การศึกษา

เทคนิคทำแฟ้มผลงาน ให้เข้าตากรรมการ


ว่ากันต่อเรื่องของ การสอบแอดมิชชั่น แล้ว ขั้นต่อไปของการเข้าเรียน มหาวิทยาลัย คือ การสอบสัมภาษณ์ และแน่นอนว่า น้องๆทุกคนคงกังวลกับการสอบสัมภาษณ์ในครั้งนี้ และ ไม่รู้จะเตรียมตัวยังไง วันนี้พี่จุ๊ มีทริคเด็ด เทคนิคทำแฟ้มผลงาน ให้เข้าตากรรมการ?สำหรับเด็กแอดมิชชั่น ซึ่งแฟ้มผลงาน Portfolio?มีผลต่อการตัดสินใจของคณะกรรมการผู้สอบสัมภาษณ์ ด้วยนะจ้ะ จะบอกให้

เทคนิคทำแฟ้มผลงาน ให้เข้าตากรรมการ

ตัวช่วยเพื่อเพิ่มความมั่นใจในห้องสอบสัมภาษณ์

แฟ้มสะสมผลงาน หรือ?Portfolio?เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้คณะกรรมการได้รู้จักเรามากขึ้น แต่จะเป็นคะแนน หรือไม่นั้นคงต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการด้วย การสอบสัมภาษณ์นั้นใจความสำคัญหลักๆ อยู่ที่ตัวตนของเราที่จะพูดจา และมีทักษะการนำเสนอตัวเองมากน้อยแค่ไหน แต่หากเราไม่พูดไม่เก่ง พูดไม่รู้เรื่อง ก็ควรที่จะมีตัวช่วยอย่าง แฟ้มสะสมผลงา

แฟ้มสะสมผลงานที่ดีนั้น ไม่ควรมีแต่ตัวหนังสือ หรือตัวอักษรบรรยายอย่างเดียว เพราะคณะกรรมการท่านจะไม่ใส่ใจอ่านรายละเอียดต่างๆ อย่างแน่นอน กิจกรรมไหนที่เคยทำ หรือกิจกรรมไหนที่เคยเข้าร่วม หากมีรูปก็จัดการโพสลงไปเลยครับ แล้วค่อยอธิบายใกล้ๆ ว่างานนี้คือกิจกรรมอะไร ลองดูซิว่าในแฟ้มผลงาน 1 แฟ้ม จะประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ไปดูกันเลยจ้า

เทคนิคทำแฟ้มผลงาน ?1.หน้าปก
? ? ? ? ? ?ควรออกแบบให้สะดุดตาไปเลย แบบเห็นปุ๊บแล้วอยากหยิบขึ้นมาอ่านปั๊บ ถ้าหน้าตาดีก็ใส่รูปตัวเองลงไปได้ นำเสนอตัวเองให้เต็มที่ แต่ที่สำคัญต้องเข้าใจง่าย และมีเนื้อหาครบถ้วน คือ เป็นของใคร ชั้นอะไร เรียนที่ไหน เมื่อไร อย่างไร เหตุใด ฯลฯ (แต่ต้องเน้นส่วนที่เป็นตัวของเราที่สุด ทำออกมาให้เป็นตัวของตัวเอง) ส่วนนี้ถือเป็นหน้าตาด่านแรกของน้องๆ เลยนะครับ หากใครที่ไม่ค่อยมีไอเดียบรรเจิด ก็อย่าคิดมาก ก็เน้นทำแบบสะอาดๆ มีระเบียบก็น่าสนใจไม่น้อยครับ

เทคนิคทำแฟ้มผลงาน ?2.ประวัติส่วนตัว
? ? ? ? ??นำเสนอตัวเองเต็มที่เช่นกันครับ ถ้าจะให้ดีขอแนะนำให้ทำเป็น?2?ชุด คือ ชุดที่เป็นภาษาไทย และชุดที่เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อแสดงความสามารถของตนให้แฟ้มดูน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยเนื้อหาที่ใส่ไปก็แนะนำตัวไปเลย ชื่อ นามสกุล วันเกิด สุขภาพ นิสัย ความชอบ รวมถึงแนวคิด และความคาดหวังในอนาคตของเราที่ทำให้เขารู้จักตัวเรามากที่สุด ซึ่งจากหน้านี้แหละเขาจะรู้ว่าเราเป็นคนอย่างไร ส่วนฟอนท์ตัวหนังสือ พี่ลาเต้ แนะนำให้เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งเล่มครับ โดยฟอนท์ที่ดูเรียบร้อยเป็นมืออาชีพ ก็จะมีพวก?Angsana, Cordia?เป็นต้น

เทคนิคทำแฟ้มผลงาน ?3.ประวัติการศึกษา
? ? ? ? ??ให้เขียนเรียงลำดับจากการศึกษาที่น้อยสุดมาจบที่ปัจจุบัน โดยเพื่อความแสดงศักยภาพในการเรียน และอาจจะบอกไปด้วยก็ได้ว่า แต่ละระดับที่เราเรียนมานั้นได้เกรดเฉลี่ยรวมเท่าไหร่ แต่หากใครที่ไม่มั่นใจเว้นไว้ก็ไม่เป็นไรครับ รายชื่อโรงเรียนก็เขียนให้เต็มยศเลยนะครับ ไม่ควรที่จะย่อ ส่วนระดับก็สามารถแยกเป็น ระดับประถมศึกษา,?ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น,?ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือระดับอาชีวศึกษา เป็นต้น

