5 ข้อ Be Strong สอนให้เด็กแกร่ง เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างสมเหตุผล

Home / การศึกษา / 5 ข้อ Be Strong สอนให้เด็กแกร่ง เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างสมเหตุผล

หลายคนคงเคยได้ยินว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุค 4.0 ยุคที่ระบบสังคม เศรษฐกิจ รวมทั้งการศึกษามีการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ ประเทศไทยเองก็มีการตื่นตัวกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่น้อย ยุค 4.0 นี้เป็นยุคทองของคนเก่ง ทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้ในชั่วชีวิตเดียว คนที่สามารถปรับตัวได้เร็วจะกลายเป็นผู้ประสบความสำเร็จ และคนที่ปรับตัวช้าจะกลายเป็นคนขาดความสามารถในการแข่งขัน ไม่ใช่แค่ระดับบุคคลที่ต้องมีการปรับตัว ประเทศก็เช่นเดียวกัน ถ้าหากระบบการศึกษาไม่สามารถผลิตคนเก่ง มีศักยภาพ ออกมาได้ ประเทศก็จะไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

5 ข้อ Be Strong สอนให้เด็กแกร่ง

 

พี่แนน อริสรา ธนาปกิจ ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเอ็นคอนเส็ปท์ กล่าวถึงเคล็ดลับในการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จ และสามารถทำตามความฝันได้อย่างมีความสุขของเยาวชนในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ คือทุกคนต้องแกร่งและเข้มแข็งในการใช้ชีวิต “Be Strong”  ซึ่งมีคุณสมบัติ 5 อย่างที่จะทำให้เราหาความหมายของชีวิตที่ใช้แล้วต้องไปให้สุดในยุคนี้ได้ คือ

S: Start หรือ เริ่มต้น คนส่วนใหญ่คิดว่าชีวิตคือความสำเร็จหรือความล้มเหลวอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ความจริงแล้วมันคือส่วนผสมของการเริ่มต้นหรือการรอมากกว่า“เริ่มเลย!”คำที่พี่แนนบอกกับทุกคนหากไม่รู้ความฝันตัวเองก็เริ่มหาเลยหากไม่แน่ใจก็เริ่มลองเลยมีความฝันก็เริ่มทำเลยชีวิตมันง่ายๆเริ่มได้เลยเริ่มคิดเริ่มทำเริ่มให้โอกาสกับตัวเองถ้าเรามัวแต่รอโอกาสมันไม่มีวันมาหรอกแต่ถ้าเราเริ่มต้นทำอะไรสักอย่าง นั่นแหละคือการสร้างโอกาสให้กับตัวเอง

T: Time หรือเวลาหลายคนอาจจะใช้ชีวิตจนลืมหยุดคิดไปว่าเราจะมีชีวิตอยู่อีกกี่วันในโลกนี้ทำให้อาจจะพลาดโอกาสดีๆ  หรือได้ทำประโยชน์เพื่อสังคม พี่แนนมักจะถามน้องๆว่ารู้ไหมว่าพ่อแม่เหลือเวลาในโลกนี้อีกเท่าไหร่มันเป็นคำถามที่กระชากใจเด็กบางคนให้มีจุดเริ่มในการทำความดี ให้โอกาสและไม่หยุดพัฒนาความสามารถการที่เรารู้ว่าเรามีเวลาจำกัดในโลกนี้เป็นเครื่องเตือนสติที่ดีที่สุดให้เราทำสิ่งที่มีประโยชน์ให้เร็วที่สุดและมากที่สุด

R: Responsibility หรือความรับผิดชอบต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติ เด็กบางคนมักจะโทษสิ่งผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับตัวเองว่าเป็นผลมาจากผู้อื่นหรือสิ่งอื่น โดยไม่คิดจะหาข้อผิดพลาดเพื่อนำมาปรับปรุง

แก้ไข จุดนี้แหละทำให้โอกาสที่จะนำความผิดพลาดมาพัฒนาตนเอง และต่อยอดความคิดจนประสบความสำเร็จนั้นมีน้อยมากเมื่อตอนที่เราเริ่มทำงานใหม่ๆยังไม่มีความรู้ความสามารถหรือทักษะในการทำงานสิ่งที่สำคัญที่สุดที่คนจะคาดหวังจากเราก็คือ “ความรับผิดชอบ” ไม่ใช่แค่ความสำเร็จแม้แต่ความสุขคุณธรรมและจริยธรรมของคนก็ล้วนต้องอาศัยความรับผิดชอบเป็นจุดเริ่มต้นดังนั้นถ้าเราเริ่มต้นที่ความรับผิดชอบความรู้และความสามารถในการ “เป็นที่ประสบความสำเร็จและมีความสุข” จะตามมา

O :Open หรือการเปิดซึ่งมีสองทางที่ต้องเปิดคือ Open In หรือเปิดใจและ Open Out หรือเปิดโลกเราอยู่ในยุคที่มนุษย์สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆจากที่ไหน เวลาใดก็ได้สาเหตุหนึ่งที่โลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงได้เร็วขนาดนี้ เพราะมนุษย์ได้เปิดใจเรียนรู้ซึ่งกันและกัน การเปิดรับการเรียนรู้จากคนอื่นนั้นเป็นเหมือน Time machine ที่มนุษย์ไม่จำเป็นต้องไปลองผิดลองถูกทุกอย่างด้วยตัวเองเพราะเมื่อมีคนเคยผิดพลาดแล้วเราก็แค่เรียนรู้จากพวกเขาต่อและต่อยอดความรู้นั้นต่อไป

ส่วนการเปิดโลกนั้นหลายคนชอบอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยของตัวเองนอกจากจะสบายแล้วยังมีโอกาสล้มเหลวน้อยตอนเด็กๆ พ่อแม่เราจะสั่งสอนว่าอย่าไปไหนโดยลำพังอย่าคุยกับคนแปลกหน้าอย่าทำอะไรแปลกๆเราไม่ค่อยออกนอกพื้นที่ปลอดภัยเพราะกลัวอันตรายกลัวสังคมจะตำหนิกลัวความล้มเหลวความกลัวหลายอย่างในชีวิตก็มีประโยชน์แต่ความกลัวส่วนใหญ่ของเราในชีวิตเป็นความกลัวที่ไม่มีความจริงและไม่มีประโยชน์เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะก้าวข้ามความเคยชินและความกลัวที่ไม่มีประโยชน์ โดยก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง(Comfort zone) เพื่อไปเรียนรู้สิ่งใหม่ พัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่ง และก้าวสู่ความสำเร็จได้ตัวเอง

ตัวสุดท้ายใน strong คือ NG : Never give up ทุกครั้งที่รู้สึกท้อและคำว่าล้มเหลวยอมแพ้ผุดขึ้นในใจเราต้องกล้าหาญที่จะไม่ยอมแพ้ ล้มแล้วลุกขึ้นมาใหม่ในอนาคตคงไม่มีใครที่สมหวังกับทุกสิ่งแต่ทุกครั้งที่เราพยายามและทดลองทำใหม่ สมองของเราจะเกิดการคิด วิเคราะห์ และพัฒนากระบวนการใหม่ๆ เพื่อให้ตนเองประสบความสำเร็จได้

ที่มาข้อมูลและภาพ เพลย์ คอมมิวนิเคชั้น คอนซัลติ้ง, โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเอ็นคอนเส็ปท์