิยม

4. เมื่อได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมี ซึ่งทางราชการบรรเลงในราชการก็ดี ซึ่งบุคคลบรรเลงในโรงมหรสพหรือในงานสโมสรใดๆก็ดี ให้ผู้ร่วมงานหรือ ที่อยู่ในงานหรือในโรงมหรสพนั้นแสดงความเคารพตามระเบียบเครื่องแบบ หรือตามประเพณีนิยม

5. เมื่อได้เห็นผู้ใดไม่เสดงความเคารพในข้อ 1, 2, 3 และ 4 นั้น พึงช่วยกันตักเตือนชี้แจงให้เห็นความสำคัญแห่งการเคารพธงชาติ เพลงชาติ และเพลงสรรเสริญพระบารมี

เพลงชาติไทย?ต้นตำรับเพลงชาติ?พ.ศ.2475

เรียบเรียง teen.mthai

อ้างอิง?exteen.com


select เลือกแสดงความเห็น
select บนเว็บไซต์
select บน Facebook
  • 2
    เพลงชาติไทย ต้นตำรับเพลงชาติ พ.ศ.2475
    0 vote
    เพลงไทยไม่เหมาะกับการร้องแบบประสานเสียง
  • 1
    เพลงชาติไทย ต้นตำรับเพลงชาติ พ.ศ.2475
    0 vote
    รักชาติ ยิ่งชีพ!!!!
แสดงความคิดเห็น
แนบรูปภาพ
แแนบวีดีโอ
ใส่การ์ตูน

หลังจากแสดงความคิดเห็นด้านบนนี้ต้องรอการตรวจสอบจาก Admin ก่อนนะคะ
Teen Talk
ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร "วัยทีน"

เนื้อหาล่าสุดในหมวด

เรื่องจริงชวนหลอน Body Farm ฟาร์มสยองที่มีแต่ศพนอนเกลื่อน
แฮร์รี่ วัย 7ปี ปิ๊งไอเดียเขียนจดหมาย ขอออกแบบฉลากซอสใหม่
สุดทึ่ง สาวน้อย Aelita วัย 7 ขวบ มีพรสวรรค์ระดับปิกัสโซ่
สยอง! 7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับตัวเรือด
สยอง! 7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับตัวเรือด
ก่อนหน้านี้ทีนเอ็มไทยเคยนำเสนอ...
6 ที่มาของโลโก้ค่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ
6 ที่มาของโลโก้ค่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ
เวลาเราชมภาพยนตร์แต่ละเรื่องก็...

ร่วมโหวตสุดยอดดาวโรงเรียน

Candy ClubInside Asian

เนื้อหาล่าสุด Teen MThai

เรื่องจริงชวนหลอน Body Farm ฟาร์มสยองที่มีแต่ศพนอนเกลื่อน
มีจริงซะงั้นอ่ะ หลักสูตรวิชาแปลก เรียนว่ายน้ำแบบนางเงือก