เทคนิคทำแฟ้มผลงาน ?4.รางวัล และผลงานที่ได้รับ
? ? ? ? ??เขียนเป็นลักษณะการเรียงลำดับได้เลยครับ โดยจะกำหนดเป็นปี พ.ศ. ก็จะน่าสนใจไม่น้อย เช่น พ.ศ.?2554?มีกิจกรรมอะไรบ้างที่เราเข้าร่วม หรือได้รับรางวัลเกียรติบัตรอะไรบ้าง หากกิจกรรมที่เราเข้าร่วม มีรูปประกอบด้วย ก็ลงในส่วนนี้ได้เลย ซึ่งส่วนที่เป็นรายชื่อรางวัลที่ได้รับ กับส่วนที่เป็นประมวลภาพควรจะอยู่คนละส่วนกัน ไม่ควรนำมาปนกันในหน้าเดียวกันครับ ซึ่งในส่วนนี้เขียนเป็นผลงาน พร้อมรูปประกอบเท่านั้นนะครับ อย่าเพิ่งใส่ประกาศนียบัตรลงไป ส่วนที่เป็นใบประกาศจะมีอีกส่วนหนึ่งอยู่ด้านท้ายครับ

เทคนิคทำแฟ้มผลงาน ?5.ผลงานที่ประทับใจ
? ? ? ? ? ?ส่วนนี้จะพิเศษมากกว่าผลงานทั่วไปครับ เพราะเป็นผลงานที่เราภาคภูมิใจ และประทับใจเต็มใจมากๆ ที่จะนำเสนอ ลักษณะการจัดการเขียนก็คล้ายๆ กับข้อก่อนหน้านี้ แต่สิ่งที่ควรเพิ่มควรจะมีการบรรยายให้ผู้อ่านได้ทราบด้วยว่า ผลงานนี้เราภูมิใจอย่างไร เหนื่อยยากลำบากแค่ไหนกว่าจะได้มา ที่สำคัญอย่าลืมใส่รูปประกอบไปด้วย จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจในการดูไปด้วยครับ

เทคนิคทำแฟ้มผลงาน ?6.กิจกรรมที่ทำระหว่างเรียน
? ? ? ? ? ?น้องๆ คนไหนที่เป็นประธานนักเรียน คณะกรรมการนักเรียน ประธานชมรม หรือเครือข่ายกิจกรรมโรงเรียนต่างๆ ก็สามารถมานำเสนอได้ในส่วนนี้ครับ ส่วนใหญ่การทำกิจกรรมมักจะไม่มีประกาศนีบบัตร ซึ่งลักษณะการนำเสนอก็บอกไปเลยว่า ระดับ ม.1?ทำกิจกรรมอะไรบ้าง ม.2?ม.3?ม.4?ถึง ม.6ทำกิจกรรมอะไรบ้าง ตรงส่วนนี้จะรวมถึงการทำงานพิเศษ งานพาร์ทไทม์ก็ได้ ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยการประมวลภาพกิจกรรมที่เราเคยทำ ข้อนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบ โดยหากใครมีเยอะ ย่อมเป็นที่สนใจของผู้อ่านมากๆ ครับ

เทคนิคทำแฟ้มผลงาน ?7.ผลงานตัวอย่าง
? ? ? ? ? ?หลายคนอาจจะบอกว่ามีความสามารถด้านจัดหน้า ออกแบบหนังสือ หรือผลงานด้านหัตถกรรม ก็มาสามารถนำมาใส่ตรงส่วนนี้ได้ รูปแบบการใส่ขอให้มาเป็นรูปภาพ ไม่ควรมาเป็นชิ้นงาน เพราะจะดูรกรุงรังไม่เป็นมืออาชีพครับ ในที่นี่อาจรวมถึงโครงงานวิทยาศาสตร์ที่เราเคยทำไว้สมัยเรียนก็ได้ ปล.ไม่ต้องเซฟงานใส่?CD?ไปให้กรรมการดูนะครับ เขาไม่มีเวลาเปิดดูหรอกคร้าบ

เทคนิคทำแฟ้มผลงาน ?8.ความสามารถพิเศษด้านต่างๆ

? ? ? ? ? ?ในส่วนนี้แนะนำให้น้องๆ โชว์ความสามารถพิเศษของเราไปเลย อาจจะเป็นความสามารถพิเศษที่สอดคล้องกับคณะที่เราต้องการศึกษาต่อก็ได้ หรือถ้าไม่มี ก็เป็นความสามารถพิเศษทั่วๆ ไป เช่น ร้องเพลง เล่นดนตรี หรือกีฬา ฯลฯ การเป็นพิธีกรหรือผู้นำเชียร์ ก็ถือเป็นความสามารถพิเศษนะ

 

ทั้งหมดนี้ก็เป็น เทคนิคการสอบสัมภาษณ์ และ เทคนิคทำแฟ้มผลงาน ให้เข้าตากรรมการ?ใครๆ ก็ทำได้ แต่ทำให้สวยน่าสนใจ สุดท้ายนี้ ก็ขอฝากให้น้องๆ จงเน้นความเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด บางสิ่งในตัวเราที่เราคิดว่าไร้สาระ อาจจะน่าสนใจในสายตาคนอื่นๆ ขอให้น้องๆ ทุกคนโชคดี ผ่านการสอบสัมภาษณ์


แวะมาพูดคุยทักทายกันก่อนจ้า

  • ทำมัยมันยาก อย่างงี้ เนี่ย

    โดยคุณ : gad , เขียนเมื่อ 7 มิถุนายน 2013 เวลา 17:54,
  • ขอบคุณมากๆๆค้าา :)

    โดยคุณ : khwanee , เขียนเมื่อ 26 เมษายน 2013 เวลา 18:52,
  • ที่กล่าวมามีหมด แต่ขี้เกรียจทำ

    โดยคุณ : เด็กแถวนี้ , เขียนเมื่อ 21 พฤษภาคม 2012 เวลา 13:05,
  • การนำเสนอบางสิ่งบางอย่างมากจนเกินไปก็จะตีกลับเป็นผลร้ายกับตนเอง
    การนำเสนอ Portfolio ในการสัมภาษณ์งานหรือการศึกษา
    ผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ต้องศึกษาข้อมูลก่อนว่า..หน่วยงานหรือสถาบันที่เข้าไปรับการสัมภาษณ์..อนุญาตให้เรานำเสนอประวัติ ประสบการณ์ ผลงานที่ผ่านมาหรือไม่..ถ้าได้ก็ไม่มีปัญหา
    แต่หากเป็นองค์กรณ์ที่ไม่ได้บอกให้เรานำเสนอเข้าไป..ก็อาจจะถูกมองว่า..เยอะไป…
    ยกตัวอย่างเช่นหน่วยงานราชการ..ซึ่งเพื่อนผมเคยประสบมา..เนื่องจากเพื่อนผมสอบภาค ก..ภาค ข..ของหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งผ่าน ตำแหน่งนิติกร(ผ่านกันประมาณ 120 คน)..ก็คิดว่ายังไงก็คงได้ทุกคนและขึ้นบัญชีเรียงลำดับไว้ พอตอนสอบภาค ค.(สัมภาษณ์)มันทำ Portfolio เข้าไปให้กรรมการดู และก็สัมภาษณ์ปกติไม่มีอะไรผิดพลาด หลังจากนั้นตอนประกาศผลผู้ขึ้นบัญชี เหลือแต่ 118 คน เพื่อนผมไม่มีชื่อเฉย ก็เลยสงสัยว่าเค้ามองว่านำเสนอตัวเองเยอะไหรือเปล่า แนวว่ามาแปลกไม่ปกติ..เพราะวงการราชการไม่เคยมีใครทำแบบนี้ เพื่อนผมก็เรียนเก่ง จบเร็ว จบเนติฯ ความรู้ดี อ่านหนังสือทุกวัน หลุดเฉย

    โดยคุณ : laser , เขียนเมื่อ 16 พฤษภาคม 2012 เวลา 09:20,
  • so hard

    โดยคุณ : OreEgi , เขียนเมื่อ 15 พฤษภาคม 2012 เวลา 16:36,
Teen Talk
ติดตามอัพเดทข่าวสาร กิจกรรมยามว่าง แฟชั่น และความรักวัยรุ่น ทุกเรื่องรวมไว้ที่นี่ Teen.mthai.com

เนื้อหาล่าสุดในหมวด

สุดยอดมหาวิทยาลัยเด่นสายศิลป์ ปี 2014
สุดยอดมหาวิทยาลัยเด่นสายศิลป์ ปี 2014
สุดยอดมหาวิทยาลัยเด่นสายศิลป์ ...
ทักษะการเรียนรู้ แห่งอนาคตใหม่
ทักษะการเรียนรู้ แห่งอนาคตใหม่
ตอนนี้การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการศ...
สุดทึ้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป พานักเรียนจีนเข้ามหาลัยสหรัฐ
ทำอย่างไรให้มีสมาธิอ่านหนังสือได้นานๆ
ทำอย่างไรให้มีสมาธิอ่านหนังสือได้นานๆ
เชื่อได้ 100% เด็กไทยหลายคนมัก...
8 อาชีพที่มีรายได้สูงสุด
8 อาชีพที่มีรายได้สูงสุด
ผลสำรวจข้อมูลอาชีพที่ทำรายได้ ...

ร่วมโหวตสุดยอดดาวโรงเรียน

Candy ClubInside Asian

เนื้อหาล่าสุด Teen MThai

ระวัง 13 อาการโรคกลัวการไม่มีมือถือ หรือโนโมโฟเบีย
พรีม รณิดา เฟรชชี่นิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ภาคอินเตอร์